สิบโมงเช้าป่นล้างถ้วยล้างจานหลังจากกินข้าวเสร็จ จากนั้นเดินลงจากบ้าน ไปหยิบอุปกรณ์เพื่อไปกวาดข้าวที่ตากไว้บนลาน
ช่วงนี้ปิดเทอม เขาเองก็ต้องทำงาน เพราะลุงปิงบอกว่า ถ้าจะมานั่งหายใจทิ้งไปวัน ๆ ก็ให้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่
ตั้งแต่ป.3 ที่มีโอกาสได้ตามลุงปิงเข้าไร่ จนทุกวันนี้ รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร
หลังจากรถเกี่ยวข้าวมาเกี่ยวเสร็จ ก็จะเอาข้าวที่ได้มาเทไว้บนลาน ลุงปิงก็ให้เขาเอาเครื่องมือมากวาดข้าวออกจากกันจะได้โดนแดดอย่างทั่วถึง
ยี่สิบเมตรห่างจากเถียงนาคือลานกว้าง ใช้อุปกรณ์กวาดข้าวไปมา นี่ก็วันที่สามแล้วสำหรับการตากข้าว
ลุงปิงจะตากข้าวประมาณเจ็ดวัน พอข้าวแห้งสนิทไร้ความชื้น ก็จะให้เขากรอกข้าวใส่ถุงปุ๋ยจนเสร็จ จากนั้นก็จ้างคนมายกขึ้นเก็บบนเล้า
ถามว่าลุงปิงทำอะไรบ้าง ทำไมถึงมีแต่ชื่อเขาและคนอื่นที่ทำงาน
ชี้นิ้วสั่งไง สั่งเก่ง!
แป้งร่ำที่ไม่มีอะไรทำ นั่งดูหลานชายกวาดข้าวบนลานอยู่บนเถียงนา ทีแรกกะว่าจะไปช่วยทำ แต่ป่นบอกไม่ต้อง
นั่งเอาใจช่วยเด็กน้อย มองไปด้วย เอามือลูบท้องตัวเองไปด้วย หากลูกชายเธอโตมา ขอให้ขยันขันแข็งให้ได้สักครึ่งของป่นก็ยังดี
แต่ลูกชายเธอต้องขยันแน่ ๆ ในเมื่อพ่อของแกขยันขนาดนี้
“นั่งมองทำไม ทำไมไม่ไปช่วยไอ้ป่นมันทำ”
แป้งร่ำหันขวับ ก็เห็นว่าเป็นพ่อของลูก
เขามาตอนไหน ทำไมเธอไม่ได้ยินเสียงรถ พอมองหา ก็ไม่เจอรถเขาจริง ๆ
“พี่มาตอนไหนเหรอคะ”
“ฉันถามว่าทำไมไม่ไปช่วยไอ้ป่นมันทำ”
“อะ...อ๋อ” แป้งร่ำชะงักไปนิด ก่อนจะเอ่ยบอก
“ป่นไม่ให้เค้าทำค่ะ”
“ไอ้ป่น!”
คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นลุงปิง มาตั้งแต่ตอนไหน ทำไมเขาไม่ได้ยินเสียงรถ
เดินถืออุปกรณ์กวาดข้าวไปหาลุง หรี่ตาลงมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัดเพราะเพิ่งออกไปกลางแดดมา
“ครับ”
“เอาให้ยัยนี่ทำบ้าง”
“ครับ?” ป่นได้ยินอย่างนั้นตกใจ “ลุงปิงจะให้ป้าแป้งไปกวาดข้าวที่ลานเหรอครับ”
“อืม”
“แต่ป้าแป้งท้องอยู่นะครับลุงปิง ป่นทำเองดีกว่าครับ” ก็ทำคนเดียวอยู่ทุกวัน ร้อนแดดก็เข้าไปนอนพักเล่นเกมบนเปล หายร้อนก็ออกมาทำใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้
“ท้อง ไม่ได้เป็นง่อย”
แป้งร่ำได้ยินอย่างนั้นเม้มปากเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยกับป่น
“ป้าทำได้” ยิ้มให้เด็กน้อยบาง ๆ พร้อมมือที่ยื่นออกไปรับที่กวาด
ทว่า ป่นกลับส่ายหัว
“ลุงปิง ให้ป่นทำคนเดียวเถอะนะ สงสารป้าแป้ง” ขอร้องลุงตัวเอง ไอ้ป่นทนดูไม่ได้หรอก ไม่ใช่คนใจดำ
ว่าแต่ลุงปิงเถอะ ใจดำเหรอ ไม่สงสารป้าแป้งบ้างหรือไง ถึงจะใช้คนท้องทำงาน
“หรือเอ็งอยากไปอยู่กับพ่อแม่เอ็ง?”
“ลุงปิงอะ” ขู่มาอีกแหละ ขู่ตลอด
จำใจต้องเอาอุปกรณ์กวาดข้าวให้ป้าแป้งทั้งที่รู้สึกเป็นห่วง และอีกอย่าง รำคาญลุงปิง!
“ตามลุงมา” ปิงเดินห่างออกมา ทำให้ป่นจำต้องเดินตามลุงไปขึ้นรถ
“เราจะไปไหนกันเหรอครับ”
“ไปถามซื้อปุ๋ยคอก” บอกจบขับรถห่างออกไป
แป้งร่ำมองตามท้ายรถกระบะสี่ประตูคันสีดำด้วยความรู้สึกใจหาย เธอไม่ได้กังวลที่ตัวเองต้องทำงาน แต่แค่ ไม่อยากอยู่คนเดียว
ต่อให้ตอนนี้จะเป็นตอนกลางวันก็ตาม เธอก็ยังกลัวอยู่ดี ไม่รู้ว่าสมัยนี้มันมีโจร หรือมีคนที่เล่นของชอบมาเอาเด็กในท้องไปทำกุมารไหม
ยกมือปาดน้ำตา แล้วเดินไปทำงาน สุดแท้ก็แต่เวรกรรมของเธอ
อย่างน้อยถ้าลูกตาย เธอก็ตายด้วย ไม่ต้องอยู่ให้ทุกข์ทนทรมาน
ท่ามกลางแดดร้อน ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงหน้าหนาว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแดดแรงไม่ต่างจากหน้าร้อน
ใช้อุปกรณ์เขี่ยข้าว เธอรู้ว่ามันทำแบบไหน กวาดข้าวบนลานให้โดนแดดจนทั่วทุกเม็ดไง จากนั้นพี่ปิงก็จะเอาถุงมากรอกข้าวแล้วเอาขึ้นเล้า
ถึงเธอจะเกิดและโตที่กรุงเทพ แต่พอแม่พากลับมาอยู่ที่คันคาย เธอก็ได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างที่คนในหมู่บ้านทำกัน
รีบเร่งมือกวาดข้าวให้เสร็จ ก่อนจะเข้าไปนั่งพัก และออกมาพลิกข้าวบนลานอยู่แบบนี้ทุกสองถึงสามชั่วโมง