กลิ่นหอมสะอาดของน้ำยาปรับอากาศลอยฟุ้งไปทั่วห้องจนฟาริดารู้สึกเหมือนตัวเองจมอยู่ในหมอกบางที่ชวนให้ผ่อนคลาย เปลือกตาเรียวค่อยๆ กะพริบเปิด ภาพที่เห็นพร่าเลือนอยู่ชั่วขณะ ก่อนความเจ็บหน่วงจะแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับเตือนว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนฃ
"โอ๊ยยย..." หญิงสาวร้องออกมาเบาๆเมื่อความปวดจี๊ดเล่นงานตั้งแต่ช่วงเอวลงไปถึงต้นขา ยามพลิกตัวเพียงเล็กน้อยก็ราวกับไฟแล่นผ่านเส้นประสาท
ร่างบางค่อยๆขยับลุกขึ้นนั่งจึงได้ทราบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าแต่สะอาดสะอ้านใต้ผ้าห่มผืนใหญ่หนานุ่ม ผมเผ้ายุ่งเหยิง บนตัวมีรอยช้ำจ้ำแดงเป็นจุดๆ กระจัดกระจายตามเนื้อตัวและนอกร่มผ้าสองสามรอย แถมเจ็บริมฝีปากล่างเล็กน้อย ทันใดนั้นความทรงจำไหลทะลักเข้ามาเหมือนสายน้ำเชี่ยวจนต้องยกมือขึ้นมากุมศีรษะ
เมื่อคืนนี้เพื่อนๆได้จัดปาร์ตี้ฉลองที่เธอกลับมาจากต่างประเทศที่ผับแห่งหนึ่งซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวเพื่อนในกลุ่ม
ภาพไฟสลัวในผับ รอยยิ้มเสียงหัวเราะของทุกคนและเสียงเพลงที่ดังจนสะท้อนจากผนังผับ ที่สำคัญที่สุดของสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมานอนปวดตัวอยู่นี่ก็เพราะเกมยอดฮิตของวงเหล้าอย่าง 'Truth or Dare'
Truth or Dare เป็นเกมที่ผู้เล่นจะผลัดกันเลือกว่าจะตอบคำถามตามความเป็นจริง (Truth) หรือจะทำตามคำท้าที่ได้รับ (Dare) เกมนี้เล่นโดยการที่มีคนหนึ่งถามว่า 'จริงหรือกล้า?' หากคนถูกถามเลือก 'จริง' ก็ต้องตอบคำถามตามตรง หากเลือก 'กล้า ก็ต้องทำตามคำสั่งที่อีกฝ่ายสั่ง
จำได้ว่าเพราะเกมนี้เธอจึงถูกคำสั่งให้ไปจูบกับผู้ชายคนหนึ่งในผับ ตอนนั้นเธอเมามากเพื่อนเลยท้าให้ทำตามคำสั่งแทนการดื่ม เธอเดินโซเซเข้าไปผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ไกลกันมาก ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนตักของผู้ชายแปลกหน้าที่เธอจำหน้าได้ลางๆ ว่าเป็นคนหล่อมากคนหนึ่ง
สายตาคมกริบตวัดมองเธอด้วยแววที่อ่านไม่ออก แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากจัดการรวบต้นคอแกร่งของเขามาใกล้แล้วประทับริมฝีปากลงไปท่ามกลางเสียงโห่แซวของเพื่อนๆของตนเองและเพื่อนที่โต๊ะของเขา
ริมฝีปากของเธอและเขากดแนบแน่นราวกับต่างคนต่างต้องการพิสูจน์ว่าใครจะเป็นฝ่ายครอบครอง ใครจะยอมใครก่อน เสียงโห่แซวรอบข้างแผ่วไกลลงเมื่อมือแข็งแรงตวัดรัดเอวบางแล้วอุ้มเธอลุกจากตักไปอย่างง่ายดาย
