ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางมีโต๊ะเลคเชอร์เรียงเป็นแถวแนวยาว นักศึกษาหลายคนในห้องนี้กำลังก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบปลายภาคอย่างเคร่งเครียด บางคนเข้าใจในรายวิชานี้ดีก็ลงมือทำด้วยความรวดเร็วพอทำเสร็จก็สามารถลุกออกไปได้ทันที รอบนี้หญิงสาวตั้งใจมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะความดื้อรั้นของเธอ เธอจึงซ้ำชั้นมาสามปีเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าเธอไม่ชอบสาขานี้จริงๆ
ใบหน้าสวยเริ่มเครียดขึ้น คิ้วสวยเริ่มขยับเข้าหากัน เพราะเธอกำลังวิเคราห์โจทย์ตัวเลขมากมายบนกระดาษข้อสอบ พร้อมกับลอบมองนาฬิกาในห้องสลับกับข้อสอบตรงหน้าอยู่บ่อยครั้ง เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่งานแฟชั่นโชว์ชุดราตรีกำลังจะเริ่มขึ้น
“แพรพลอย”
“อาจารย์อยากให้เธอจบสักทีนะ” อาจารย์คุมสอบเอ่ยเตือนฉันด้วยความเอือมระอากับความไม่ตั้งใจของฉัน เพราะอาจารย์ท่านนี้เห็นฉันมาบ่อยครั้งในการคุมสอบ
“รอบนี้หนูตั้งใจค่ะ”
“จบแน่นอน” ฉันเหลือบมองใบหน้าของอาจารย์พร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆ และรีบผละก้มหน้าทำข้อสอบอีกครั้ง ฉันเข้าใจความหวังดีของท่านและรอบนี้ฉันตั้งใจอยากจะจบสาขานี้จริงๆสักที สมองเริ่มกลับมาประมวณผล มือบางตวัดเขียนลงด้วยความมั่นใจและเข้าใจโจทย์จากที่เธอแบ่งเวลาทบทวนหนังสือ
“เสร็จ!! ฉันทำได้แล้ว” ร่างบางรีบลุกออกไปส่งกระดาษคำตอบหน้าโต๊ะอาจารย์ พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความรีบร้อนเพราะเธอมีเวลาไม่มาก อาจารย์คุมสอบท่านเดิมที่กำลังจะอ้าปากพูด กลับต้องรีบส่ายหน้าด้วยความเห็นใจว่าลูกศิษย์ของเธอคนนี้แท้จริงแล้วเป็นคนมีความสามารถ แต่อาจจะผิดที่แค่นั้นเอง
“อาจารย์ขอให้เธอโชคดี”
“นะแพรพลอย”
ร่างบางเริ่มเดินกึ่งวิ่งไปที่จอดรถสำหรับนักศึกษา มหาลัยแห่งนี้เป็นมหาลัยชั้นนำสำหรับนักศึกษาต้องการจบไปทำธุรกิจ ทำให้การเรียนการสอนของที่นี้ค่อนข้างครบครัน พ่อแม่จึงส่งให้เธอมาเรียนที่นี่ แต่จริงๆแล้วเธออยากเรียนอีกมหาลัยอีกที่มากกว่า
แกร็ก~
เธอรีบก้าวเข้าไปในรถอย่างรีบร้อน ไม่รอช้าเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อออกสู่ท้องถนนกลับพบว่ารถมากมายหลายคันติดอยู่บนท้องถนนเดียวกันกับเธอ
“จะติดทุกที่ทุกเวลาเลยหรือไง” หญิงสาวยกนาฬิกาแบรนด์ดังที่ข้อมือขึ้นมาดู
“เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง” นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยขับอย่างร้อนใจ คาดว่าเธอไปถึงจะมีเวลาเตรียมตัวเพียงสิบนาที งานแฟชั่นที่เธอจะไปรอบนี้เป็นงานที่เธอได้รับโอกาสมาจากรุ่นพี่อีกคน ทุกๆงานมีความสำคัญกับเธอหมดทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ ซึ่งเธอก็ให้ความสำคัญหมด ไม่นานรถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกไป แต่แล้วเสียงเตือนน้ำมันรถก็ดังขึ้น
“โอ๊ย และก็จะมาหมดอะไรตอนนี้”
“ละเมื่อไหร่ฉันจะเลิกเป็นคนขับ”
“ที่ไม่ค่อยดูน้ำมันรถนะ” หญิงสาวบ่นกับตัวเองด้วยความหัวเสียอยู่ไม่น้อย
“ยังดีนะข้างหน้ามีปั๊ม” เธอรีบหักพวงมาลัยสายตาจดจ้องไปที่เบื้องหน้าปั๊มที่ว่าง แต่ในขณะที่เธอกำลังขับเข้าไปจอด จู่ๆก็มีรถหรูสะดุดตามีแค่ไม่กี่คันในไทยขับปาดหน้าเธอไปจอดเติม
ปี๊ดดด!
