บทที่ 4 ยินดีที่ได้พบ
พลอยขวัญแปลกใจที่เขายิ้มกว้างกว่าเธอเสียอีก
เป็นยิ้มที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ผมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังครับ’
ทีมของพลอยขวัญรอฟังข่าวอยู่ก็ตื่นเต้นเช่นกัน เมื่อพลอยขวัญกลับมาถึงแผนกก็มารุมล้อมกันยกใหญ่ อยากรู้ว่าจะมีหนุ่มหล่อคนไหนมาร่วมงาน เพราะได้ยินว่ามีนายแบบดังสองสามคนเข้าร่วมคัดเลือกด้วย พลอยขวัญหัวเราะ เปิดแฟ้มแล้วลากปลายนิ้วหาชื่อนายแบบ
“เดี๋ยวนะจ๊ะ... รู้สึกว่าน้องเขาจะชื่อ ‘พชร’ นะ”
วงล้อมแตกฮือ เดี๋ยวๆ น้องเขาก็แค่ชื่อซ้ำกับท่านนายพลเท่านั้นเอง ยี่หวาที่เงี่ยหูฟังอยู่ก็ชักสีหน้าไม่เปลี่ยน ก่นด่าว่าเลือกนายแบบแค่นี้ก็ไม่ได้เรื่อง ไปคว้านายแบบโนเนมแถมชื่อก็ชวนผวา ขวัญกำลังใจของแผนกเสียหายหมด!
“มีนายแบบชื่อนี้ในวงการด้วยเหรอ ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย”
“สงสัยจะเป็นพวกลูกท่านหลานเธอ นามสกุลอะไรเหรอ”
“อืมมม... ไม่รู้สิ ในเอกสารไม่ได้บอก”
“เขามีผลงานอะไรมาบ้างล่ะ”
“ยังไม่มีค่ะ เป็นนายแบบใหม่ใสกิ๊ง น้องเขาชื่อเล่นว่าน้องเติร์ด ยิ้มน่ารักมากเลยนะ ถ้าทุกคนได้เจอจะต้องโดนตกแน่นอน”
พลอยขวัญพยายามชูรูป นำเสนอเต็มที่แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ เพราะทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่านายแบบเด่นๆ ดังๆ ก็มีทำไมไม่เลือก!
“เฮอะๆ พวกไม่ได้เรื่องก็มักจะดึงดูดคนประเภทเดียวกันนั่นแหละ” ยี่หวาเหน็บแนม ออกจะจงใจหัวเราะและทำให้บรรยากาศการทำงานแย่ลง “รสนิยมของเธอมันไม่ได้เรื่องมาตั้งแต่ไหนแต่...”
เสียงของยี่หวาขาดหายไปเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวที่หน้าแผนก เสียงพูดคุยเซ็งแซ่พลันเงียบกริบ พลอยขวัญเงยหน้าขึ้น เห็นว่าเป็นนายแบบของเธอเองก็โบกมือให้
เขาโบกมือตอบและก้าวเข้ามาราวกับเหินบนยอดคลื่น บุคลิกแฝงความเฉียบขาดน่าเกรงขามผิดวัย ทำให้บังเกิดความรู้สึกไม่เป็นมิตร ความที่เขาสูงยาวเข่าดีจึงดูเหมือนลอยเข้ามา เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างตะลึงมองใบหน้าและดวงตาคมเฉียบของเขา สะกดความสนใจให้มารวมไว้ที่เขาได้เพียงแค่เดินเข้ามา พลอยขวัญจึงช่วยแนะนำเขาให้ทุกคนรู้จัก
“นี่น้องเติร์ด จากนี้ไปจะมาเป็นนายแบบให้โปรเจคของเรานะคะ น้องเติร์ดคะ นี่คือทีมออกแบบ มียี่หวา น้องน้ำ พี่ต้น น้องโบแล้วก็พี่เจ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“...”
