เสียงแก้วกระทบโต๊ะไม้หรูเบาๆ ดังก้องในห้องทำงานกว้างบนโรงแรมแห่งหนึ่งในเครือกิจการของตระกูลอัศวรินวงศ์ ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำ ดวงตาคมที่ปกติสุขุมเยือกเย็นกลับแฝงประกายขุ่นมัว ร่องคิ้วเข้มผูกกันเป็นปม แววตาคมกริบที่ทอดมองเอกสารบนโต๊ะกลับเหมือนจะเจาะทะลุลงไปด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจระบาย
นิ้วเรียวยาวที่ปกติขยับบนคีย์บอร์ดอย่างใจเย็น กลับเคาะโต๊ะเป็นจังหวะหนักๆ จนคนที่นั่งมองอยู่ถึงกับเลิกคิ้ว
"มึงเป็นเหี้ยไรภาคย์?"
เสียงทุ้มของเพื่อนสนิทอย่างคเชนทร์ดังขึ้นจากโซฟาฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มถือแก้วกาแฟในมือพลางขมวดคิ้วมองเพื่อนที่เอาแต่อารมณ์เสียตลอดตั้งแต่ที่เขาเข้าห้องมา
คนอื่นอาจจะมองไม่ออกว่าหน้านิ่งๆของมันคือหงุดหงิดแต่เขาที่เป็นเพื่อนมาตั้งแต่อายุสิบสามย่อมมองสีหน้าออก
ภาคย์และคเชนทร์เป็นเพื่อนสนิทกัน เป็นเพื่อนคู่ซี้ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เนื่องจากสองครอบครัวเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ ตระกูลของภาคย์ทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ส่วนครอบครัวตนทำบริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจร
ปัจจุบันพวกเขากำลังจะขึ้นปี 4 อีกฝ่ายเรียนบริหาร ส่วนตนเรียนวิศวะโยธา เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างเรียนเพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน
อย่างเช่นวันนี้เจ้าตัวก็มาตรวจงานโรงแรมที่ได้รับมอบให้ดูแลจากคนเป็นพ่อในช่วงปิดเทอม ซึ่งเขาเองก็ถูกเรียกมาคุยงานโครงการที่จะได้รับผิดชอบร่วมกันหลังจากเรียนจบปีหน้า
แต่พอมาหา ไอ้หมอนี่ก็ดันเอาแต่นั่งหน้าตึงอ่านเอกสาร ไม่พูดไม่จา ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนนี้มันได้น้องคนสวยที่พวกเขาทั้งโต๊ะเล็งเอาไว้ไปแท้ๆ
เมื่อคืนนี้กลุ่มพวกเขาพากันไปนั่งดื่มที่ผับเปิดใหม่แห่งหนึ่งที่มีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มชวน เห็นบอกว่าได้ส่วนลดจากคนรู้จักมา เหล้าดี กับแกล้มอร่อย และเป็นแหล่งรวมสาวสวยระดับพรีเมียม แก๊งชายหนุ่มที่ชื่นชอบการสังสรรค์อย่างพวกตนจึงไม่พลาด
ตอนนั้นจำได้ว่าพวกตนนั่งมองสาวโต๊ะหนึ่งอยู่ เพราะเป็นกลุ่มที่ดูสะดุดตาที่สุดในร้าน กะว่าจะหาจังหวะเข้าไปทำความรู้จักแต่จู่ๆ คนที่สวยที่สุดในนั้นดันเดินเข้ามาหาพวกตนที่โต๊ะ ก็เลยพากันตื่นเต้นเกือบเก็บอาการไม่มิดเพราะคนนั้นดันเป็นสาวที่ทั้งโต๊ะพากันเล็ง แต่คนสวยคนนั้นกลับพุ่งเข้าหาไอ้คนที่นั่งกินเหล้าเงียบ ๆ เฉยเลย
คเชนทร์เท้าคางมองเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่ทั้งหมั่นไส้และชื่นชม
ไอ้ภาคย์คือคนที่ทำให้สาวในทั้งมหา’ลัยและนอกมหา'ลัยแทบจะแย่งกันเป็นแฟนมัน แต่มันดันไม่จริงจังกับใครสักคน
อีกฝ่ายเป็นผู้ชายผิวขาวจัดเพราะกรรมพันธุ์จากพ่อแม่บวกกับการดูแลตัวเอง ขนคิ้วเข้มได้รูปตัดกับดวงตาคมที่มักกวาดมองคนรอบตัวด้วยท่าทีเฉยชา ริมฝีปากหนาแทบไม่ขยับนอกจากเวลาพูด เรียกได้ว่าเป็นเสือยิ้มยากคนหนึ่ง แต่เวลาเผลอยิ้มทีมันเหมือนทั้งโลกสว่างขึ้นจนใครก็อยากมองซ้ำ
แต่ที่ทำให้สาวๆ ชอบก็คงเพราะไอ้บุคลิกนิ่งๆ สุขุม ไม่พูดพร่ำเพรื่อ แต่ทำจริงจังกับทุกเรื่องที่ตั้งใจทำ ไอ้นี่ไม่ได้เจ้าชู้เหมือนพวกผู้ชายที่แต่งหล่อไว้จีบสาว มันเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์จากความมั่นใจและท่าทีที่เหมือนจะไม่สนใจใคร
ยิ่งมันไม่สนใจใคร… ผู้หญิงยิ่งอยากได้และเข้าหา
เพราะงั้นถ้าหากมันเล็งใครจึงไม่เคยจะพลาด เพราะทุกคนที่มันเล็งล้วนเต็มใจและยินดี
"หรือคนเมื่อคืนไม่โอเค?" หนุ่มเพลย์บอยตัวพ่อของคณะวิศวะมหาลัย K เดาไปเรื่อย
ทางด้านคนที่ถูกเพื่อนถามก็ละสายตาจากเอกสารโครงการมองเพื่อนด้วยดวงตาคมที่ซ่อนความหงุดหงิดก่อนจะส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ
ผู้หญิงที่เขามีอะไรด้วยเมื่อคืนนั้นดี..ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือรสชาติเซ็กส์ถูกใจเขาทุกอย่าง ดูเหมือนจะไม่ค่อยเชี่ยวเท่าไหร่แต่สู้มือจนเขามันเขี้ยวจนเผลอใส่แรงไม่ยั้ง
"ไม่ใช่? แล้วมึงอารมณ์เสียเรื่องอะไร?" คเชนทร์เลิกคิ้วเป็นการถาม
ชายหนุ่มปล่อยลมหายใจช้าๆ ท่าทางเหมือนไม่อยากจะพูดแต่สุดท้ายก่อนตอบออกไปสั้นๆ
"เขาหนีกู"
"ห้ะ?"