“ไม่มีมารยาท” เธอเหยียบเบรกอย่างกะทันหันด้วยความโมโห พร้อมกับจดจำหมายเลขทะเบียนรถ ‘กม 999’ อย่างขึ้นใจ แต่รอบนี้ที่เธอไม่ได้เปิดกระจกด่าสวนไปเพราะไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ จึงจำใจอดทน ไม่นานรถหรูคันนั้นก็เคลื่นตัวออกไป
“เต็มถัง”
“น้องเห็นไหมว่ารถคันนั้นแซงรถพี่” หญิงลดกระจกลงพร้อมกับกดเปิดฝาเติมน้ำมันให้เด็กปั๊ม
“คะครับพี่” เด็กปั๊มท่าทางอึกอักไม่กล้าตอบกลับอะไรมากเพราะรถหรูคันนั้นคือเจ้าของปั๊มน้ำมันนั่นเองและท่าทางของเจ้านายเขาดูร้อนรนด้วย
“คนอะไรไม่มีมารยาท”
“รถก็หรู แต่ไม่มีสมอง”
“อย่าให้เจออีกนะ แม่จะด่าให้หูชาเลย” หลังจากที่เธอบ่นจนเติมน้ำมันเสร็จ เด็กปั๊มเดินเข้ามาขอโทษและขอบคุณพอเห็นน้องเด็กปั๊มทำหน้าตาละห้อยเธอจึงตัดสินใจเลิกบ่น และรีบตรงไปงานแฟชั่นโชว์ต่อทันที
“อีกครึ่งชั่วโมง”
“ทัน ทัน” รถของเธอยังคงเคลื่อนตัวออกไปจนท้ายในที่สุดวินาทีไฟเหลืองกำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟแดง รถคันข้างหน้าเธอกลับเป็นรถคันนั้นที่ปาดหน้าเธอในปั๊มน้ำมัน
“โอ๊ยวันดวงซวยรึไง”
“จะไฟแดงแล้วไม่รีบขับไปละ” แต่ทว่าเธอก็ไม่ทัน ทำให้รถของเธอนั้นติดไฟแดงแทน
“เฮ่อ”
“นี่มันวันแห่งอุปสรรครึไงกัน” อีกไม่กี่เมตรเธอก็จะมาถึงจุดมุ่งหมาย แต่อุปสรรคก็ดันวนกลับมาหาเธอผู้โชคร้ายในวันนี้อีกครั้ง
ฟี๊บ เอี๊ยด!
ล้อรถเริ่มส่ายไปมาไปมาการเคลื่อนตัวจึงเริ่มช้าลง หญิงสาวจึงลงมาจากรถสำรวจล้อทั้งสี่ข้างพบว่าล้อหน้าของเธอยางแบนคาดว่าเธอน่าจะขับเหยียบตะปูมา
“ฉันเริ่มท้อแล้วนะ” หญิงสาวกลับขึ้นมาในรถพร้อมกับมองไปที่โรงแรมข้างหน้าคือจุดมุ่งหมายของเธอ เธอพยายามตั้งสติว่าควรจะเอายังไงต่อ จะทิ้งรถไว้ตรงนี้จบงานแล้วค่อยมาเอา หรือจะหาที่ซ่อมฝากไว้และรีบไปงาน สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร้านซ่อมรถด้านหน้าความคิดในสิ่งที่สองเธอจึงเลือกเอารถฝากร้านซ่อมก่อน
“เดี๋ยวหนูมาเอานะคะ” เธอรีบเปิดกระโปรงรถหยิบเอาชุดที่ตนนั้นตั้งใจออกแบบและทำด้วยความตั้งใจ สองขาเรียวรีบเดินไปยังร้อนรน ใบหน้าขาวจนซีดเริ่มมีเหงื่อไหลออกมาเพราะตอนนี้เป็นแดดช่วงบ่ายทำให้อาการร้อนมากกว่าปกติ
“อีกนิดเดียว” ตอนนี้สภาพของเธอไม่ต่างไปจากยายเพลิ้ง หญิงสาวรีบวิ่งมองหาจุดลงทะเบียน และตอนนี้จุดลงทะเบียนช่างยาวเหยียด เหมือนกับวันนี้ฟ้าก็ดันเล่นตลกแกล้งเธออย่างรุนแรงอีกครั้ง
“ปิดรับการลงทะเบียน”
“หมดเวลา” เสียงของสต๊าฟคุมงานดังขึ้นเหมือนดับความฝันอันน้อยนิดของเธอ
“พี่คะ ขออีกคิวได้ไหม”
“หนูอยากโชว์ในงานนี้จริงๆ” สภาพเธอตอนนี้ไม่เหมือนทายาทธนาคารเลยสักนิด ทำให้คนมองเธอมาดูแคลนอย่างสมเพช
“ไม่ได้จริงๆค่ะน้อง”
“ทีหลังต้องรู้จักเผื่อเวลานะจ่ะ” สต๊าฟหญิงพูดเหน็บแนมเสร็จก็เดินเปิดประตูเข้างานไปทันที
“หมดโอกาส อีกแล้วสินะ” หญิงสาวตอนนี้อยู่ในชุดนักศึกษาหากใครมองเธอภายนอก ไม่ต่างอะไรกับเด็กมหาลัยทั่วไปที่หอบข้าวของเต็มมือพะรุงพะรัง ภายในงานจัดขึ้นอย่างอลังการภายใต้บริษัทรถหรู
“พลอย พี่หาเธออยู่พอดี”
“งานขึ้นโชว์ยัง” พี่เข็มรุ่นพี่ของเธอตอนนี้มีแบรนด์เสื้อผ้าทั้งในไทยและต่างประเทศ เธอเป็นคนคอยแนะนำสิ่งต่างๆให้เธออยู่เสมอตั้งแต่สมัยพี่เข็มยังเรียนมหาลัย
“มาไม่ทันค่ะพี่เข็ม”
“พลอยขอโทษด้วยนะคะ”
“วันนี้เจออุปสรรคเยอะมากเลยค่ะ” หญิงสาวตอบไปด้วยความผิดหวัง เพราะเธออยากทำในสิ่งที่เธอรักแม้โอกาสจะน้อยแต่เธอก็พยายามหาโอกาสให้ตัวเองเสมอ
“ไม่เป็นไรนะ”
“ถ้ามีงานอีก พี่จะรีบบอกพลอยคนแรกเหมือนเดิม” เข็มเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างเห็นใจ เพราะพลอยเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มากและตั้งใจ นิสัยน่ารัก เธอจึงอยากช่วยแนะนำ
“เข็มไปกัน” ผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีเดินเข้ามาหาพี่เข็มด้วยความสนิทสนม หญิงสาวปรายตามองและหันกลับมองบนเวทีทันทีอย่างไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
“พี่ไปก่อนนะพลอย”
“ไว้เจอกันจ่ะ”
“ค่ะพี่เข็ม สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ด้วยความเคารพ พร้อมกับมองไปที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้งพร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆกลับไปตามมารยาท แต่ผู้ชายข้างกายพี่เข็มกลับทำใบหน้าเรียบตึงใส่ ถึงแม้จะรู้สึกแต่เธอก็ไม่อยากสนใจแล้ว จึงหันมองไปบนเวทีแทน
ชายหนุ่มออกมาตามเพื่อนสาวให้ไปกล่าวเปิดงานในวันนี้ แต่ก็ดันมาเจอเพื่อนอยู่กับผู้หญิงขี้เมาคนนั้นในคลับของตัวเอง ที่ทำให้เขาต้องพยุงเธอหาที่นอน แต่หญิงสาวเมามากคงจำหน้าเขาไม่ได้