ทุกคนยังคงนิ่งมองค้าง พลอยขวัญจึงเกาแก้มตัวเอง ก็บอกแล้วว่าน้องเขาหล่อจริงๆ ยี่หวาเพิ่งจะหลุดจากอาการมองตาค้างได้ก็แบะปาก บ่นพึมพำ “ก็พอไปวัดไปวาได้เท่านั้น”
ถ้าหล่อเฉียบขาดบาดตาขนาดนี้ยังบอกว่าพอไปวัดไปวาได้ อย่างฉันคงเป็นอุทัยเทวีในสายตาเธอแน่ๆ พลอยขวัญคิด
“แต่ก็ดีที่อย่างน้อยเขาพอจะดูมีสมอง ผิดกับเธอ”
เอาอีกแล้ว... เหน็บไม่หยุด พลอยขวัญเลือกที่จะปล่อยผ่านไป แต่เขาเหลือบมองยี่หวาด้วยหางตา มุมปากยกขึ้นสูงอย่างเย้ยหยัน แค่นั้นก็เป็นการแสดงความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุดแล้ว สื่อสารความนัยได้ชัดเจนว่า ‘คนพูดฉลาดสักแค่ไหนกัน อ้อ ก็ไม่นิ แย่กว่าที่คิดเสียอีก’ แค่นั้นก็ทำให้ยี่หวาเงียบปากได้โดยที่เขาไม่ต้องพูดอะไรสักคำ แต่เห็นได้ชัดว่ายี่หวาโมโหจนหน้าเขียว พวกคนในแผนกได้แต่ตกตะลึง อีหลักอีเหลื่อกันไปหมด แต่ใบหน้าของเขามักจะมีรอยยิ้มประดับเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่สาว ซึ่งก็บอกยากว่าตกลงแล้วเป็นรอยยิ้มจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงหน้ากาก
“ท่าทางจองหองนี่มันอะไรกัน” ยี่หวาไม่ทนให้ใครดูถูกแบบนี้เด็ดขาด “อย่าหาว่าฉันสอนเลยนะ คนมีสติปัญญาดีๆ อย่างฉันไม่คิดว่า...”
“ถ้าไม่คิด งั้นเธอก็ไม่ควรพูด”
พลอยขวัญขยับออกมายืนขวาง ไม่ให้คำพูดคำจาร้ายๆ ของยี่หวาแตะต้องเด็กคนนี้ เติร์ดดูจะแปลกใจที่พลอยขวัญปกป้องเขา แววตาจึงเปล่งประกายและทำตัวเล็กตัวน้อยหลบอยู่ด้านหลังพี่สาว
“คนบางคนน่ะไม่ค่อยใช้สมองหรอกครับพี่พลอย ปัญญาถึงยังเต็มหัวอย่างนี้
“เอ๊ะ?!!” ยี่หวาถลึงตา อารมณ์เสียแต่ก็อดกลั้นไว้ก่อน “ลุกขึ้นซิ นั่นที่นั่งประจำของฉัน!”
เขาวางเฉย ก็แค่เก้าอี้ จะนั่งตัวไหนก็เหมือนกัน พลอยขวัญไม่อยากให้ตึงไปมากกว่านี้จึงเอ่ยปากให้เขาย้ายที่นั่ง
“น้องเติร์ดลุกมานั่งกับพี่ตรงนี้นะจ๊ะ”
“ได้ครับพี่พลอย”
เห็นได้ชัดว่านายแบบที่ชื่อ ‘พชร’ คนนี้เชื่อฟังและไม่ยอมรับคำสั่งจากผู้ใดเลย น้ำเสียงที่พูดคุยกับพลอยขวัญก็แตกต่างจากน้ำเสียงที่พูดกับยี่หวา ใบหน้าซึ่งหล่อเหลาเป็นทุนเดิมส่งยิ้มเหมือนต้าวหยูกหมาไม่มีผิด บรรยากาศในแผนกจึงยิ่งแปลกประหลาดพุ่งขึ้นไม่หยุด
“อ่ะแฮ่ม พี่จะอธิบายขั้นตอนการทำงานของเราคร่าวๆ นะคะ”
พลอยขวัญปรบมือสามครั้ง เรียกความสนใจให้กลับมาที่เนื้องาน “เมื่อไอเดียของเราได้รับการปรับแก้และอนุมัติ เราจะเริ่มลงมือออกแบบโดยใส่คอนเซ็ปลงไป เลือกวัสดุโดยกำหนดจากคุณภาพและราคา จากนั้นเราก็จะทำตัวต้นแบบเพื่อทดสอบว่าสวยงามและได้รูปทรงที่ถูกต้อง เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เราถึงจะทำการผลิตเสื้อผ้าออกมาทำการตลาดเพื่อเปิดตัวสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภครับรู้และมาซื้อเสื้อผ้าของเรา ตามทันมั้ยเอ่ย”
“ครับ”
“นอกจากนักออกแบบแล้ว เรายังต้องประสานงานกับช่างตัดผ้า ช่างแต่งเสื้อ นักวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับผ้าแล้วก็นักการตลาด... อ้อ พี่โข่งมาพอดีเลย”