เธอจำได้ว่าถูกอุ้มไปที่รถ นัวเนียกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่อีกฝ่ายจะพามายังโรงแรมแห่งนี้ จากนั้นแผ่นหลังก็ได้สัมผัสกับความนุ่มของเตียงกว้าง รู้ตัวอีกทีเสื้อเกาะอกชิ้นเล็กที่เคยแนบกายและกระโปรงสั้นเพียงคืบก็ถูกกระชากปลิวหายไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงผิวเปลือยเปล่าที่สั่นสะท้านใต้สายตาคมเข้มของเขาที่ร้อนราวกับไฟกำลังแผดเผา
เสียงครางแผ่วพร่าหลุดจากลำคอโดยไม่อาจกักเก็บเมื่อเขาเริ่มลงมือจัดการเธอ แม้สมองพร่าเลือนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทุกสัมผัสกลับชัดเจนเกินทน แรงกดทับของร่างสูงใหญ่ ลมหายใจร้อนผ่าวที่ซุกซ่านตามผิวเนื้อ
ชั่วขณะหนึ่งที่ส่วนแข็งร้อนเข้ามาในกายก็ทำเธอสะดุ้งโหยงแต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านจนแทบร้องออกมาไม่เป็นภาษา
จากนั้นบทรักอันหนักหน่วงจากร่างสูงก็จะพุ่งเข้าใส่จนสติของเธอพร่ามัวไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชนจนไม่รู้เลยว่าตนเองหมดสติไปตั้งแต่ตอนไหน
แต่ที่แน่ๆ อีกฝ่ายไม่ได้ยอมจบแค่รอบเดียว แม้เธอร้องบอกว่าไม่ไหวแล้วก็ตาม
ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน...
"ห้าวจนได้เรื่องแล้วไหมล่ะยัยเฟย์…" ฟาริดาพึมพำเสียงเบา เธอสบถกับตัวเองในใจอย่างหงุดหงิดปนขยาด พลางยกมือกุมขมับเมื่อความทรงจำทั้งหมดไหลทะลักเข้ามา
ไอ้นิสัยยอมไม่เป็นนี่มันแก้ยากจริงๆ...
สงสัยเพราะสายเลือดพระเจ้าตากในตัวละมั้ง
คนไทยมันท้าไม่ได้อยู่แล้วไง แล้วเป็นไง? ได้เรื่องจนได้!!
ฟาริดาเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พ่อเสียตั้งแต่ยังเด็กๆ โตมากับแม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต่อมาแม่ของเธอได้แต่งงานใหม่กับพ่อเลี้ยงชาวอเมริกาในช่วงที่เธออยู่มัธยมต้น จากนั้นครอบครัวเธอก็ย้ายไปอยู่ที่โน้น ปัจจุบันเธอกำลังเรียนอยู่ปี 3 แต่ขอย้ายกลับมาเรียนที่ไทยเพราะอีกไม่กี่ปีครอบครัวของเธอก็วางแผนจะย้ายมาอยู่ที่นี่หลังพ่อเลี้ยงเกษียณ
เพราะงั้นหญิงสาวไม่ได้รู้สึกแย่กับการที่เผลอ One Night Stand กับคนแปลกหน้าเพราะในช่วงวัยรุ่นเติบโตที่ต่างประเทศที่เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน และเธอก็ไม่ใช่สาวน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนั้น แต่เพียงแค่ไม่คิดว่าพอเท้าแตะไทยยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็เจิมตัวเองขนาดนี้แล้วน่ะสิ!
เฟย์เอ๊ยเฟย์ กินไม่รู้จักยั้งเองเรื่องนี้โทษใครไม่ได้
ในขณะที่คิดเรื่อยเปื่อยดวงตากลมโตก็กวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียง
พอมองไปนอกหน้าต่างที่อยู่ไม่ไกลก็เห็นว่าท้องฟ้าด้านนอกยังมืดสนิทอยู่ ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาดิจิทัลที่ติดบนผนังสีขาวที่บอกเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีห้าครึ่ง
ยังไม่เช้า...
แม้หญิงสาวสติยังไม่กลับเข้าร่างเต็มร้อยแต่เสียงน้ำไหลจากห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ สัญชาตญาณตื่นตัวทันที
อีกฝ่ายคงอาบน้ำอยู่...
ไม่ได้การละ หนีดีกว่า!
ถึงแม้ฟาริดาจะหน้าหนาอยู่พอสมควร แต่ก็ยังมียางอายอยู่บ้าง แถมนี่เป็นแค่ครั้งแรกที่เธอเมาแล้วมีอะไรกับคนแปลกหน้า ปกติจะเป็นการดีลกันก่อน แล้วเธอก็ไม่ได้มีอะไรกับใครบ่อยด้วยซ้ำ นับนิ้วยังได้เลย
เพราะฉะนั้นเธอไม่มีหน้าอยู่พบกับผู้ชายคนเมื่อคืนหรอกนะ!
ร่างบางหันซ้ายหันขวาลุกลี้ลุกลนคล้ายคนทำผิดทั้งๆที่ไม่ได้ผิดอะไร รีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาสวมแบบลวกๆ เสื้อเกาะอกที่ยับยู่ยี่กับแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วและกระโปรงสั้นถูกดึงขึ้นร่างอย่างทุลักทุเลเพราะขาสั่นพั่บๆ
ใบหน้าสวยเหยเกเล็กน้อยเมื่อยามที่ขยับตัว ความจุกเสียดเล่นแปร๊บขึ้นมาที่จุดอ่อนไหวของร่างกาย
หญิงสาวกวาดตามองไปรอบห้องอย่างลนลาน โทรศัพท์? กระเป๋าสตางค์?
ไม่มี...
สมองเธอแล่นจี๊ดเมื่อคิดได้ว่าตัวเองถูกอุ้มออกมาจากผับทั้งอย่างนั้น
ไม่มีอะไรติดตัวสักอย่าง แล้วจะกลับยังไง!?
หญิงสาวไม่กล้าเสี่ยงที่จะไปขึ้นรถรับส่งสาธารณะโดยที่ไม่มีเงินจ่าย ภาพข่าวแท็กซี่โหดกับผู้โดยสารมีให้เห็นเยอะแยะ
ทำไงดี?
ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะข้างเตียง กระเป๋าหนังสีดำแบรนด์หรูราคาแพงถูกวางเอาไว้ตรงนั้น
หัวใจฟาริดาเต้นแรงขึ้น เธอเม้มปากแน่นความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว
เอาวะ… ขอยืมหน่อยก็แล้วกัน ถือว่าเป็นค่าสึกหรอเมื่อคืน!
เธอเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋านั้นทันที มือสั่นน้อยๆ ด้วยความกังวลปนตื่นเต้นเมื่อกำลังจะจุ๊บจิ๊บเงินผู้ชายที่ตอนนอนด้วย มือเล็กเปิดกระเป๋าหนังสีดำออกเบาๆ ด้านในเผยให้เห็นธนบัตรหลายใบเรียงกันเป็นระเบียบแยกสีชัดเจน อีกทั้งบัตรเครดิตอีกจำนวนหนึ่งที่บ่งบอกว่าเจ้าของเป็นคนรวยพอสมควรเพราะบัตรเครดิต WISDOM Card สีเงินเด่นหรากระแทกตาเข้าอย่างจัง ใจเธอสั่นนิดๆ ริมฝีปากบางพึมพำเสียงเบา
"ไม่ได้ขโมยนะ แค่ยืมเป็นค่ารถกลับบ้านเฉยๆ"
รวยขนาดนี้แค่เงินพันเดียวขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอกมั้ง..นะ
นิ้วเรียวหยิบธนบัตรสีเทาออกมาหนึ่งใบ กำเงินในมือมองไปทางประตูห้องน้ำที่ด้านในยังคงได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่แล้วรีบก้าวเท้าออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
ลาก่อน อย่าได้เจอกันอีกเลย เพี้ยง!