ปิงขนกระเป๋าลงจากหลังกระบะแล้วเอาขึ้นไปวางไว้บนเถียงนา จากพื้นดินเดินขึ้นบันไดไม่ได้สูงมาก
แป้งร่ำมองบริเวณรอบ ๆ ที่มีแต่ต้นไม้และทุ่งนา ทว่ามีเถียงนาอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ประมาณสามสี่หลัง ก่อนจะดึงสายตากลับมามองพ่อของลูก
“เราจะอยู่ที่นี่กันเหรอคะพี่ปิง” ความจริงเธออยู่ที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีพ่อของลูกก็พอ
แต่แค่อยากได้ความชัดเจนว่าที่นี่คือบ้านของเขาจริง ๆ ทำไมถึง...
ว่ากันตามตรง พี่ปิงดูรวยมาก เขาขับรถราคาเป็นล้าน แต่ทำไมบ้านถึงหลังเล็กนิดเดียว
ดูไม่เหมือนบ้าน แต่เป็นเถียงนามากกว่า แล้วคนอื่น ๆ ล่ะไปไหน พ่อแม่เขาอยู่ไหน
“เธอคนเดียว”
“พี่หมายความว่ายังไงคะ!?” แป้งร่ำตกใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น พี่ปิงกำลังจะบอกเธอว่า...
“ก็หมายความตามที่พูด เธอต้องอยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะคลอดลูก จากนั้นก็ไสหัวกลับคันคายไปซะ!”
“พี่ปิง...” แป้งร่ำชาไปทั้งตัว น้ำตาคลอขึ้นมา ความจริงแล้ว พี่ปิงตั้งใจจะให้เธอมาอยู่ที่นี่คนเดียวแต่แรก ไม่ใช่ที่บ้านของเขา
ซึ่งหมายถึง ความสัมพันธ์ของเรา ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เพราะเขาจะเอาแค่ลูกเท่านั้น
จับมือของอีกฝ่ายมากุม ทว่าเขาดึงกลับ แป้งร่ำจึงเปลี่ยนเป็นสวมกอดเอวของอีกฝ่ายแทน
“ฮึก ไม่เอานะคะพี่ปิง พี่อย่าทำแบบนี้กับเค้า”
ตั้งแต่เธอมีลูก เธอกลัวไปหมด ยิ่งเคยได้ยินเรื่องเล่าจากปากผู้ใหญ่ว่า ผีปอบมักจะหอมเนื้อของคนท้องเป็นที่สุด เธอยิ่งไม่อยากอยู่คนเดียว
“เหอะ อย่าทำแบบนี้งั้นเหรอ?” ปิงดันตัวแป้งร่ำออกห่างพลางทำเสียงในลำคอออกมา
“ย้อนกลับไป ฉันก็เคยพูดแบบนี้กับเธอนะ” ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยื้อ แต่แป้งร่ำทำให้เขาเห็นว่า ต่อให้ยื้อยังไง เธอก็จะแต่งงานอยู่ดี
เขาไม่ใช่ของตายสำหรับใคร ที่จะอยู่รอตามที่แป้งร่ำให้คำสัญญา บอกว่าอีกสามเดือนจะกลับมาคบกัน
แต่โทษที ไอ้ปิงมันกินข้าว ไม่ได้กินหญ้า
“พี่ปิงเค้าขอโทษ ฮึกฮือ” แป้งร่ำสะอื้นไห้ เข้าใจว่าเขายังไม่หายโกรธกับเหตุการณ์ในอดีต แต่เธอแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
เธอไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองต้องแต่งงาน ไม่รู้ว่าแม่ไปแอบตกลงกับบ้านนั้นไว้ตอนไหน
มารู้อีกที ก็ตอนที่แม่บอกว่าสัปดาห์หน้าเธอต้องแต่งงาน เพราะถ้าเธอไม่แต่ง บ้านของเธอก็ต้องหาเงินไปใช้หนี้เขา เป็นหนี้ที่แม่ไปเอาเงินเขามาสร้างบ้านให้เธออยู่จนปัจจุบัน