"เขาหนีออกจากห้องตอนกูไปอาบน้ำ"
เกิดเงียบขึ้นสามวินาที ก่อนเสียงหัวเราะของคเชนทร์จะดังลั่นห้อง
"กูฟังไม่ผิดใช่ปะ? ฮ่าๆๆ" ชายหนุ่มกุมท้องขำจนตัวงอ "ไอ้ภาคย์...มึงนี่โดนเทวะ? ฮ่าๆๆ"
"หุบปาก"
น้ำเสียงเย็นจัดของภาคย์ทำให้เสียงหัวเราะชะงักลงทันควัน แต่รอยยิ้มยังติดมุมปากของคเชนทร์
"ที่มึงหน้าตึงอยู่นี่เพราะไม่พอใจที่เขาหนีไปก่อนที่จะได้คุยว่างั้น?" ชายหนุ่มเหล่ตาใส่เพื่อนสนิทเป็นการถาม
"..." ชายหนุ่มไม่ตอบ เพื่อนสนิทจึงถามต่อ
"ถูกใจจนอยากสานต่อหรอ?"
คราวนี้ชายหนุ่มยอมพยักหน้า
คเชนทร์ตบตักตนดังแปะสีหน้าราวกับจะบอกว่า 'กูว่าละ'
ภาคย์ปรายตามองเพื่อน ก่อนจะมีเสียงแจ้งเตือนข้อความแชทจากผู้ช่วยของตน ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ กดปลดล็อกหน้าจอแล้วเปิดดูสิ่งที่อีกฝ่ายส่งมาให้
มันเป็นภาพกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินของโรงแรมที่ตนสั่งให้คนเปิดห้องให้เมื่อคืน ภาพวิดิโอตรงหน้าเผยให้เห็นว่าในตอนเช้ามืดของวันมีร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งออกมาจากห้องที่ 3 ของชั้น ส่วนอีกคลิปคือกล้องวงจรปิดในตอนที่อีกฝ่ายเรียกแท็กซี่หน้าโรงแรมออกไป ทุกคลิปเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนไม่ผิดคน
คเชนทร์ที่ลุกอ้อมมายืนดูจากด้านหลังตาโตทันทีที่เห็น
"เดี๋ยวๆ มึงถึงขั้นไปดูกล้องวงจรปิดเลย? โห่ ไอ้ภาคย์"
ภาคย์ไม่ได้ปฏิเสธในการกระทำของตนเองก่อนจะถามเพื่อนสนิทเสียงเรียบ
"แล้วถ้าเป็นมึง...ผู้หญิงที่เพิ่งนอนด้วย แล้วอยู่ๆ หนีไปโดยไม่บอก ไม่ทิ้งอะไรไว้ มึงจะทำยังไง คิดไง?"
คเชนทร์ทำท่าคิด แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็กลับมา "ถ้าเป็นกูเหรอ...กูก็จะคิดว่า กูไม่เด็ดพอว่ะ" เขาหัวเราะ ก่อนจะโดนสายตาคมตวัดมองจนต้องยกมือยอมแพ้
นิ้วเรียวยาวของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอัศวรินวงศ์กดขยายภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพร่างเล็กในชุดวาบหวิวที่กำลังเดินออกจากลิฟต์... หญิงสาวที่เดินออกไปอย่างไม่เหลียวหลัง
ภาพร่างเล็กบนหน้าจอมือถือหยุดนิ่งที่ปลายนิ้ว ภาคย์จ้องมองมันอย่างไม่ละสายตา ความนิ่งสงบในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นวาววับร้อนแรงขึ้นชั่วขณะ
ริมฝีปากหนากดแน่นชั่วขณะ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเพียงนิด
ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะหนึ่งครั้งแล้วหยุดสนิท ก่อนจะเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วหยิบของชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งออกมามอง มันเป็นต่างหูรูปตัว C ของแบรนด์ชื่อดังแบรนด์หนึ่ง ขณะที่ความคิดในหัวแล่นวาบขึ้นมา
อย่าให้เจอตัวเชียว ถ้าเจอกันอีกครั้ง...เขาสัญญาว่าจะเอาจนไม่มีแรงลุกหนีออกไปก่อนเหมือนครั้งนี้แน่!
ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เหมือนเสือที่เพิ่งเจอเหยื่อที่มันหมายตา