แสงแดดยามเช้าเพิ่งสาดลงมาทาบถนน ฟาริดาขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีเงินคันเล็กที่พี่ชายจากอเมริกาซื้อให้ใหม่เพื่อให้ขับไปเรียนโดยเฉพาะออกมาจากคอนโดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
แม้คอนโดจะไกลจากมหาลัยเพียงแค่รถไฟฟ้าสองสถานีแต่รู้ซึ้งดีว่าการจราจรบนท้องถนนในกรุงเทพนั้นเป็นยังไงจึงเผื่อเวลาเอาไว้ถึงสองชั่วโมง เพราะเธอไม่อยากเสี่ยงกับรถติด
สองมือเกาะพวงมาลัยแน่น สายตาจับจ้องไปตามเส้นทางที่คุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง ดวงตากลมโตเหลือบมองป้ายบอกทางทุกระยะเพื่อความมั่นใจ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่ประตูมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ความโล่งอกก็กระจายออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ
ร่างบางค่อยๆ ขับไปตามเส้นถนนหลักที่สองข้างเต็มไปด้วยนักศึกษาด้วยกัน บรรยากาศคึกคักสมกับเป็นวันเปิดเทอม ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคณะของตนเอง มือเล็กหมุนพวงมาลัยเข้าไปตามทางที่ทอดยาวไปยังโรงจอดรถประจำคณะ
เสียงล้อบดกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะบังคับรถให้ถอยเข้าไปยังช่องว่างด้านในอย่างใจเย็น เมื่อจอดได้ที่หญิงสาวก็ดับเครื่องจากนั้นหยิบกระเป๋าสะพายใบโปรดขึ้นสะพายหลังก้าวลงจากรถ
ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเงยหน้ามองอาคารสูงสี่ชั้นตรงหน้า แล้วจึงเดินไปตามทางเท้าสู่บันไดหน้าตึก เสียงรองเท้าส้นเรียบของฟาริดากระทบพื้นหินขัดเงาในอาคารก้องเบาๆ ร่างบางตรงไปยังลิฟต์ที่ตั้งอยู่กลางโถงกว้างที่มีกลุ่มคนยืนรอเข้าลิฟต์อยู่ สายตารอบข้างต่างจ้องมองมายังหญิงสาวด้วยความสนใจเนื่องจากไม่เคยเห็นหน้า และสาเหตุอีกอย่างที่หลายคนมองก็เพราะรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นของฟาริดา
ยืนรอไม่นานก็ถึงคิวของร่างบางที่ได้เข้าไปพร้อมกับนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ถึง 15 วินาทีก็ถึงที่หมาย หญิงสาวก้าวออกไปเมื่อถึงชั้นที่ต้องการกวาดสายตามองป้ายบอกทางบนผนังแล้วเดินตามหาหมายเลขห้องเรียนที่ถูกระบุไว้ในตารางเรียน จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูที่ติดป้ายหมายเลขห้องที่เธอตามหา
เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นถี่ขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ดังลอดออกมาจากภายในบ่งบอกว่ามีหลายคนมาถึงก่อนหน้าแล้ว ความประหม่าจู่โจมเข้ากะทันหัน
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ทันใดนั้นทุกสายตาที่หันมามอง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นศูนย์กลางความสนใจ แต่เธอก็พยายามเก็บความประหม่าด้วยการสอดส่ายสายตามองหาที่นั่ง
ขณะที่ร่างบางกำลังมองที่ว่างเสียงใสที่อยู่ไม่ไกลก็เอ่ยทักขึ้น
"นี่! ตรงนี้ว่างมานั่งด้วยกันสิ"
ฟาริดาหันไปมองจึงเห็นว่าคนที่เรียกตัวเองคือหญิงสาวตัวเล็กกว่าเธอเล็กน้อย ผมสั้นประบ่าสี Ash green หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ผิวสีน้ำผึ้ง แววตาเป็นประกายสดใสกำลังยิ้มให้เธอ
ร่างบางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้าเป็นการตกลงเล็กน้อย
"ขอบคุณนะ" เสียงหวานเอ่ยขอบคุณเมื่อนั่งลงแล้ว
จากนั้นทั้งสามคนก็ทำความรู้จักกันรออาจารย์ประจำชั้นมา ฟาริดาจึงได้รู้ว่าคนที่เอ่ยทักเธอก่อนชื่อ มินตราหรือมิ้น เจ้าตัวสอบถามว่าก่อนหน้านี้ตนเรียนที่ไหนและทำไมถึงย้ายมาเรียนที่นี่เอาตอนขึ้นปี 3 แล้วก็ถามเรื่องอื่นๆเยอะแยะไปหมด จนคนที่นั่งข้างๆต้องเอ่ยขัด
"ยัยมิ้น เลิกซักไซ้ได้แล้ว เกรงใจเฟย์บ้าง" หญิงสาวอีกคนปรามเพื่อนสนิทเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถามจนเพื่อนใหม่ตอบไม่ทัน นริศาหรือน้ำข้าวขยับแว่นตาทรงกลมพลางทอดมองมิ้นด้วยสายตาเหนื่อยใจก่อนจะเอ่ยกับฟาริดาว่า
"ขอโทษนะเฟย์ ยัยนี่มันชอบพูดมากน่ะ"
"ไม่เป็นไรเลย ดีซะอีกจะได้รู้จักกันเร็วๆ" ฟาริดายิ้มให้สาวแว่นหน้าหมวย
ร่างบางมองเพื่อนใหม่สองคนที่ต่างกันคนละขั้วด้วยสายตาสนใจ คนนึงช่างพูด คนนึงพูดน้อยแต่ก็ใส่ใจคนอื่นพอสมควร ทำให้ฟาริดารู้สึกว่าแม้เพิ่งเจอกันแต่ก็น่าจะสนิทกันได้ไม่ยาก รู้สึกสบายใจขึ้น ความตื่นเต้นและความประหม่าเริ่มจางลงไปเพราะพบว่าพวกเธอทั้งสามคนเข้ากันได้ดีกว่าที่คาดไว้
ไม่นานนัก อาจารย์ประจำคณะคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงทักทายอบอุ่น
"สวัสดีค่ะนักศึกษาชั้นปี 3 ทุกคน วันนี้อาจารย์จะมาชี้แจงเนื้อหาการเรียนที่พวกเราจะได้เรียนเทอมนี้นะคะ"
ทั้งสามคนจึงกันไปสนใจฟังอาจารย์ชี้แจงเนื้อหาที่จะได้เรียนของปีนี้
"เนื้อหาทั้งหมดที่เราจะเรียนก็มีเท่านี้ค่ะ มีนักศึกษาคนไหนอยากสอบถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ?" คนเป็นอาจารย์ถามเมื่ออธิบายจบ
คนในห้องต่างส่ายหัว
"ถ้างั้นเอาไว้พบกันในคลาสสัปดาห์หน้าหลังจากจบกิจกรรมของมหาลัยนะคะ หากใครมีคำถามหรือเรื่องปรึกษาสามารถไปพบอาจารย์ได้ที่ห้องพักอาจารย์ในตอนพักเที่ยง" ว่าจบอาจารย์ประจำชั้นก็เก็บกระเป๋าแล้วออกจากห้องไป
"เฟย์จะกลับเลยรึเปล่า ไปหาอะไรกินกันไหม?" เป็นมิ้นที่ถาม
"เอาสิ ที่ไหนดีล่ะ" ฟาริดาพยักหน้าตกลงทันที เพราะนี่ก็ใกล้เที่ยงพอดี
"ใต้คณะนี่เอง มีร้านอาหารอร่อยๆเพียบเลย"
"อื้อ งั้นไปกัน"
เมื่อตกลงกันได้ก็พากันเดินผ่าฝูงคนออกจากห้องแล้วลงไปด้านล่างทันที