เธอเคยบอกพี่ปิงไปแล้ว ว่าบ้านเธอไม่มีเงินไปคืน และวันนั้น เธอก็ได้ทำในสิ่งที่น่าละอายใจที่สุดตั้งแต่เกิดมาก็คือ การขอหยิบยืมเงินกับคนที่เพิ่งได้ชื่อว่าเป็นแฟนกันวันเดียว
ทว่า...พี่ปิงกลับไม่ให้
แต่มันไม่ใช่ความผิดของพี่เขาสักนิด เธอเข้าใจ เข้าใจมาก ๆ ใครที่ไหนจะกล้าให้คนที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงวันเดียวยืมเงินสดถึงหลักแสนบาท ถึงต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นแฟนเราก็ตาม
“พี่ให้อภัยเค้านะคะ เค้าสัญญา มันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ เค้าจะเป็นภรรยาที่ดีของพี่ เป็นแม่ที่ดีของลูก เรามาเริ่มต้นครอบครัวด้วยกันนะคะ” มองเขาด้วยความอ้อนวอน ถ้าครั้งนี้พี่ปิงให้โอกาส เธอจะไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่ ๆ
ปิงส่ายหัวพลางเดินออกห่างเพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว เขาไม่อยากย้อนอะไรกลับไปทั้งนั้น
ในเมื่อวันนี้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเกิดมา เขาก็จะโฟกัสแค่ลูกก็พอ
“ฉันจะกลับบ้านแล้ว เธอก็ขึ้นบ้านไป”
แป้งร่ำคว้ามืออีกฝ่ายเอาไว้พลางส่ายหัว “แล้วเค้าล่ะคะพี่ปิง”
“เธอก็อยู่ที่นี่ไง!” บอกไปแล้ว ทำไมต้องให้พูดซ้ำ โคตรน่ารำคาญ!
“แต่เค้าไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว เค้ากลัว...” หลังจากนี้มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้ เธอกลัวไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะกับลูก เธอห่วงเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
“ไม่ต้องกลัว เพราะนอกจากเธอ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้แล้ว” ปิงกัดฟันพูด คนอะไร โคตรใจดำ!
มาหลอกให้กูรัก หลอกให้กูเทใจ สุดท้าย ก็ทิ้งกูไป เหี้ยดี!
“พี่ปิง...” แป้งร่ำพูดไม่ออก เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกลึก ๆ เจ็บจากเขา
“ปล่อย”
“ไม่เอา” ถึงเขาจะโกรธเธอแค่ไหน แต่อย่าทิ้งเธอเอาไว้คนเดียว เพราะเธออยู่ไม่ได้แน่ ๆ
“พี่ให้เค้าไปอยู่ที่บ้านด้วยนะคะ เค้าสัญญา เค้าจะไม่ทำตัวเป็นภาระพี่เด็ดขาด จะไม่สร้างความวุ่นวายให้พี่ค่ะ”
“แต่ฉันเกลียดเธอเกินกว่าจะให้ไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน!” ปิงกัดฟันพูด ก่อนจะดึงมือออกจากมือของแป้งร่ำ แล้วเดินไปขึ้นรถ ขับออกไปด้วยความไว
ช่วงที่แป้งร่ำยังไม่คลอดลูก แป้งร่ำต้องอยู่แค่ที่นี่ ไม่มีสิทธิ์ไปเหยียบที่บ้านของเขา
คนที่ทำกับเขาขนาดนั้น อย่าหวังว่าจะได้มาเสวยสุขภายใต้ชายคาหลังเดียวกัน
พอหญิงสาวคลอดลูก เขาจะหอบลูกกลับไปบ้าน แล้วสารภาพความจริงทั้งหมดกับแม่ ว่าท่านมีหลานแล้ว