“ป่นทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” แป้งร่ำนั่งมองเด็กชายที่นั่งบนเสื่อปูพื้น กำลังหั่นหมูด้วยความคล่องแคล่ว บ่งบอกว่าคงไม่ใช่แค่ครั้งแรกหรือครั้งสองแน่นอน
“เป็นครับ ลุงปิงสอน” บางครั้งที่ลุงปิงเหนื่อยจากงานในไร่ก็ชอบให้เขาเข้าครัวแทน แต่จะให้ทำแค่เมนูง่าย ๆ เช่นผัด หรือทอด
แต่ถ้าเป็นเมนูยาก ๆ ลุงปิงจะเป็นคนทำเองทั้งหมด ไม่ว่าอาหารไทยหรืออีสาน
เห็นแบบนั้น ทำกับข้าวอร่อยมาก น่าตาน่าทาน
แต่แปลกใจ ทำไมไม่ไปเป็นเชฟทำงานในร้านอาหารหรู ๆ วะ มาทำไร่ทำนาตากแดดตากลมทำไม
แล้วทำคนเดียวไม่พอ ยังบังคับให้คนอื่นทำด้วย
ไม่สิ ตัวเองก็ไม่ได้ทำหรอก เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง ส่วนลุงปิงน่ะเหรอ แต่งตัวหล่อขับรถไปวัน ๆ
เซ็งชิบเป๋งเลยว่ะ!
ไม่ทำก็ไม่ได้ ขู่ไล่เขาไปอยู่กับพ่อแม่ตลอด แต่ไอ้ป่นไม่ยอมไปหรอก ไอ้ป่นจะอยู่กับย่า
ถึงเขาจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของคนบ้านนี้ แต่ย่าก็เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ต่างจากลูกคนหนึ่ง มีสิทธิ์ได้รับทรัพย์สมบัติไม่ต่างจากลุงปิง แล้วเขาจะกลับให้โง่ทำไม
แป้งร่ำเม้มปากเมื่อได้รู้ว่าพ่อของลูกก็ทำกับข้าวเป็น ทั้งที่ท่าทางไม่น่าให้ ดูเป็นผู้ชายเจ้าสำอางชี้นิ้วสั่งมากกว่า
เขาก็เก่งเหมือนกันนะ พ่อของลูกเธอเก่งทุกอย่างเลย
“เอ้อ ป่นยังไม่รู้จักชื่อป้าเลยครับ ป้าชื่ออะไรเหรอครับ” เงยหน้าถามอีกคน คุยกันมาก็นานแล้ว ให้เขาเรียกแต่ป้าเฉย ๆ อยู่นั่น
“‘แป้งร่ำ’ เรียกป้าว่า ‘ป้าแป้ง’ ก็ได้นะ” บอกออกไปพร้อมเอามือลูบท้องตัวเอง เพราะเด็กในท้องเริ่มเคลื่อนไหวร่างกาย ดิ้นมาทีเธอจุกท้องไปหมด
“ครับ ป้าแป้ง แล้วป้าเป็นอะไรกับลุงปิงเหรอครับ ถึงได้มาอยู่ที่นี่”
ไม่บอกอะไรเขาสักอย่าง บอกแค่ว่าให้ไปอยู่เป็นเพื่อนป้าคนหนึ่งที่กระท่อมปลายนา แถมยังขู่ด้วยว่า ถ้าไม่รีบไปเดี๋ยวนี้ จะไล่เขากลับบ้าน เขาจึงรีบปั่นจักรยานมาทันที
แต่ก่อนมา ลุงปิงก็ได้ให้ของสดที่แวะซื้อจากตลาดมาด้วย บอกให้เขาทำกับข้าวให้ป้าแป้งกิน
แป้งร่ำนิ่งไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ป่นกำลังจะบอกเธอว่า อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ก็ยอมมาอยู่ดูแล
“ลุงปิงไม่ได้บอกป่นงั้นเหรอว่าป้าเป็นใคร” อยากรู้ว่าป่นมีข้อมูลเกี่ยวกับเธอมากน้อยแค่ไหน เพราะดูท่าเขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเกี่ยวข้องยังไงกับเขา
ถ้าไม่อย่างนั้น เขาก็คงบอกกับป่นตั้งแต่แรกแล้วสิว่าเธอเป็นใคร
“บอกว่าเป็นคนรู้จักครับ ป้าโดนผัวทิ้งมา ลุงก็เลยสงสาร เห็นว่าไม่มีที่อยู่ เลยให้มาอยู่ที่นี่ครับ”
“...”
“แต่ป่นไม่เชื่อไงครับ ป่นก็เลยถาม ป้าแป้งสวยขนาดนี้ ให้เอาที่ไหนมาโดนผัวทิ้ง มีแต่จะทิ้งผัวสิไม่ว่า”
แป้งร่ำเม้มปาก นี่พี่ปิงพูดขนาดนี้เลยเหรอ บอกว่าเธอโดนผัวทิ้งมา
ทั้งที่เขา เป็นฝ่ายชวนเธอมาอยู่ที่นี่เอง
“แล้วสรุปว่า ป้าแป้งเป็นอะไรกับลุงปิงเหรอครับ” เขาจะได้ไปทำผัดผักใส่สันคอหมูกับไข่เจียวให้ป้าแป้งกินสักที
“ถ้าเขาอยากให้ป้าเป็นแค่นี้ ป้าก็คงเป็นได้แค่นี้ละป่น”
ป่นทำหน้างง แค่นี้แล้วแค่ไหนกัน
อ๋อ ‘คนรู้จัก’ เค ๆ
เมื่อได้คำตอบ จึงย้ายขึ้นไปนั่งบนตั่งไม้ แล้วลงมือผัดกับข้าว
ส่วนข้าวสวย เขาหุงเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มลงมือเตรียมของสด ซึ่งตอนนี้ มันกำลังเดือดปุด ๆ ในหม้อ ส่งกลิ่นหอมชวนเรียกน้ำย่อยออกมา
พอทุกอย่างเสร็จ เขาก็ยกออกไปวางบนเสื่อ นั่งดูป้ากินข้าว
“ป่นไม่กินเหรอ” แป้งร่ำเงยหน้าถาม เพราะไม่เห็นเด็กน้อยตักข้าวมากินเลย
“ป่นกินมาจากที่บ้านแล้วครับ”
“อ๋อ” แป้งร่ำพยักหน้า จากนั้นจึงกินต่อ
“อร่อยไหมครับ” เห็นป้าแป้งนั่งกินไม่พูดไม่จา อยากรู้ว่าอาหารที่เขาทำถูกปากป้าบ้างไหม
“อร่อย” แป้งพยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มให้อีกคน ถึงแม้รสชาติเบาไปนิด แต่ป่นเก่งมาก เด็กวัยแค่นี้ทำกับข้าวเป็น น่าชื่นชม
“ลุงปิงบอกไม่ให้ป่นทำรสจัดครับ ห้ามเผ็ด ห้ามเค็ม ห้ามหวาน เดี๋ยวไม่ดีต่อสุขภาพของน้องในท้องครับ” ทั้งที่ผัดผักมันต้องออกหวานเค็มใช่ไหมล่ะ แต่เขากลับต้องลดเครื่องปรุง ไม่งั้นลุงปิงไล่เขากลับบ้านแน่!
แป้งร่ำได้ยินอย่างนั้นนิ่งไป บางทีก็อยากเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงเธอ แต่คงไม่ใช่ เขาเป็นห่วงลูกในท้องมากกว่า
แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ถึงเขาจะไม่รักเธอ แต่เขารักลูก มันก็เพียงพอแล้ว