บทที่ 5 ผู้ตัดสิน
เมื่อถึงวันนำเสนอแผนงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ กำหนดระยะเวลานำเสนอรวมช่วงซักถามข้อสงสัยรวมหนึ่งชั่วโมง ยี่หวานำถึงก่อนพร้อมด้วยทีมส่วนตัวซึ่งดึงคนที่ฝีมือดีๆ ในแผนกไป เธอสวมเชิ้ตขาวทับด้วยสูทแดงสะดุดตา เสริมความมาดมั่นและเอเนอจี้ล้นเหลือให้คณะผู้บริหารเห็น ซึ่งการนำเสนอเริ่มต้นขึ้นช่วงเวลาเก้านาฬิกา ผู้ใหญ่ของบริษัทเริ่มทยอยเข้ามาพร้อมสรรพ เรียงรายเป็นหน้ากระดาน ยี่หวาเคยผ่านการนำเสนอเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งจึงเริ่มต้นนำเสนองานอย่างสดใส เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
“เทรน ‘Quiet Luxury’ คือการแสดงความเรียบหรูที่ไม่โชว์แบรนด์ หรือโชว์โลโก้ให้ผู้คนเห็น แต่สะท้อนผ่านคุณภาพและความประณีตในการออกแบบตัดเย็บ ความเรียบง่าย ไร้กาลเวลา ด้วยดีไซน์และโทนสีเบจ-สีเทา น้อยแต่มาก”
ยี่หวายิ้มแย้มอ่อนหวานขณะอธิบายไอเดีย ในเมื่อโปรเจคของพลอยขวัญอยู่ในคอนเซ็ป Daily Life ยี่หวาจึงวางแผนออกแบบชุดหรูหราสุดลิ่มทิ่มประตู ใส่ดีเทลลงไปในงานเยอะๆ เพิ่มความอีลิตเข้าไปในคอลเล็กชันเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความเอเลแกรนท์ หรูหราแบบไม่ต้องตะโกน ขณะที่เธอกำลังนำเสนอ ร่างสูงใหญ่ก็เปิดประตูเข้ามานั่งกอดอกฟังเงียบๆ อยู่ด้านหลังห้อง ยี่หวาเองก็เห็นแล้วจึงส่งยิ้มให้อย่างมีชัย สะใจที่นายแบบปากเสียคนนี้จะต้องกลายเป็นตุ๊กตาของเธอ
ท่าทางของชายหนุ่มดูเกียจคร้าน ดูไม่ต่างอะไรจากเด็กหลังห้องท่าทางกำลังเบื่อๆ ที่เข้ามาเรียนผิดห้องอย่างไรอย่างนั้น ฟังได้ไม่ถึงห้านาทีก็เปิดประตูห้องออกไปหน้าตาเฉย ยี่หวานึกเคืองแต่ก็ยิ้มแย้มนำเสนอและตอบคำถามต่อไป
“ในเรื่องของราคา ไม่คิดว่าจะมีปัญหางั้นหรือ”
“ยี่หวาแน่ใจว่าหากแผนงานนี้อนุมัติผ่าน จะสามารถคุยเรื่องราคากับบริษัทคู่ค้าได้แน่นอนค่ะ”
ยี่หวากำหนดราคาต้นทุนไว้ต่ำกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้แน่ใจว่าบริษัทจะได้กำไรจากโปรเจคนี้อย่างถล่มทลาย “นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการในราคาต้นทุนต่ำ แต่ขายได้ในราคางามๆ นี่คือแผนงานของยี่หวาค่ะ”
หลังจากซักถามเกี่ยวกับสเปกวัสดุและรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ จนครบเวลา ยี่หวาหน้าบานสุดขีด เพราะคีย์แมนอย่างคุณชูศักดิ์ดูจะพอใจมากๆ ยี่หวาจึงมั่นใจว่าเอาชนะได้สบาย เมื่อเดินออกจากห้องประชุมก็พบพลอยขวัญกำลังนั่งรอเสนองานต่อจากยี่หวา ร่างบางสวมชุดสูทสีเทาเรียบๆ ไม่ค่อยสะดุดตา ยิ่งทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบกับยี่หวาผู้สวมชุดสูทแดงฉูดฉาด
พลอยขวัญปั่นงานแทบไม่ได้พักก็เลยนั่งสัปหงก เอกสารนำเสนอวางอยู่ข้างตัว และที่ดูจะประหลาดก็คือเจ้าหนุ่มเติร์ดนั่นนั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เหมือนคอยเฝ้าปกปักรักษาอยู่โดยไม่รบกวน เมื่อมีคนมาแตะไหล่เรียก พลอยขวัญก็งัวเงียตื่น พอเห็นว่าเป็นน้องเติร์ดก็แปลกใจ
“น้องเติร์ดมาด้วยหรือ กินอะไรมาหรือยัง ไม่เห็นตั้งหลายวันเลยนะ”
“ผมเพิ่งกลับจากทำธุระที่ฮ่องกงนิดหน่อยครับ” เขายิ้มแย้ม พลางหยิบกังหันวัดแชกงหมิวยื่นส่งให้ “ของฝากครับ ผมรู้ว่าพี่ต้องการกำลังใจเยอะๆ พี่พลอยจะได้เฮงๆ”
กังหันที่ว่านั้นเป็นกังหันลม ทำจากกระดาษห่อของขวัญเงาๆ สวยๆ ติดเรียงกันเป็นแผงดูสวยงาม ยามต้องลม กังหันน้อยใหญ่หมุนๆ ก็จะวิบวับ มีฮู้หรือยันต์มงคลเสียบอยู่ที่ยอด ประดับด้วยกระดิ่งกรุ๊งกริ๊ง ซึ่งกังหันที่เขานำมาฝากนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ทางวัดทำให้เช่าบูชา เชื่อกันว่ากังหันจะช่วยหมุนเรื่องดีๆ เข้ามาแล้วนำเรื่องร้ายๆ ออกไป พลอยขวัญรับของขวัญนี้ไว้ นึกในใจว่าเขาคงลำบากไม่น้อยกว่าจะได้กังหันสวยๆ นี้มาฝาก
“น้องเติร์ดต้องถือขึ้นเครื่องมาให้พี่ ลำบากแย่เลย ขอบคุณมากนะ”
“ผมเชียร์พี่ครับ จากนี้ไปชีวิตพี่พลอยจะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาไม่หยุดแน่นอนครับ”
“ขอให้น้องเติร์ดมีแต่ความสุขเช่นกันนะ”
พลอยขวัญยิ้มกว้าง ถือกังหันแล้วลองเป่าลมเบาๆ กังหันก็หมุนติ้วๆ ดูสวยสดใสจนเธอหัวเราะคิกออกมา มีกำลังใจพุ่งขึ้นเต็มหลอด เธอพยักหน้าให้เขาก่อนจะเข้าไปในห้องประชุม เช่นเดียวกับร่างสูงใหญ่ที่เดินตามหลังเข้าไปเงียบๆ
หึ! ยี่หวามองตามหลังไปด้วยสายตาเหยียด นึกในใจว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะต้องเขี่ยนังนี่ไปให้พ้นหูพ้นตาให้ได้!
-------------
ผลการพิจารณาตัดสินในวันนั้นทันทีว่าเบื้องบนเลือกงานของพลอยขวัญ
ยี่หวาช๊อก ตรงดิ่งไปโวยวายหน้าแดงก่ำใส่พี่บุ้งทันที “หมายความว่ายังไงคะ ทำไมยี่หวาถึงแพ้!”
“คงเพราะกังหันวัดแชกงหมิวอานุภาพแรงน่ะ” พี่บุ้งตอบติดตลก
“หา?!”
ยี่หวาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง พร่ำโวยวายไม่หยุด พี่บุ้งนั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่ที่หลังโต๊ะทำงาน รับฟังอย่างใจเย็น “ก็อย่างที่พี่บอก ถึงแม้ว่าเธอจะยื่นเสนอต้นทุนราคาต่ำที่สุด แต่เบื้องบนเลือกแผนงานเรียบง่ายอย่างการเลือกวัสดุและขายในราคาสมเหตุสมผลมากกว่า มันคือการรักษาชื่อของบริษัทในระยะยาว”
ยี่หวากระแทกตัวลงนั่ง เขย่าขาอย่างหงุดหงิด ไม่ยอมรับคำตัดสิน “ดูก็รู้ว่ายี่หวาเขียนแผนงานออกแบบที่ตรงใจฐานลูกค้าของบริษัทมากกว่า แถมยังลดต้นทุนให้อีก ทำแบบนี้แสดงว่ายัยนั่นต้องใช้ลูกไม้สกปรกตอนนำเสนอแน่ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นดูสไลด์ที่เธอนำเสนอกันอีกรอบดีมั้ย”
พี่บุ้งกดเปิดหน้าจอฉายภาพ ค่อยๆ เลื่อนภาพไปทีละสไลด์ ยี่หวายักไหล่ ทุกอย่างไร้ที่ติ ใช้การนำเสนอแสงสีเสียงจัดเต็มและยังนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างการขึ้นรูปสามมิติมาใช้นำเสนอให้ผู้บริหารเห็นภาพชัดเจนขึ้นด้วย
“ก็ออกจะเลิศนี่คะ”
“ห่วยแตกน่ะสิไม่ว่า”