“เฮ้อ แล้วยี่หวาจะให้พี่ทำอะไร”
“ให้นางออกไปค่ะ ถ้านางไม่ออก ยี่หวาจะออกเอง พี่บุ้งก็คิดดูดีๆ ก็แล้วกันค่ะว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าบริษัทขาดยี่หวา”
“โอเค”
ยี่หวายิ้มได้ใจทันที แต่พี่บุ้งก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก แค่สบตานิ่งๆ ประหนึ่งว่าหมดเรื่องพูดแล้ว สีหน้าของยี่หวาจึงแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย และออกอาการไม่พอใจ “พี่บุ้ง! พี่บุ้งจะเลือกมัน ไม่เลือกยี่หวาเหรอคะ!!”
“เธอควรจะทบทวนสถานะของตัวเองใหม่นะยี่หวา ตอนนี้เธอเป็นเจ้าของบริษัทนี้เหรอ”
“ป...เปล่าค่ะ”
“พี่ก็ไม่ใช่”
“แต่ว่า...”
“แล้วทำไมยี่หวาถึงคิดว่าจะตั้งตัวเป็นอริกับคนที่คุณพชรเลือกมากับมือล่ะ” พี่บุ้งช่วยดึงสติ พอได้ยินชื่อ ‘พชร’ ยี่หวาก็หุบปากเงียบในบัดดล
‘พชร’ คือชื่อของผู้บริหารคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึงครึ่งปี เขาเป็นคนเก่ง เก่งขนาดทำลายสถิติทั้งๆ ที่อายุยังน้อยและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ไม่มีใครอยากมีเรื่องด้วย เพราะมีข่าวลือว่าเขาเป็นมาเฟียสายสีเทาค่อนไปทางดำ บ้างก็ว่าเป็นนอมินีให้กลุ่มทุนของเจ้านายพระองค์หนึ่ง ทำให้แทบจะไม่ค่อยมีใครได้เห็นตัวจริงของเขาเลย ทว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือที่เล่ากันปากต่อปาก ขยายความไปเรื่อย จะจริงเท็จอย่างไรก็สุดที่ยี่หวาจะรู้ได้ ซึ่งต่อให้ไม่เป็นความจริง คุณ ‘พชร’ ผู้นี้ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งก็ดีใจหาย ทุ่มทุนไม่อั้นให้บริษัทแสดงฝีมือเต็มที่ แต่หลายครั้งก็ไม่มีใครรับมือไหวและยากจะเดาใจ
“การทำคอลเล็กชันของเธอก็ยอดเยี่ยมอยู่หรอกนะยี่หวา แต่ถ้าเธอต้องออกแบบและตัดเย็บชุดของเชียร์ลีดเดอร์สามทีมด้วยตัวคนเดียว และงบจำกัดจำเขี่ย เธอทำได้มั้ยล่ะ”
พี่บุ้งวางแฟ้ม ยี่หวาคว้าไปพลิกเปิดดู จากที่พลิกดูเร็วๆ ก็ค่อยๆ ช้าลง ริมฝีปากเม้มแน่น
“พี่พูดในฐานะดีไซเนอร์ด้วยกันนะ ทั้งแพทเทิร์น วัสดุ เทคนิคการเล่นกับผ้าและไอเดียการนำเสนอของพลอยขวัญ เทียบกับงบที่ใช้แล้วถือว่าน่ากลัวเชียวล่ะ ถ้าเธอยังมัวตั้งแง่ไร้สาระอยู่แบบนี้ ระวังนะพลอยขวัญจะทำให้เธอเป็นได้แค่ดีไซเนอร์ทั่วๆ ไป”
ยี่หวากำมือแน่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้พลอยขวัญกลับมาได้เป็นอันขาด
------------
ชีวิตการทำงานของพลอยขวัญเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นทีละน้อย โปรเจคที่เธอต้องรับผิดชอบนั้นเปรียบดั่งบททดสอบว่าเธอพร้อมที่จะรับผิดชอบโปรเจคที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่ ซึ่งเบื้องบนให้สิทธิ์เธอเลือกนายแบบเองแล้วจง ‘แต่งตัว’ เขาซะ นำทีมโชว์อัพทักษะทุกอย่างออกมา
ระหว่างที่กำลังถกเถียงเรื่องตารางงานในห้องประชุมย่อยของแผนก ชื่อของคนผู้หนึ่งที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือคุณ ‘พชร’
พวกรุ่นพี่ต่างก็ถกเถียงกันเรื่องจะใส่ชื่อใครเป็นผู้นำเสนองานต่อหน้าผู้บริหารระดับสูง บ้างก็บ่นเรื่องความเผด็จการจนน่ากลัวของเขา ซึ่งทุกคนเรียกเขาลับหลังว่าท่านนายพล พลอยขวัญฟังอยู่เงียบๆ มาหลายวัน สุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามออกไป
“คุณพชรที่ว่า... เขาดุมากเลยเหรอจ๊ะ”
ภายในห้องประชุมที่มีเสียงคุยจอกแจก พลันเงียบไปทันใด แต่ละคนทำหน้าเหมือนเพิ่งเจอฝันร้าย แต่อีกนัยก็ดูเหมือนทุกคนจะชอบเม้าท์เรื่องผู้บริหารลึกลับคนนี้
“ลือกันว่าต้นตระกูลของเขามาจากฮ่องกง ตอนนี้เป็นมาเฟียอยู่ที่นั่น ท่านจอมพลก็เลยสั่งการผ่านโทรศัพท์”
“ไม่เคยมีใครเจอเขาเลยเหรอ”
“มีนะ แต่น้อย ตอนนี้น่าจะมีแค่ระดับผู้บริหารที่รู้ อ้อ... แล้วก็พี่โข่งกับพี่บุ้งก็เคยเจอคุณ ‘พชร’ ตอนเจรจาซื้อบริษัทครั้งหนึ่ง ได้ยินคนพูดกันว่าเขาอายุยังน้อย”
“ไม่รู้ทำไมเขาซื้อบริษัทนี้มาในราคาเหมือนได้เปล่า แล้วก็ไล่คนเก่าออกไปเรื่อยๆ อย่างยัยบุ๋มฝ่ายจัดซื้อไม่รู้ไปทำอะไรเข้า โดนไล่ออกฟ้าผ่าแถมโดนฟ้องร้องมีคดีติดตัวอีกต่างหาก”
“ใช่ๆ โดนไล่บี้ทุกแผนกเลย ที่โดนหนักที่สุดก็คือแผนกออกแบบนี่แหละ พี่บุ้งเกือบหนีบวช” เมื่อพูดคุยมาถึงตรงนี้ ทุกคนก็พร้อมใจกันเงียบ พลอยขวัญอยากจะฟังต่อ แต่ก็ไม่มีใครอยากจะเสียงพูดขึ้นมาสักเท่าไหร่
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”
“ก็เรื่องของพี่พลอย... คุณ ‘พชร’ โกรธจัดมาก... ถึงกับเรียกเก็บคอมที่ทุกคนใช้ไปตรวจสอบ”
พูดแค่นี้พลอยขวัญก็พอจะปะติดปะต่อได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ คนที่ถูกสั่งให้ออกจากงานล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนั้น เอาเข้าจริงคนแรกที่เขาควรคิดบัญชีคือเธอมากกว่านะ งานอยู่ในความรับผิดชอบของเธอกลับหลุดออกไปถึงมือคู่แข่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวคนทำไม่ได้และเธอก็ไม่สามารถเคลียร์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้...
มิน่าเล่าตอนที่ทุกคนรู้ว่าพลอยขวัญกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งถึงได้ทำหน้าสยดสยองกันไปหมด
เธอต้องป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอีก...
“เขาไม่เคยไว้หน้าใครเลย ปรับนู่นเติมนี่ตามใจชอบจนเละเทะไปหมด”
“แต่หนูชอบนะคะ” น้องน้ำพูดโพล่งออกมา “บริษัทดูเฟรซซี่สมกับเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์เสื้อผ้า ไม่ทึมทึบเหม็นกลิ่นพวกดัดจริตไฮโซแบบเมื่อก่อนแล้วด้วย”
ข้อนี้พลอยขวัญเห็นด้วยกับน้องน้ำ เมื่อก่อนบริษัทค่อนข้างรักษาความเป็นชนชั้นผู้ลากมากดี แต่ตอนนี้บริษัทเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจด ดูคึกคักมีชีวิตชีวา กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ไม่มีที่สิ้นสุด แถมยังปรับปรุงให้ทันยุคสมัย พวกเด็กรุ่นเจน Z ลงไปถูกใจกันมาก บริษัทกำลังสะสมขุมพลังเพื่อรอเปิดตัวแบรนด์ใหม่ POLY อย่างอลังการ ซึ่งทีมออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องตอบสนองความคาดหวังนั้น
ว่าแต่ถ้าเขาเป็นมาเฟียจริง แล้วจะว่างงานถึงขนาดมาเทคโอเวอร์บริษัทเสื้อผ้าเล่นๆ เชียวหรือ
“จริงสิ ไม่ทราบว่ามีใครพอจะทราบข้อมูลนายแบบที่เราต้องออกแบบชุดให้มั้ยคะ”
“เรายังไม่รู้จนกว่าจะคัดตัวนายแบบเสร็จค่ะ”
น้องน้ำเป็นผู้ตอบ คงเพราะเข้ามาทำงานหลังจากเกิดมหากาพย์หลายปีก็เลยยังพอเป็นมิตรอยู่บ้าง อีกทั้งมิได้ตัดสินใครจากคำนินทา แต่จะวัดกันที่ผลงาน ส่วนพวกคนเก่าๆ แก่ๆ ต่างเมินพลอยขวัญไปนานแล้ว พลอยขวัญได้แต่ปลอบตัวเองในใจว่า ‘ยังไหวๆ’
“แล้วกำหนดคัดตัวนายแบบวันไหนหรือคะ”
“วันนี้ค่ะ”