ตอนที่ 9 สงสาร

946 Words
@18.00น. “ป้าแป้งไปอาบน้ำเถอะครับ อาบดึกเดี๋ยวจะไม่สบาย” ป่นบอกด้วยความเป็นห่วง เรากินข้าวอิ่มกันได้สักพัก เขาก็มานั่งเหลาคันเบ็ดเอาไว้ไปตกปลาที่ห้วย ส่วนป้าแป้ง ก็มานั่งดูเขา เพราะป้าบอกป้าเหงา ป้าไม่มีเพื่อน สงสารป้าแป้งจัง นี่คิดเลยว่า ถ้าเขาไม่มาอยู่ด้วย ป้าแป้งจะคุยกับใคร ลุงปิงนี่ก็นะ ปล่อยผู้หญิงท้องโตใกล้คลอดขนาดนี้มาอยู่กระท่อมปลายนาคนเดียวได้ยังไง ถึงจะเป็นแค่คนรู้จักก็เถอะ ควรใจดีกว่านี้ “ค่ะ” แป้งร่ำพยักหน้า แล้วเดินขึ้นบ้านไปหยิบผ้าเช็ดตัว ของใช้ พร้อมทั้งชุดนอนแบบกระโปรงตัวยาว แล้วเดินลงจากบ้าน ประมาณยี่สิบเมตรก็ถึงห้องน้ำ ห้องน้ำที่นี่ มีลักษณะเป็นแบบปูนเปลือย หลังคาถูกมุงด้วยสังกะสี พื้นเทด้วยปูน แต่ก็มีครบทุกอย่างภายในห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ครีมอาบน้ำ ยาสระผม แปรงสีฟัน และยาสีฟัน มีน้ำในถังใหญ่ ๆ อีกหนึ่งถัง ดีว่าโถสุขภัณฑ์เป็นชักโครก หากไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงลำบากน่าดู วางของที่ถือติดมือมาลงใส่ในตะกร้า พาดผ้าขนหนูขึ้นไปบนราว แล้วถอดชุดเดิมออก ตักน้ำในถังมาล้างมือ แต่ปรากฏว่าน้ำเย็นมาก! เย็นจนขนลุก รู้สึกเครียดขึ้นมา ที่ต้องอาบน้ำเย็นขนาดนี้ เพราะเธอกลัวตัวเองไม่สบาย ใช่ห่วงเพียงตัวเอง แต่ห่วงไปถึงลูกด้วย แต่จะให้ไปหาน้ำอุ่นมาจากที่ไหน ในเมื่อเครื่องทำน้ำอุ่นไม่มี จะต้มน้ำอาบ ก็เกรงว่าจะลำบากป่น จึงตัดสินใจรีบอาบ แล้วหยิบผ้าขนหนูมาซับตัวให้แห้ง ก่อนจะไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วหยิบชุดนอนมาสวม เดินออกจากห้องน้ำ ก็เห็นป่นนั่งรอบนเปล ในมือมีผ้าเช็ดตัว “น้ำเย็นมากไหมครับ” ป่นถามอีกคนด้วยสีหน้าไม่สู้ดี นี่ก็เข้าหน้าหนาวแล้ว แต่ที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นเหมือนที่บ้าน ลุงปิงก็นะ แทนที่จะให้คนมาติดเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย แต่กลับต้องให้มาทนอาบน้ำเย็น ๆ แป้งร่ำพยักหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะเดินขึ้นบ้าน เธอก็นึกว่ากังวลคนเดียวเสียอีก แต่ป่นก็ด้วย ขณะที่ลงครีมบนใบหน้าและตามตัว ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นมาจากทางห้องน้ำ อดขำออกมาไม่ได้ ที่เด็กชายร้องกรี๊ดราวกับผู้หญิง หลังจากลงครีมเสร็จ เธอก็รีบหาเสื้อแขนยาวมาสวม ทำร่างกายให้อบอุ่นโดยเร็ว ทว่า...คงไม่ทันแล้ว เพราะตอนนี้ เธอเริ่มมีน้ำมูก ป่นวิ่งขึ้นบ้านส่งเสียงตึงตังเพราะหนาวมาก ก่อนจะรีบเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวออกมาสวม จากนั้นเดินไปเปิดทีวี แล้วรีบมานอนบนฟูก ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมจนถึงคอ ความจริงเขานอนในห้องกับป้าแป้ง เพียงแต่นอนดูทีวีที่หน้าห้องนอนเท่านั้นเพราะยังไม่ง่วง ป้าแป้งนอนบนเตียง ส่วนเขานอนบนฟูกเล็ก ๆ อีกมุม ที่ต้องนอนในห้องด้วยกัน เพราะลุงปิงกำชับเอาไว้ว่า ให้ดูแลป้าแป้งแบบไม่ให้คลาดสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาตอนกลางคืน แต่งงมาก! เป็นห่วงขนาดนี้ ทำไมไม่มาดูแลเองวะ! แต่ไม่ถามหรอก เดี๋ยวโดนไล่กลับบ้าน แค่สงสัย สงสัยคนเดียว แป้งร่ำไม่รู้จะทำอะไรดีเพราะยังไม่ง่วง จึงเดินออกไปหาป่น แล้วนั่งลงด้านข้าง ดูทีวีไปด้วย สักพักรู้สึกเมื่อยหลัง จึงขอตัวเข้าห้องนอน “ป่น ป้าเข้าไปนอนก่อนนะ” “ครับ เดี๋ยวป่นปิดไฟเอง” ป่นดูทีวีไปจนถึงสามทุ่ม จากนั้นปิดทีวี ปิดไฟเข้านอน ใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ที่ลุงปิงซื้อให้ส่องทางเดิน แล้วค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปด้วยความเบามือ ก็เห็นว่าป้าแป้งหลับไปแล้ว คุกเข่าลงบนฟูก กราบพระสามครั้ง ก่อนจะนอนขดตัวใต้ผ้าห่ม คืนนี้อากาศหนาว ไม่ต้องเปิดพัดลมนอน ก็เย็นสบาย ร่างสูงนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอนนับร้อยครั้งได้ ปกติแล้ว หัวถึงหมอนไม่ถึงห้านาทีเขาก็หลับ แต่วันนี้มันเป็นอะไรไม่รู้ ไม่ง่วง ไม่อยากนอน สงสัยไม่ได้ดื่มมั้ง เพราะปกติเขาดื่มทุกวัน ถึงไม่ได้ไปคลับ แต่อย่างน้อย ก็จะมีเบียร์สักกระป๋อง สองกระป๋อง ว่าแล้วก็ลุกจากที่นอน แล้วเดินลงบันไดบ้านเพื่อไปหยิบเบียร์ในตู้เย็น บ้านเขามีลักษณะเป็นไม้ชั้นเดียวยกสูง หลังใหญ่พอสมควร มีขนาดสามห้องนอน และสองห้องน้ำที่ด้านล่าง มีห้องนอนแม่ ห้องนอนเขา และห้องนอนไอ้ป่น แต่ไอ้ป่นมันไปนอนกระท่อมปลายนา จึงทำให้มีห้องว่างหนึ่งห้อง ถามว่าทำไมไอ้ป่นมันถึงมีห้องที่นี่ ก็เพราะในอดีตแม่อยากมีลูกอีกคน แต่บังเอิญมีเหตุให้ต้องตัดมดลูกทิ้งไปเสียก่อน ก็เลยไปรับเอาลูกคนข้างบ้านมาเลี้ยงดูเหมือนลูกเหมือนหลาน ถามว่าไอ้ป่นมันรู้ไหมว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่มัน มันรู้ แต่มันผูกพันกับย่าของมัน และลุงอย่างเขาไปแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD