“แล้วก่อนหน้านี้เคยถ่ายแบบมาก่อนมั้ยจ๊ะ”
“ไม่เคยครับ พี่พลอยเป็นคนแรกของผมเลยครับ”
คำพูดที่ถูกต้องคือ ‘พี่พลอยเป็นคนแรกที่เลือกผมเป็นนายแบบครับ’ จะฟังดูตรงกว่า พลอยขวัญหัวเราะ ตักโยเกิร์ตแบบไม่มีน้ำตาลเข้าปากตามด้วยสตรอเบอร์นี่สด รสเปรี้ยวของโยเกิร์ตกับรสหวานหอมของสตรอเบอร์รี่ทำให้พลอยขวัญแอบกรี๊ด อร่อยชื่นใจมากเลยค่า
“แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ น้องเติร์ดทำอะไรมาก่อน”
“ค้าขายครับ”
“ค้าขาย?”
“อืมม... ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็ประมาณว่าผมรู้วิธีขายโค้กราคายี่สิบบาท ให้ได้ราคาสองพันบาทน่ะครับ”
“โค้ก?”
“เป็นคำแสลงของวงการหนึ่งน่ะครับ”
“แค่ก...” พวกคนชุดดำปริศนาที่นั่งกินข้าวอยู่ถัดไปอีกโต๊ะกระแอมแค่กๆ พลอยขวัญเห็นข้อนิ้วชี้ของเขามีรอยด้าน ร่างสูงใหญ่รู้ว่าเธอมองจึงแบมือให้ดูอย่างไม่ปิดบัง
“รอยนี่เกิดจากอะไรหรือ”
“จับปืนครับ”
“แค่กๆ”
คนชุดดำไอแค่กๆ เหมือนพยายามกลบเสียง พลอยขวัญก็ฟังไม่ค่อยได้ยินพอดี แต่คุณน้องเติร์ดยังเท้าคางส่งยิ้มให้พลอยขวัญอย่างไม่สะทกสะท้าน แค่ส่งสายตาลุกวาวออกไป คนพวกนั้นก็รีบลุกและถอยไปเงียบๆ
“ผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองหรอกครับ พ่อแม่ก็ไม่มี ป้าที่เลี้ยงผมมาก็แทบไม่มีกำลังส่งผมเรียนหนังสือ พอเรียนจบม.ต้น ผมอยากออกไปยืนด้วยลำแข้งตัวเอง เลยขอป้าออกจากบ้าน ป้าบอกไปเถอะลูก อยากจะได้อะไรต้องทำมาหากิน ไม่มีอะไรตกมาจากท้องฟ้าหรอก ประสบการณ์ชีวิตต้องหาด้วยตัวเอง แค่อย่าไปติดยา อย่าติดผู้หญิงจนเสียผู้เสียคน อย่าสำมะเลเทเมาจนติดคุกติดตะราง ถ้าไปแล้วไม่รอดให้กลับมาที่บ้าน เพราะงั้นผมก็แค่ลุยให้สุด”
เขาเล่าไปเรื่อยๆ เหมือนรอที่จะได้บอกใครสักคนมานานแล้ว
“ผมเคยจับจิ้งหรีดขาย ขายเรียงเบอร์ พับถุงกระดาษก็เคยทำมาแล้วครับ บางวันผมแอบนั่งในธนาคาร เข้าไปอ่านหนังสือพิมพ์และอ่านหนังสือในนั้น อ่านจนไม่รู้จะอ่านอะไรแล้ว วันหนึ่งผมได้อ่านนิตยสาร เห็นชื่อพี่พลอยในนั้นด้วยนะ พี่เพิ่งจะเรียนจบกลับมาจากญี่ปุ่น ได้รางวัลจากรัสเซียอีกต่างหาก ผมก็นึกอยากไปกับพี่บ้าง อยากเห็นประเทศญี่ปุ่น อเมริกา ฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศ ในใจรู้สึกว่าน่าไปทุกที่เลย แต่ก็เป็นได้แค่ความฝันและความเพ้อเจ้อในตอนนั้น”
เขายิ้ม เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
“ผมเริ่มทำงานเป็นคนขายเครื่องมือช่าง ไม่ได้รับเป็นเงินเดือน ถ้าขายได้ถึงได้เงิน เดินเคาะประตูไปตามบ้าน เหนื่อยมากครับ ร้อนด้วย แล้วผมก็นึกอยากแต่งตัวดีๆ ทำงานโก้ๆ ในที่หรูๆ บ้าง เลยไปสมัครทำพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟในโรงแรมคอนติเนนตัล ตอนนั้นพี่พลอยจัดโชว์คอลเล็กชันครั้งแรกที่นั่น”
“เอ๊ะ... พี่ก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าจัดงานที่โรงแรมไหน”
“ผมจำพี่ได้”
พลอยขวัญเลื่อนสายตามามองเขาให้ชัดๆ อีกครั้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าเหมือนจะเคยรู้จักเธอมาก่อน ทำไมถึงยึดติดเธอถึงขนาดนั้น
“หลังจากทำงานไปสักระยะแล้วผมก็คิดว่า ทำไมเราถึงไม่เป็นนักธุรกิจแต่งตัวโก้ๆ ใส่ชุดสูทหรูๆ ขับรถเท่ๆ ไปทำงานในตึกใหญ่ๆ บ้างล่ะ ตอนนั้นลูกค้าที่มาดื่มคนหนึ่งถูกใจหน่วยก้านของผมมาก ผมขอตามเขาไปทำงานให้เขาที่ฮ่องกง ไต่เต้าจากระดับล่างขึ้นมาด้วยตัวเอง ท่านประธานใหญ่ถึงยอมสอนผมทุกอย่างเกี่ยวกับเกมกระดานเงิน โหดสุดๆ เลยล่ะ แต่ผมอดทนและพยายามจนสำเร็จ”
พลอยขวัญสบตาเขา จินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะต้องพบเจออะไรมาบ้างถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ เธออยากจะลูบผมของเขาแต่ข่มใจไว้ “เก่งมากเลยนะ ยินดีด้วยนะที่ทำความฝันได้สำเร็จ”
“ไม่หรอกครับ ผมยังทำไม่สำเร็จ”
“แล้วความฝันของน้องเติร์ดคืออะไรคะ”
“พี่ไงครับ”
เขามองเธอ มองเสียจนไม่อาจบิดเบือนความนัย คนผู้นี้รูปงามชวนตะลึงมากพออยู่แล้ว เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ตรงหน้าเธอราวกับว่ากำลังเฝ้ารอคำชม รอยยิ้มของเขาโจมตีเข้ามาไม่หยุด พลอยขวัญสบตาแค่ครู่เดียวก็รู้สึกว่าสู้ตาเขาไม่ไหว เบือนหน้าไปโดยไม่รู้ตัว เด็กคนนี้อยากจะเป็นนายแบบชนิดที่ว่ากระหายมากขนาดนี้เชียว
“แหะๆ” พลอยขวัญเริ่มหลุดยิ้มงดงาม “มีแฟนคลับติดตามผลงานพี่ขนาดนี้ เขินเลยค่ะ เป็นเกียรติมากที่น้องเติร์ดให้โอกาสพี่ พี่จะทำเต็มที่ ไม่ทำให้น้องเติร์ดผิดหวังค่ะ”
“...”
“การที่ดีไซน์เนอร์สักคนมีแฟนคลับที่เฝ้ารออยากใส่ชุดที่เราเป็นคนออกแบบ ถึงจะแค่คนเดียวที่ยังรอก็เถอะ มันมีความหมายมากเลยล่ะ ขอบใจมากนะ แท่นชาร์จพลังงานของพี่ พี่ไปทำงานก่อนนะ”
พลอยขวัญตักโยเกิร์ตคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมของเขาเบาๆ แล้วยกถาดไปเก็บที่ชั้นวาง สรุปว่าเป็นปลื้มมากที่มีติ่งเป็นหนุ่มหล่อขนาดนี้
พลอยขวัญขึ้นไปทำงานสักพักแล้ว ร่างสูงใหญ่ยังคงนิ่งงันไม่ไหวติง ก่อนจะทรุดฮวบลงไปฟุบหน้าลงบนโต๊ะ
แอบซ่อนใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึง