@22.00น.
@คันคายคลับ @อำเภอคันคาย
ร่างสูงทิ้งสะโพกลงบนโซฟาอย่างแรง ไม่ถึงนาทีแก้วเหล้าก็ถูกวางลงตรงหน้า
“มาช้า” เสกข์ แสนร้าย เจ้าของปั๊มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอคันคายเอ่ยออกมา ปกติเขามาถึงก็เห็นหน้ามันแล้ว
“เกี่ยวข้าวยังไม่เสร็จ?”
“ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น” สมัยนี้มีรถเกี่ยวข้าวสะดวกสบาย เขาก็แค่ไปนั่งดู
“แล้วทำไมมาช้า” ทุกครั้งที่นัดกัน ไอ้ปิงจะมาถึงก่อนใครเพื่อน กว่าเขาจะมาถึง มันลิ้นพันกันเรียบร้อย
ดื่มเก่ง ดื่มบ่อย ดื่มราวกับว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ก็ไอ้ ปิง แสนร้าย เจ้าของที่ดินร้อยไร่ในหมู่บ้านคุยยาวเนี่ยเลย
“ไอ้ยอดมันไปไหน?” ปิงยังไม่ตอบ แต่ถามหาเจ้าของคลับด้วยความสงสัย ทำไมไอ้เสกข์นั่งอยู่คนเดียว
เขากับไอ้เสกข์อยู่หมู่บ้านคุยยาว ส่วนเจ้าของคลับอย่างยอดมวยไทยอยู่หมู่บ้านคันคาย
แต่เราทั้งสามคน ก็อยู่ตำบลคันคาย อำเภอคันคายเดียวกัน จึงไปมาหาสู่กันได้สะดวก
“คงเคลียร์งานในห้อง”
“งั้นรอไอ้ยอดออกมาก่อนแล้วกันค่อยเล่าทีเดียว”
เสกข์พยักพเยิดหน้าอย่างไม่เรื่องมาก ยกเหล้าจิบอยู่บ่อย ๆ ฟังเพลงในคลับไปด้วย
แต่ก็ฟังไปก็เท่านั้น อะไรก็ไม่เพราะเท่าเสียงครางของเมียหรอก
นี่ถ้าไม่เพราะไอ้ปิงบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยเขาไม่มานะเนี่ย นอนกกนมเมียสบายใจเฉิบ
ว่าแล้วก็คิดถึง อยากกอด อยากหอม ‘เจนนี่คนสวย’ คิดถึ๊งคิดถึง
“มันมาละ” ราวยี่สิบนาที เสกข์พยักพเยิดหน้าไปยังร่างสูงใหญ่ของเจ้าของคลับ ยอดมวยไทย แสนร้าย บุคลิกนิ่ง ๆ ทว่าใบหน้าหล่อเหลาเอาการ ดวงตาคู่สวยราวกับเหยี่ยว ผิวขาว ริมฝีปากสีชมพู
จะว่าไป พวกเขาสามคนก็หน้าตาดีกันหมด ที่สำคัญมีแต่คนรวย ๆ
“มาถึงนานยัง” ยอดมวยไทยถามเสกข์กับปิง กลัวว่าเพื่อนต้องรอนาน ยิ่งปิงบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เขาก็เร่งงานสุด ๆ
“ไม่เท่าไหร่” เสกข์เป็นคนตอบ
“มีอะไรจะเล่า” ยอดมวยไทยทิ้งสะโพกลงบนโซฟาอีกตัว แล้วยิงคำถามไปที่ปิงทันที เพราะวันนี้ปิงเป็นคนนัด บอกมีเรื่องสำคัญจะเล่าให้ฟัง
เล่าทางมือถือไม่ได้ อยากมานั่งจับเข่าคุยกัน คงจะเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ
“ทำไมแม่ยัยนั่นเสียมึงถึงไม่บอกกู” มองหน้าเพื่อนสนิทด้วยความไม่เข้าใจ ไอ้ยอดมวยไทยมันอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับแป้งร่ำ แต่แม่ยัยนั่นเสีย กลับไม่บอกเขาสักคำ มันหมายความว่าไง
“แป้งร่ำ?”
“ก็ใช่ไง!” ทำเขาหน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บ เพราะดันไปบอกยัยป้านั่นว่าเป็นแฟนแป้งร่ำ แต่กลับไม่รู้ว่าแม่แฟนตัวเองเสีย
เป็นแฟนประสาอะไรวะ!
บอกเป็นแค่คนรู้จักเสียยังดีกว่า
ไม่น่าเลยกู
แล้วป่านนี้ ข่าวคงกระจายไปทั่วแล้วมั้ง เผลอ ๆ เกิดมีคนรู้จักเขาขึ้นมา เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดี
“ที่มึงนัดพวกกูมาวันนี้ เพราะจะคุยเรื่องนี้?”
“เปล่า มีอีกเรื่อง แต่แค่อยากรู้เรื่องนี้ก่อนว่าทำไมมึงไม่บอกกู”
“ก็กูไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับมึงนี่” แม่แป้งร่ำเสีย แล้วมันเกี่ยวกับคนที่บอกเขาว่าเกลียดแป้งร่ำอยู่ตลอดเวลาตรงไหน
ปิงชะงักไปเมื่อเพื่อนเอ่ยแบบนั้น จริงสิ เป็นแค่แฟนเก่าที่คบกันสามวัน จะมีความสำคัญอะไร
อีกอย่าง เขาโกรธแป้งร่ำมาก โกรธที่เธอทิ้ง โกรธที่เธอหนีไปแต่งงานกับใครคนอื่น
เขาโกรธ
โคตรโกรธเธอ
ชื่อยังไม่อยากได้ยิน
“แล้วมึงรู้ได้ไงว่าแม่ของแป้งร่ำเสีย?” ยอดมวยไทยถามกลับด้วยความสงสัย พูดอย่างกับว่า...
“มึงไปหาเขามา?”
“ใช่ไง!”
“หืม?”
“ทำไมกูต้องไป” ปิงรีบแก้ต่างทันที เกือบไปแล้ว
“ได้ยินคนแถวบ้านพูดกัน มีคนแถวบ้านกูไปงานศพที่บ้านของยัยนั่นมา”
“อ๋อ แล้วที่มึงนัดพวกกูมา บอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เรื่อง?”
“กูทำแป้งร่ำท้อง”
“ฮะ! / ฮะ!” สองหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกัน มองหน้าเจ้าของที่ดินร้อยไร่ในหมู่บ้านคุยยาวด้วยความตกใจ
“มึงว่าไงนะ” เสกข์ถามออกมา “มึงจะบอกว่า มึงกำลังจะมีลูกกับแป้งร่ำงั้นเหรอ”
ปิงพยักพเยิดหน้า ใช่ เขากำลังจะมีลูก และกำลังจะกลายเป็นพ่อคนเหมือนสองคนนี้ในไม่ช้า
เพราะไอ้ยอดกับไอ้เสกข์ เมียมันก็กำลังตั้งท้องเหมือนกัน
“แล้วมึงรู้ได้ยังไงว่าแป้งร่ำท้อง” เจอกันครั้งล่าสุดที่คลับแห่งนี้เมื่อหลายเดือนก่อน แป้งร่ำมาเที่ยวกับเพื่อน ก็ปกติไม่มีอะไร แล้วอยู่ ๆ แป้งร่ำท้องได้ไง
“ก็งานแต่งมึงไง ยัยนั่นเดินมาบอกกูว่าท้องกับกู แล้วก็ท้าให้กูไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาล กูก็เลยไปตรวจ ผลเพิ่งออกมาเมื่อเช้าเนี่ย ว่ากูกับเด็กในท้องมีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกัน”
“มึงกลับไปปี้เขาเหรอปิง?” เสกข์ถามกลับด้วยความสงสัย
“บ้า! ตั้งแต่เลิกกันไป กูก็ไม่ได้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยัยนั่นเลย”
“แล้วแป้งร่ำท้องกับมึงได้ไง”
“...”
“หรือมึงกำลังจะบอกพวกกูว่า แป้งร่ำท้องตั้งแต่ยังไม่เลิกกับมึง”
“ก็คงงั้น” ปิงตอบไม่เต็มเสียงนัก ไม่อยากจะเชื่อ แต่มันเป็นไปแล้ว ว่าลูกในท้องเป็นลูกเขาจริง ๆ
“งั้นแบบนี้ก็แสดงว่า ป่านนี้แป้งร่ำคงท้องโตแล้วสิ” เพราะไอ้ปิงเลิกกับแป้งร่ำได้เจ็ดเดือนแล้ว
“อืม” ถึงท้องโตไม่มาก แต่นูนออกมาให้เห็นได้ชัดเจนเต็มสองตา
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเอาจนป่านนี้วะ” แป้งร่ำจะปิดไปทำไม ในเมื่อปิดไป ก็มาบอกเพื่อนเขาอยู่ดี
“กูก็ไม่รู้กับยัยนั่น” เขาเพียงต้องการรู้ก่อนว่าลูกในท้องเป็นลูกของเขาจริง ๆ ก็เลยไม่ทันได้ถาม
“แล้วมึงจะเอายังไงทีนี้ จะไม่ได้กลับไปรับผิดชอบแป้งร่ำด้วยการแต่งงานเหรอ”
“บ้า กูไม่แต่งกับยัยนั่นเด็ดขาด!”
“ทำไมล่ะ ก็พวกมึงมีลูกด้วยกันไม่ใช่เหรอ แป้งร่ำก็เท่ากับเป็นเมียมึงนะ”
“ไม่ใช่เมีย”
“หมายความว่า?”
“กูจะเอาแค่ลูก ไม่เอาแม่” ในเมื่อผลตรวจออกมาว่าลูกในท้องยัยนั่นเป็นลูกของเขา เขาก็คงไม่เหี้ยขนาดทิ้งขว้างลูกตัวเองหรอก
แต่อย่างที่บอก ‘แค่ลูก’ ไม่เอาแม่
“ได้ไง”
“ทำไมจะไม่ได้”
“แล้วมึงจะเอาแป้งร่ำไปไว้ที่ไหน”
“ก็ไว้ที่เดิมไง พอยัยนั่นคลอดลูก กูก็จะไปรับลูกมาให้แม่กูเลี้ยง”
“แล้วแป้งร่ำจะยอมเหรอ ลูกใครใครก็รัก ขนาดหมามันยังรักลูกของมัน แล้วแป้งร่ำเป็นคน อุ้มท้องลูกตั้งเก้าเดือน กูคิดว่าแป้งร่ำคงไม่ยอม”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะนั่นมันลูกกู”
“ลูกมึงก็ลูกเขาเหมือนกันปิง”
“แต่ยัยนั่นคงไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกให้ดีได้ เพราะฉะนั้น กูจะเลี้ยงลูกเอง”
“แต่ลูกต้องกินนมแม่ไหมล่ะไอ้ปิง ถ้ามึงเอามาแค่ลูก ลูกมึงจะได้กินนมที่ไหนกูถามหน่อย”
ปิงนิ่งไป นั่นสิ มันจะมีทางไหนบ้างที่ยัยนั่นไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเขา
“ก็ให้ยัยนั่นปั๊มนมเก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้ เดี๋ยวกูจะขับรถไปเอาที่คันคายเอง”
“ให้แป้งร่ำมาอยู่ที่คุยยาวด้วยก็สิ้นเรื่อง” ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากด้วยนะ
“ไม่ กูไม่ให้มาอยู่” เขายังยืนยันคำเดิม ว่าหากแป้งร่ำคลอดลูกเมื่อไหร่ เขาจะเอามาให้แม่เลี้ยงทันที