ภรรยาตัวร้ายของนายวายุ
โดย นามปากกาแอดมินตัวกลม
ตอนที่5. เลื่อนขึ้นให้ไวกว่าเดิม
วีนั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาภายในสวนสาธารณะก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่นั่นก็ทำให้วายุที่อยู่ในคราบของคนขับรถได้ยินสิ่งที่เธอกำลังพูดออกมา ชายหนุ่มตั้งใจฟังในสิ่งที่เธอพูดออกมาเป็นอย่างดี คิ้วหนาถึงกับขมวดเข้าหากัน
“ฉันเคยฝันว่าสามีของฉัน เราต้องรักกัน เราจะปกป้องกันและกัน ดูแลกัน ให้กำลังใจกัน ไม่ทอดทิ้งกัน ดูแลกันและกันในยามที่เจ็บป่วย ให้กำลังใจในวันที่ท้อแท้ ไม่ทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว เป็นพ่อที่ดีของลูก เป็นสามีที่ดีของภรรยา
แต่ว่า....เห้อช่างเถอะ ถ้าจะหาให้ได้ดีขนาดนั้นคงต้องไปนอนฝันเอาเองสินะว่าไหม คงแล้วแต่เวรแต่กรรม
กรรมใครกรรมมัน ในเมื่อชะตาชีวิตเขาถูกหรือไม่ก็ลิขิตมาให้เป็นแบบนี้เราก็คงจะฝืนอะไรมันไม่ได้
สิ่งที่ทำได้นั่นก็คือทำวันนี้ให้ดีที่สุดจริงไหม”
วีพูดยาวออกมาเหมือนคนที่ได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นภายในใจให้กับคนแปลกหน้า ทั้งๆ ที่รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนขับรถของว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าการที่เธอได้พูดออกมานั้นมันทำให้เธอรู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก พูดให้คนสนิท่ของเขานั่นแหละฟัง อย่างน้อยถ้าเอาไปพูดหรือว่าเอาไปบอกต่อกันมันก็คงจะดี เขาจะได้รู้ว่าเธอเองก็ไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขาสักเท่าไหร่ เพราะทั้งหมดมันเป็นเรื่องที่นอกเหนือจากการคาดเดานั่นเอง
“แล้วผู้ชายที่โทรหาคุณ?” วายุอดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยความสงสัยและความอยากรู้ที่มีอยู่นั่นเต็มอก
ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากถามทั้งที่สืบมาจนรู้หมดแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังอยากที่จะได้ยินฟังทุกอย่างจากปากของเธอว่ามันจะเป็นจริงเหมือนที่เขาไปสืบมาหรือไม่
“นั่นนะแฟนเก่า ฉันจับได้ว่าเขาไปมีคนอื่น เพราะอะไรนะเหรอ เพียงเพราะว่าที่ผ่านมาฉันไม่ยอมมีอะไรอย่างว่ากับเขาแค่นั้นเองตลกไหมล่ะ
เพียงเพราะเรื่องแค่นั้นเลยทำให้เราต้องเลิกกันแต่มันก็ดีแล้วแหละที่เป็นแบบนี้อย่างน้อยก็จะได้รู้ถึงนิสัยใจคอของคน”
วีตอบพร้อมกับใบหน้าที่เรียกว่าคิ้วแทบจะผูกเป็นโบว์ได้แล้ว ผิดกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ที่ยิ้มแก้มแทบจะแตกอยู่แล้ว ดีที่ว่าใส่แมสปิดหน้าเอาไว้ ไม่งั้นคนที่ผ่านไปมาคงคิดว่าเขาบ้าแน่ๆ อะไรจะยิ้มกว้างได้ขนาดนั้นบ้าไปแล้วแน่ๆ
“นายไปเดินเล่นก็ได้นะ ฉันจะนั่งแถวนี้รอไปเหอะไม่ต้องห่วง” วียังคงพูดต่อทั้งที่ไม่ได้มองคนที่อยู่ข้างหลัง
“เมื่อคืนคนที่พาคุณกลับบ้านคือ นายของผมเอง”
วายุลองพูดออกมาและนั่นก็ทำให้วีถึงจับตกใจ
วีหันหน้ามามอง ห๊ะ...
“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ พูดอีกทีซิ” หญิงสาวทวนคำถามอีกครั้งนึงเหมือนยังกับว่าที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
“ผมบอกว่าคนที่พาคุณกลับเมื่อคืนคือนายผม”
วีที่ได้ยินถึงกับเอามือกุมขมับตัวเอง
“แต่ก็ดีแล้วนี่ ดีที่เขามาเห็นฉันในสภาพเมาเละเทะแบบนั้นใช่ไหมป่านนี้เขาอาจจะกลัวจนรับไม่ได้ก็เป็นได้
ว่าผู้หญิงอะไรเมาได้ขนาดนั้น เผลอๆ บางทีนายนั่นอาจจะยกเลิกการแต่งงานไปเลยก็เป็นได้ จริงสิถ้าเป็นแบบนี้ได้ก็คงดี”
แต่เหมือนคำพูดของเธอจะเป็นการดับฝันเพราะสิ่งที่วายุกำลังจะพูดต่อจากนี้ทำเอาวีแทบเป็นลมล้มทั้งยืน
“ไม่ครับ นายบอกว่า จะเลื่อนการแต่งงานให้แต่งเร็วที่สุดครับ นั่นก็คืออีกสองวันครับ”
“อะ อะ อะไรนะ นายว่าอะไรนะ อีกสองวันอย่างนั้นเหรอบ้าไปแล้วหมอนี่มันบ้าจริงๆ”
วีบ่นพึมพำคนเดียวพร้อมกับเอามือขยี้ผมอย่างแรง วายุกลั้นขำอีกแล้วภายใต้แมสสีดำที่เขาใส่ปกปิดอำพรางใบหน้าของเขา
“ทำได้ไง เขาทำแบบนี้ได้ยังไง เต็มหรือเปล่าเนี่ย ว่าแต่นายเป็นคนขับรถให้เขาเหรอ” วีหันมาถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้
“เปล่าครับ แค่ตอนที่ว่างและตอนที่นายสั่งเท่านั้นครับ ไม่ได้ทำเป็นประจำ”
“กลับเหอะ ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันกำลังจะเป็นประสาทแล้ว อีกสองวันเหรอ อีก 2 วันฉันต้องประสาทเสียแน่นอน”
วีลุกขึ้นแล้วเดินออกไปพร้อมกับสะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะเดินคอตกไปขึ้นรถ กว่าจะมาถึงบ้านก็มืดค่ำ เพราะว่าความเครียดสะสมวีกดโทรศัพท์ไปหาแหม่มทันที
“เห้ยแกฉันเครียด ออกมาผับหน่อยนะ ที่เดิม โต๊ะเดิม”
วีเล่าเรื่องวันนี้ให้แหม่มฟังรวมไปถึงเรื่องที่นายนั่นมาส่งที่บ้าน ก่อนที่จะวางสายแล้วแยกย้าย วายุที่นั่งทำงานในห้องทำงานชั้นบนของผับ และธุรกิจของเขาเองที่สร้างขึ้นมาเองกับมือนั้นก็คือผับที่มีถึง3สาขา สตูดิโอถ่ายรูป ร้านตัดเสื้อแบรนด์เนม แกลอรี่
ทั้งหมดนี้ไม่มีใครรู้ว่านี่คืองานของเขาเอง สิ่งที่ทุกคนรู้ก็คือ เขาเลว ไม่ได้เรื่อง
หนักไม่เอา เบาไม่สู้ และนั่นจึงทำให้พ่อของเขาต้องการให้เขาแต่งงานเพื่อหวังว่าจะมีคนปราบเขา