บทที่ 3.2 ยัยปลาปักเป้า

797 Words
บทที่ 3.2 ยัยปลาปักเป้า “เรียนต่อเมืองนอก!” คุณนายจิตตาแผดเสียงลั่นเมื่อลูกชายที่ใกล้จะเรียนจบ ม.3 ในอีกไม่ถึงเดือน เดินเข้ามาพูดคุยถึงแผนการเรียนต่อที่ตนเองวางเอาไว้โดยไม่ได้ปรึกษามารดาก่อน “ใช่ครับ ผมคุยกับคุณป้าแล้ว คุณป้าบอกว่าจะจัดเตรียมทุกอย่างที่นู่นไว้ให้ ผมต้องการเรียนต่อไฮสกูลกับมหาวิทยาลัยที่นั่นเลย ทีแรกก็ลังเลเพราะเป็นห่วงคุณแม่ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพราะมีคนคอยประจบสอพลอเอาใจคุณแม่อยู่ตลอดเวลา” พูดพลางหันสายตาไปทางเด็กหญิงที่เดินเอาน้ำผลไม้กับขนมเข้ามาเสิร์ฟตามคำสั่งของมารดาที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว จิตตาหันไปมองทางณัฐนิชาด้วยความตกใจ ไม่อยากให้เด็กตัวน้อย ๆ ไม่รู้ประสีประสาต้องมาได้ยินคำพูดแบบนี้ “อย่าพูดอย่างนี้นะคิมหันต์ น้องยังเด็ก อีกอย่างแม่บอกแกกี่ครั้งแล้วว่าสองแม่ลูกไม่เหมือนคนอื่น แม่ต้องช่วยเหลือป้าพรกับลูกเพราะแม่เองก็ติดหนี้บุญคุณเขา” “ผมรู้ครับ ไอ้หนี้บุญคุณที่ว่าคุณแม่เคยไปฝากท้องกับครอบครัวป้าพรสมัยเรียนบ่อย ๆ นั่น ผมฟังทุกวันจนจำขึ้นใจแล้วครับ แต่นั่นมันคือหนี้ของแม่ ไม่ใช่ของผม แล้วทำไมผมต้องร่วมชดใช้ไปกับคุณแม่ด้วย” คิมหันต์โต้เถียงไม่ยอมแพ้ ด้วยอายุของเด็กหนุ่มในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อยากจะเอาชนะ เขาจึงไม่ได้คิดไตร่ตรองเลยว่ามันเป็นคำพูดที่สมควรนำมาใช้กับมารดาหรือเปล่า “นั่นสินะ มันคือหนี้ของแม่ไม่ใช่แก แกไม่จำเป็นต้องมารู้สึกติดค้างอะไร ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเลย อยากจะไปเรียนต่อที่ไหน ทำอะไร ก็จัดการเอาเอง แม่จะไม่ห้าม” “แปลว่าคุณแม่ยอมให้ผมไปใช่ไหม” เด็กหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงดีใจ ในที่สุดเขาก็จะได้หลุดพ้นจากณัฐนิชาเสียที ทุกวันนี้เพื่อน ๆ เข้าใจว่าเขามีน้องสาวจริง ๆ ไปหมดแล้ว “ตามใจแกเลย ไม่ต้องมาเห็นหัวหงอกหัวดำอย่างแม่หรอก” “คุณแม่...” จิตตาไม่ตอบอะไรลูกชาย เดินเข้าไปจับมือเด็กหญิงที่นั่งตากลมมองสองแม่ลูกคุยกันแต่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเดียว แล้วพาออกไปด้วยกัน “ไปกับป้าดีกว่านะ ไปดูว่าคุณแม่ทำอะไรกินเย็นนี้ดีไหมจ๊ะ” “ดีค่ะคุณป้า” ณัฐนิชายิ้มกว้างแล้วเดินออกไปพร้อมกับจิตตา ไม่วายหันกลับมามองทางคิมหันต์อีกรอบ ท่าทางของเด็กหนุ่มดูเศร้าเสียใจขณะมองตามหลังมารดาของตนเอง การตัดสินใจไปเมืองนอกในครั้งนี้ นอกจากจะไปเพื่ออนาคตที่ต้องการแล้วยังเพื่อหนีไปจากณัฐนิชาที่มารดาพยายามยัดเยียดเข้ามาในชีวิตของเขาเหลือเกิน ตั้งแต่นี้ไปเด็กหญิงจะไม่ได้อยู่ในทุกช่วงชีวิตของเขาอีก กว่าครึ่งปีที่ต้องคอยดูแลเธอตามคำสั่งจะได้จบลงเสียที.. ตึก...ตึก...ตึก... ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาไปได้ไม่กี่วินาที เด็กหญิงที่เขาอยากจะสลัดให้หลุดจากชีวิตก็เดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก เธอมาพร้อมกับอมยิ้มหนึ่งอันยื่นให้เขา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน หรี่ตามองการกระทำของยัยเด็กน้อยด้วยความสงสัย ขออยู่คนเดียวสักห้านาทีมันจะตายหรืออย่างไร “อะไร” “หนูให้ค่ะ” ยื่นให้พร้อมยิ้มเอียงคอไปมาโดยในปากของเธอคาบอยู่แล้วอันหนึ่ง ดวงตาคมจับจ้องไปยังแก้มพอง ๆ ของเด็กหญิง ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มเข้าไปอย่างลืมตัว “ยัยปลาปักเป้า” “หนูเป็นปลาปักเป้าให้พี่คิมได้นะคะ” เธอวางลูกอมที่จะให้เขาลงกับโต๊ะก่อนจะหยิบอีกอันออกมาจากในกระเป๋ากางเกงแล้วแกะเปลือกออก อมเข้าไปในปากอีกข้างทำให้ตอนนี้แก้มทั้งสองตุ่ยเท่า ๆ กัน การกระทำของเด็กหญิงทำคิมหันต์หลุดยิ้มออกมา ณัฐนิชาเห็นเขาเศร้า เลยต้องการมาปลอบตามประสาเด็ก ๆ “ยัยปลาปักเป้าน่ารำคาญ” แม้ปากจะพูดจาไม่ดีใส่ แต่มือก็เอื้อมไปหยิบลูกอมที่เด็กหญิงเอามาให้แล้วแกะเข้าปาก รสชาติความหวานของมันทำเอาความรู้สึกแย่ก่อนหน้านี้ค่อย ๆ เบาบางลง หลังจากไปเมืองนอกแล้ว ชีวิตของเขาจะหลุดพ้นจากเด็กคนนี้ได้จริง ๆ ใช่ไหม... ไม่รู้ทำไมในความคิดของคิมหันต์ถึงตั้งคำถามนี้ขึ้นมา?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD