บทที่ 2 พลอยขวัญ 3

1209 Words
“เฮ้อ แล้วยี่หวาจะให้พี่ทำอะไร” “ให้นางออกไปค่ะ ถ้านางไม่ออก ยี่หวาจะออกเอง พี่บุ้งก็คิดดูดีๆ ก็แล้วกันค่ะว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าบริษัทขาดยี่หวา” “โอเค” ยี่หวายิ้มได้ใจทันที แต่พี่บุ้งก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก แค่สบตานิ่งๆ ประหนึ่งว่าหมดเรื่องพูดแล้ว สีหน้าของยี่หวาจึงแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย และออกอาการไม่พอใจ “พี่บุ้ง! พี่บุ้งจะเลือกมัน ไม่เลือกยี่หวาเหรอคะ!!” “เธอควรจะทบทวนสถานะของตัวเองใหม่นะยี่หวา ตอนนี้เธอเป็นเจ้าของบริษัทนี้เหรอ” “ป...เปล่าค่ะ” “พี่ก็ไม่ใช่” “แต่ว่า...” “แล้วทำไมยี่หวาถึงคิดว่าจะตั้งตัวเป็นอริกับคนที่คุณพชรเลือกมากับมือล่ะ” พี่บุ้งช่วยดึงสติ พอได้ยินชื่อ ‘พชร’ ยี่หวาก็หุบปากเงียบในบัดดล ‘พชร’ คือชื่อของผู้บริหารคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึงครึ่งปี เขาเป็นคนเก่ง เก่งขนาดทำลายสถิติทั้งๆ ที่อายุยังน้อยและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ไม่มีใครอยากมีเรื่องด้วย เพราะมีข่าวลือว่าเขาเป็นมาเฟียสายสีเทาค่อนไปทางดำ บ้างก็ว่าเป็นนอมินีให้กลุ่มทุนของเจ้านายพระองค์หนึ่ง ทำให้แทบจะไม่ค่อยมีใครได้เห็นตัวจริงของเขาเลย ทว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือที่เล่ากันปากต่อปาก ขยายความไปเรื่อย จะจริงเท็จอย่างไรก็สุดที่ยี่หวาจะรู้ได้ ซึ่งต่อให้ไม่เป็นความจริง คุณ ‘พชร’ ผู้นี้ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งก็ดีใจหาย ทุ่มทุนไม่อั้นให้บริษัทแสดงฝีมือเต็มที่ แต่หลายครั้งก็ไม่มีใครรับมือไหวและยากจะเดาใจ “การทำคอลเล็กชันของเธอก็ยอดเยี่ยมอยู่หรอกนะยี่หวา แต่ถ้าเธอต้องออกแบบและตัดเย็บชุดของเชียร์ลีดเดอร์สามทีมด้วยตัวคนเดียว และงบจำกัดจำเขี่ย เธอทำได้มั้ยล่ะ” พี่บุ้งวางแฟ้ม ยี่หวาคว้าไปพลิกเปิดดู จากที่พลิกดูเร็วๆ ก็ค่อยๆ ช้าลง ริมฝีปากเม้มแน่น “พี่พูดในฐานะดีไซเนอร์ด้วยกันนะ ทั้งแพทเทิร์น วัสดุ เทคนิคการเล่นกับผ้าและไอเดียการนำเสนอของพลอยขวัญ เทียบกับงบที่ใช้แล้วถือว่าน่ากลัวเชียวล่ะ ถ้าเธอยังมัวตั้งแง่ไร้สาระอยู่แบบนี้ ระวังนะพลอยขวัญจะทำให้เธอเป็นได้แค่ดีไซเนอร์ทั่วๆ ไป” ยี่หวากำมือแน่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้พลอยขวัญกลับมาได้เป็นอันขาด ------------ ชีวิตการทำงานของพลอยขวัญเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นทีละน้อย โปรเจคที่เธอต้องรับผิดชอบนั้นเปรียบดั่งบททดสอบว่าเธอพร้อมที่จะรับผิดชอบโปรเจคที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่ ซึ่งเบื้องบนให้สิทธิ์เธอเลือกนายแบบเองแล้วจง ‘แต่งตัว’ เขาซะ นำทีมโชว์อัพทักษะทุกอย่างออกมา ระหว่างที่กำลังถกเถียงเรื่องตารางงานในห้องประชุมย่อยของแผนก ชื่อของคนผู้หนึ่งที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือคุณ ‘พชร’ พวกรุ่นพี่ต่างก็ถกเถียงกันเรื่องจะใส่ชื่อใครเป็นผู้นำเสนองานต่อหน้าผู้บริหารระดับสูง บ้างก็บ่นเรื่องความเผด็จการจนน่ากลัวของเขา ซึ่งทุกคนเรียกเขาลับหลังว่าท่านนายพล พลอยขวัญฟังอยู่เงียบๆ มาหลายวัน สุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามออกไป “คุณพชรที่ว่า... เขาดุมากเลยเหรอจ๊ะ” ภายในห้องประชุมที่มีเสียงคุยจอกแจก พลันเงียบไปทันใด แต่ละคนทำหน้าเหมือนเพิ่งเจอฝันร้าย แต่อีกนัยก็ดูเหมือนทุกคนจะชอบเม้าท์เรื่องผู้บริหารลึกลับคนนี้ “ลือกันว่าต้นตระกูลของเขามาจากฮ่องกง ตอนนี้เป็นมาเฟียอยู่ที่นั่น ท่านจอมพลก็เลยสั่งการผ่านโทรศัพท์” “ไม่เคยมีใครเจอเขาเลยเหรอ” “มีนะ แต่น้อย ตอนนี้น่าจะมีแค่ระดับผู้บริหารที่รู้ อ้อ... แล้วก็พี่โข่งกับพี่บุ้งก็เคยเจอคุณ ‘พชร’ ตอนเจรจาซื้อบริษัทครั้งหนึ่ง ได้ยินคนพูดกันว่าเขาอายุยังน้อย” “ไม่รู้ทำไมเขาซื้อบริษัทนี้มาในราคาเหมือนได้เปล่า แล้วก็ไล่คนเก่าออกไปเรื่อยๆ อย่างยัยบุ๋มฝ่ายจัดซื้อไม่รู้ไปทำอะไรเข้า โดนไล่ออกฟ้าผ่าแถมโดนฟ้องร้องมีคดีติดตัวอีกต่างหาก” “ใช่ๆ โดนไล่บี้ทุกแผนกเลย ที่โดนหนักที่สุดก็คือแผนกออกแบบนี่แหละ พี่บุ้งเกือบหนีบวช” เมื่อพูดคุยมาถึงตรงนี้ ทุกคนก็พร้อมใจกันเงียบ พลอยขวัญอยากจะฟังต่อ แต่ก็ไม่มีใครอยากจะเสียงพูดขึ้นมาสักเท่าไหร่ “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” “ก็เรื่องของพี่พลอย... คุณ ‘พชร’ โกรธจัดมาก... ถึงกับเรียกเก็บคอมที่ทุกคนใช้ไปตรวจสอบ” พูดแค่นี้พลอยขวัญก็พอจะปะติดปะต่อได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ คนที่ถูกสั่งให้ออกจากงานล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนั้น เอาเข้าจริงคนแรกที่เขาควรคิดบัญชีคือเธอมากกว่านะ งานอยู่ในความรับผิดชอบของเธอกลับหลุดออกไปถึงมือคู่แข่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวคนทำไม่ได้และเธอก็ไม่สามารถเคลียร์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้... มิน่าเล่าตอนที่ทุกคนรู้ว่าพลอยขวัญกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งถึงได้ทำหน้าสยดสยองกันไปหมด เธอต้องป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอีก... “เขาไม่เคยไว้หน้าใครเลย ปรับนู่นเติมนี่ตามใจชอบจนเละเทะไปหมด” “แต่หนูชอบนะคะ” น้องน้ำพูดโพล่งออกมา “บริษัทดูเฟรซซี่สมกับเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์เสื้อผ้า ไม่ทึมทึบเหม็นกลิ่นพวกดัดจริตไฮโซแบบเมื่อก่อนแล้วด้วย” ข้อนี้พลอยขวัญเห็นด้วยกับน้องน้ำ เมื่อก่อนบริษัทค่อนข้างรักษาความเป็นชนชั้นผู้ลากมากดี แต่ตอนนี้บริษัทเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจด ดูคึกคักมีชีวิตชีวา กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ไม่มีที่สิ้นสุด แถมยังปรับปรุงให้ทันยุคสมัย พวกเด็กรุ่นเจน Z ลงไปถูกใจกันมาก บริษัทกำลังสะสมขุมพลังเพื่อรอเปิดตัวแบรนด์ใหม่ POLY อย่างอลังการ ซึ่งทีมออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องตอบสนองความคาดหวังนั้น ว่าแต่ถ้าเขาเป็นมาเฟียจริง แล้วจะว่างงานถึงขนาดมาเทคโอเวอร์บริษัทเสื้อผ้าเล่นๆ เชียวหรือ “จริงสิ ไม่ทราบว่ามีใครพอจะทราบข้อมูลนายแบบที่เราต้องออกแบบชุดให้มั้ยคะ” “เรายังไม่รู้จนกว่าจะคัดตัวนายแบบเสร็จค่ะ” น้องน้ำเป็นผู้ตอบ คงเพราะเข้ามาทำงานหลังจากเกิดมหากาพย์หลายปีก็เลยยังพอเป็นมิตรอยู่บ้าง อีกทั้งมิได้ตัดสินใครจากคำนินทา แต่จะวัดกันที่ผลงาน ส่วนพวกคนเก่าๆ แก่ๆ ต่างเมินพลอยขวัญไปนานแล้ว พลอยขวัญได้แต่ปลอบตัวเองในใจว่า ‘ยังไหวๆ’ “แล้วกำหนดคัดตัวนายแบบวันไหนหรือคะ” “วันนี้ค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD