เมื่อถึงโรงอาหารคณะฟาริดาก็หยุดยืนมองรอบๆ ดวงตากลมโตสอดส่ายไปทั่วโรงอาหารขนาดกลางที่มีร้านอาหารเรียงรายอยู่สองฝั่ง ดูสะอาดสะอ้านหน้าตาน่ากินเต็มไปหมด ชวนให้นึกถึงสมัยที่เธอเรียนอยู่มัธยมต้นไม่น้อย
"กินอะไรดีเนี่ย ก๋วยเตี๋ยวร้านป้าน้อยก็คิดถึง ข้าวหมูแดงร้านป้าหวานก็อยากกิน" เจ้าของผมสีเขียวเอ่ยด้วยท่าทางคิดหนัก
ส่วนสาวหมวยหันมาถามเพื่อนใหม่ด้วยความเป็นห่วง
"เฟย์จะกินได้รึเปล่า"
"เออนั่นสิ ลืมไปเลยว่าเฟย์พึ่งกลับมาจากเมืองนอก ขอโทษนะแก ฉันลืมไปน่ะ" มินตราพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิดที่ชวนเพื่อนมาโดยที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปรับตัวได้หรือยัง
ฟาริดายิ้มกว้างพลางส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร "อยู่ที่โน่นฉันก็กินอาหารไทยประจำ กินได้สบายมาก"
เรื่องนี้เธอไม่ได้พูดเพื่อให้เพื่อนสบายใจ แต่ตอนอยู่ที่โน่นแม่ของเธอทำอาหารไทยให้กินทุกสัปดาห์จริงๆ
ได้ยินอย่างนั้นคนที่กำลังรู้สึกผิดก็ใจชื้นขึ้นก่อนจะเอ่ยแนะนำอาหารที่ตนชอบกินเป็นประจำให้ สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกอาหารที่คิดว่าตัวเองกินแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอาหารมากเกินไปอย่างข้าวหมูแดง
เมื่อได้อาหารที่ต้องการครบทุกคนแล้วทั้งสามสาวก็มานั่งที่โต๊ะ และหญิงสาวตัวเล็กช่างพูดก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเช่นเดิม
"เออ ข้าว สรุปแล้วปีนี้ไปรับน้องที่ไหนกันน่ะ?"
นริศาปรับแว่นและยกช้อนขึ้นก่อนจะตอบ "ได้ยินพี่โมเน่บอกว่าที่ระยองน่ะ"
มินตราได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ อีก 3 วันจะไปทำกิจกรรมอยู่แล้วแต่เธอพึ่งมารู้นี่เองเพราะปิดเทอมมัวแต่สตรีมเกมทั้งวันทั้งคืนกลุ่มไลน์คณะอัปเดทอะไรไม่ได้เปิดดูดองจนแชทไลน์ขึ้น 999+ แล้ว
"รับน้องอะไรหรอ?" ฟาริดาที่ได้ยินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ร่างเล็กจึงเป็นฝ่ายอธิบายให้ฟัง
"เออจริงสิ เฟย์ย้ายมาคงยังไม่รู้เรื่อง คืองี้นะ ที่นี่น่ะมีกิจกรรมหนึ่งที่เรียกว่า 'การรับน้อง' มันเป็นกิจกรรมสร้างความสนิทสนมระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะน่ะ แล้วจะมีการจับสายรหัส ปี 1 จะเป็นคนจับคำใบ้ที่พี่ปี 2 เป็นคิด แล้วปี 1 ก็จะตามหาพี่รหัสของตัวเองจากคำใบ้นั้น ตามหาเจอรุ่นพี่ก็จะรับเข้าสายแล้วพาไปรู้จักสายรหัสปี 3 ปี 4 อีกทอดนึง"
จากนั้นมินตราก็เล่าเรื่องที่ตัวเองโดนรุ่นพี่ให้ทำอะไรแปลกๆ แลกกับการรับเข้าสายให้เพื่อนใหม่ฟัง ฟาริดาฟังแล้วก็หัวเราะเบา ๆ
"ฟังดูน่าสนุกจัง แต่ถ้าถูกรุ่นพี่แกล้งแปลก ๆ ล่ะ?"
มินตราส่ายหัวอย่างอารมณ์ดี "ม.เราไม่มีแบบนั้นหรอก มีแค่ให้ทำอะไรตลกๆ เท่านั้นแหละ"
หญิงสาวพยักหน้ารับทราบฟังแล้วพยักหน้าก่อนจะถาม
"แล้วฉันต้องไปด้วยไหมอ่ะ?" ฟาริดาหมายถึงการไปรับน้องที่ว่า
สองสาวมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่นริศาจะเป็นฝ่ายเอ่ย
"เดี๋ยวขอโทรถามพี่รหัสแป๊บนึงนะ"
หญิงสาวพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรหาพี่รหัสตัวเองที่เป็นรองประธานปี 4 ที่เป็นคนควบคุมกิจกรรมนี้
(ว่าไงยัยข้าว)
"พี่เน่ ข้าวมีเรื่องอยากจะถาม"
(เรื่องอะไร?)
"คือมีเพื่อนปี 3 ย้ายเข้ามาใหม่อ่ะ แล้วเขาอยากรู้ว่าเขาต้องไปรับน้องด้วยไหมคะ?"
(อ๋อ เดี๋ยวถามประธานแป้บนึงนะ / คุณประธาน! น้องรหัสฉันโทรมาถามว่ามีน้องปี 3 ย้ายเข้ามาใหม่อ่ะ ให้ไปกิจกรรมรับน้องด้วยไหม?)
ปลายสายตะโกนถามใครบางคน
(น้องย้ายมาใหม่? / เออ)
เงียบไปครู่หนึ่งเสียงทุ้มต่ำก็ตอบกลับมาให้น้ำข้าวได้ยินไปด้วยกัน
(อืม / โอเค แล้วนั่นยิ้มทำไมน่ะ? / ไม่มีอะไร ตอบน้องไปสิ / เออๆ / ข้าวได้ยินแล้วใช่มะ?)
"ได้ยินค่ะ" เสียงนุ่มตอบในหลังจากปลายสายเถียงกันเสร็จ
(โอเค บอกวันเวลาสถานที่ไปให้เพื่อนรู้ด้วยนะ เดี๋ยวพี่เพิ่มจำนวนคนให้)
"ได้ค่ะ"
(จ้ะ)
ติ้ด!
"สรุปแล้วไปด้วยได้นะ ไปทำกิจกรรมที่ทะเลที่ระยอง 1 คืน 2 วัน ออกเดินทางวันพุธนี้ ขึ้นรถบัสที่หน้าคณะ"
ใบหน้าสวยพยักหน้ารับทราบ
ส่วนคนที่นั่งหูผึ่งข้างๆเพื่อนสาวได้ยินเสียงทุ้มชวนฝันของใครบางคนก็รีบถามเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ยัยข้าว เมื่อกี้เสียงพี่เขาใช่ไหม!?"
นริศาทำหน้าเบื่อใส่เพื่อนสนิทแต่ก็พยักหน้าเป็นการตอบ
ซึ่ง 'เขา' คนนั้นที่อีกฝ่ายหมายถึงนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นประธานปี 4 ของคณะบริหารที่อีกฝ่ายชื่นชอบนั่นเอง
"อ๊ายยย ได้ยินเสียงฉันก็นอนหลับฝันดีไปอีกหลายวันแล้ว"
"อย่าเวอร์ให้มากนักยัยมิ้น"
"เวอร์อะไรยะ ก็คนมันชอบอ่ะ แกไม่เข้าใจ" หญิงสาวว่าพลางบึนปากใส่เพื่อนด้วยท่าทางแง่งอน
"หยุดบ้าแล้วกินข้าว"
ฟาริดาหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสองเพื่อนใหม่เถียงกันไปมา ดวงตากลมโตฉายแววสนุกสนาน ก่อนจะเอนตัวเล็กน้อยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ที่มิ้นพูดหมายถึงใครหรอ?"
ได้ยินอย่างนั้นสาวผมสั้นก็รีบยืดหลังตรงแล้วเอ่ยตอบเสียงใสทันที
"อ๋อ รุ่นพี่ปี 4 ในคณะเรานี่แหละ ชื่อพี่ภาคย์! หล่อมากกกกกกกกกก"
คำตอบนั้นทำเอาคนถามที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักแทบไม่ทันหายใจ
"แค่กๆๆ"
"อ้าวเฟย์ เป็นไรหรือเปล่า!?" หญิงสาวรีบถามเพื่อนพลางเอื้อมมือมาตบหลังเบาๆ ด้วยสีหน้ากังวล ส่วนนริศาก็รีบยื่นทิชชูให้
ฟาริดารีบโบกมือส่ายหน้าช้าๆ พยายามกลืนอาการลงคอแล้วฝืนยิ้มบางๆ "ไม่…ไม่เป็นไร"
แต่ในใจกลับวุ่นวายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ภาคย์? … คงไม่ใช่คนเดียวกันหรอก… ใช่ไหม?
เพราะมันเป็นชื่อที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดแล้ว!
แต่คิดอีกทีคณะบริหารปี 4 มันจะมีคนชื่อภาคย์ที่เธอรู้จักซักกี่คนเชียว
เธอหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า แต่หูยังแอบตั้งใจฟังเสียงสนทนาของสองสาวที่คุยกันต่อ
ทางมินตราที่เห็นว่าฟาริดาไม่เป็นอะไรแล้วก็หันไปถามคนที่นั่งข้างตัวเองต่อ
"เออ แล้วปีนี้พี่เขาจะไปรับน้องด้วยไหมอ่ะ?" หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยแววตาคาดหวัง
ใบหน้าหมวยส่ายเล็กน้อย "ไม่น่าไปหรอก แกก็รู้นี่ว่าพี่เขาไม่ชอบความวุ่นวาย แถมยังงานรัดตัวอีก"
ใครๆต่างก็รู้ว่ารุ่นพี่หนุ่มเป็นลูกคนเดียวของตระกูลนักธุรกิจชื่อดัง เจ้าตัวจึงมีงานรัดตัวตลอดเวลาไม่ค่อยได้เจอตัวตามมหาลัยนอกจากเวลาเรียน
"แหม… เสียดายจัง" หญิงสาวถอนหายใจยาวอย่างคนผิดหวัง
ฟาริดาที่นั่งฟังก็ยกช้อนขึ้นตักข้าวเข้าปากเงียบๆ ในใจแอบโล่งอกที่ได้ยินว่าจะไม่ได้เจออีกฝ่ายเร็วๆนี้
ถ้าจะให้ดีคือไม่ต้องเจอกันเลยจะยิ่งดี!
จากนั้นทั้งสามคนก็กินไปคุยกันจนอิ่มเสร็จแล้ว แลกช่องทางติดต่อกันเสร็จก็เอ่ยแยกย้ายกันกลับเพราะช่วงบ่ายไม่ได้มีอะไรแล้ว