“นังหนู”
ใบหน้าแดงซ่านที่โดนแดดในช่วงบ่ายเผาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง หลังจากใช้หลังมือเช็ดเหงื่อตรงใต้คางที่กำลังจะหยดลงบนเสื้อออก ก็เจอกับหญิงสูงวัยคนหนึ่ง
“ขาคุณป้า”
“ทำอะไรนั่น” เธออยู่เถียงนาไม่ไกลจากตรงนี้ และสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่างจากทุกวัน
ถ้ามองไม่ผิด ก็ผู้หญิงท้องโตใกล้คลอดคนหนึ่ง กำลังยืนเกลี่ยข้าวบนลานท่ามกลางแดดร้อนจัด อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงเดินมาถามดู
“อ๋อ พอดีหนูกำลังกวาดข้าวค่ะคุณป้า” แป้งร่ำบอกอย่างเป็นมิตร
“ทำคนเดียวเหรอลูก”
“ค่ะ” แป้งร่ำพยักหน้ายิ้ม ๆ ทำเอาคนที่ได้ยินรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
“แล้วผัวเอ็งล่ะ มันไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้เมียท้องโตใกล้คลอดทำงานคนเดียวแบบนี้”
แป้งร่ำชะงักไปกับคำพูดของป้า ก่อนจะค่อย ๆ เม้มปาก เมื่อไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“ผัวเอ็งน่ะ ใครฮะ ทำไมถึงปล่อยให้เอ็งมาทำงานคนเดียว”
“เอ่อ...” จะบอกว่ายังไงดี
‘หนูไม่มีผัวค่ะคุณป้า’ แต่ถ้าพูดแบบนี้ ไม่พ้นเธอต้องสรรหาคำมาโกหกต่ออยู่ดี
ป้าต้องอยากรู้แน่ ๆ ว่าทำไมเธอถึงท้องไม่มีพ่อ
“ผัวหนู...ไปทำธุระค่ะ”
“แต่ปล่อยให้เมียทำงานคนเดียวเนี่ยนะ เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาใครจะเห็น”
แป้งทำเพียงอมยิ้ม ถ้ามันจะทำให้ป้าคนนี้หายสงสัยเธอได้เร็วขึ้น
“เฮ่อ...แบบนี้แหละนะ ได้ผัวไม่ดี เมียท้องโตมันยังให้มาทำงานตากแดดตากลม ถ้าเป็นผัวป้านะ มันไม่ให้ทำหรอก มันไม่ให้อยู่นอกสายตามันด้วย ทำไมไอ้ผัวเฮงซวยของเอ็งมันถึงไม่มีสมองเลย”
“...”
“ถ้ามันไม่ดีก็หาผัวใหม่ซะนะลูก หน้าตาสวย ๆ แบบเอ็ง ไปเป็นคุณหญิงคุณนายยังได้เลย” เอ่ยจบจึงเดินกลับไปที่เถียงนาของตัวเอง ระหว่างนั้นก็บ่นไปตามทางด้วยความรู้สึกที่ปลงไม่ตก
แป้งร่ำมองตามหลังป้าแล้วได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะรีบทำงานต่อ จะได้รีบเข้าไปพักในร่ม
เกลี่ยข้าวบนลานเสร็จ กำลังจะเดินเข้าไปพัก เธอกลับรู้สึกมึนหัวขึ้นมา รีบลงน้ำหนักมือไปที่ด้ามจับที่กวาด หลับตาปี๋ลงพลางพยายามเรียกสติตัวเอง แต่พอลืมตาขึ้น สติเธอกลับเลือนหายไปตอนไหนก็ไม่รู้