3 | ดีไม่พอ

1598 Words
ภายในงานวันนี้จัดขึ้นทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรถใหม่ วันนี้เขาออกแบบมาในตรีม ‘ความทันสมัย’ วันนี้จะมีการนำเสนอตัวรถพร้อมระบบให้ลูกค้าได้ทดลองฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างใกล้ชิด และเขาอยากให้งานออกมามีหลายมิติจึงมีงานแฟชั่นเสื้อผ้าเข้ามาร่วมด้วย หลังจากการโชว์บนเวทีขึ้นเสร็จสิ้น เขาก็เดินลงมาดูแลลูกค้าเพื่อน้อมรับคำติชม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีในการผลิตรถรุ่นถัดไป “เก่งมากเบนซ์” “เข็มชื่นชมในตัวเบนซ์นะ” เข็มเป็นเพื่อนในชมรมงานบริหาร เป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวต่างสาขา ทั้งสองจึงได้ใกล้ชิดกันตั้งแต่นั้นมา มือบางเอื้อมมือจับมือแกร่งอย่างให้กำลังใจไม่ได้มีความรู้สึกอะไรที่เกินเลย แม้ว่าเพื่อนสนิทของเขาจะชอบแซวอยู่บ่อยครั้ง “เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันครับสองคนนี้” เสียงเอ่ยแซวของไม้ เพื่อนสนิทของเขาเอง “มึงอยากตาย” “เพราะโดนผัวเข็มต่อยใช่ไหม” เขาสวนกลับอย่างติดตลก เพราะเพื่อนเขารู้ดีว่าเข็มและเขาไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกัน “ฮ่าๆ ฮึก” เข็มส่ายหน้าไปอย่างรู้สึกขบขันในความแซวของชายหนุ่มอีกคน “คุณไม้จองทันหรือเปล่าคะ รอบนี้” “แม้ เอาอะไรมาทันละครับ” “รถยนต์บ้าอะไรคนจองหมดภายในครึ่งชั่วโมง” ไม้กล่าวอย่างติดตลก เพราะรถยนต์ของเพื่อนเขานั้นเครื่องยนต์ทนและดี ดีไซส์เรียบหรูไม่แปลกยอดจองหมดภายในครึ่งชั่วโมง “รอบหน้ากูขอรถสำหรับครอบครัวดิ” “กูจะเอาไว้ใช้กับปิ่น” ไม้เสนอแนะเพื่อน เพราะตนนั้นวางแผนไว้ว่าจะขอแฟนสาวแต่งงาน หลังจากแฟนสาวจบปริญญาโทต่างประเทศ “ไม่ยากสำหรับเบนซ์หรอก” “ถ้าเบนซ์ออกแบบสั่งผลิตเสร็จ เข็มขอจองไว้ก่อนคันหนึ่งนะ” ไม้และเข็มซัพพอร์ตชายหนุ่มมาตลอดจนเขานั้นรู้สึกดีที่อย่างน้อยในชีวิตก็ยังมีเพื่อนดีคอยสนับสนุนตลอด “เออ ไอปัญมันฝากยินดีมา” “รอบนี้มันติดคุยงานที่กระบี่” ปัญ คือเพื่อนสนิทของเขาอีกคน รายนั้นเป็นประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์จึงต้องออกดูพื้นที่บ่อยครั้ง ซึ่งเขานั้นเข้าใจเพื่อนดี “อืม ขอบใจ” “กูไปดูลูกค้าก่อน” เบนซ์ต้องคอยตอบคำแนะนำให้ลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพราะรถยนต์ของเขาราคาสูงเริ่มต้นสิบล้านขึ้นไป ลูกค้าจึงอยากได้คำแนะนำจากเขาซะส่วนใหญ่ “งั้นกูไปละ” “เข็มไปก่อนนะเบนซ์ ต้องไปคุยงานกับน้องอีก” “อืม” หลังจากเพื่อนทั้งสองออกไปเขาก็เดินเข้าไปหาลูกค้าคนสำคัญหลายๆท่าน บางคนก็มีอิทธิพลด้านสังคม รวมถึงบางท่านก็เป็นมาเฟียจากต่างประเทศ “ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณแล้วซะอีก” ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สเปน รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายจัดว่าเป็นที่น่าจับตามองในสังคมธุรกิจเลยก็ว่าได้ “ขอบคุณครับ ผมรีบแล้วจริงๆ” ชายหนุ่มโค้งหัวให้กับหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้า “ความคิดคุณดีนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกผม” เขามีนามว่ากระทิง เป็นถึงมาเฟียแห่งประเทศสเปน เขาไม่เคยสนใจใครแต่ทว่ากับชายหนุ่มคนนี้ เขาเป็นเด็กที่มีความตั้งใจ ภายนอกอาจจะดูเย็นชาแต่ภายในจิตใจนั้นกลับอ่อนแอ ซึ่งเขาก็รู้สาเหตุนี้ดี จึงอยากจะสนับสนุนหนุ่มคนนี้ “ขอบคุณครับท่าน” เบนซ์มักจะบินหาพาร์ทเนอร์ต่างๆ ทั้งด้านอะไหล่การผลิตมอเตอร์เครื่องยนต์ หลายๆประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ วันนั้นเขาไปที่ประเทศสเปนเจอท่านกระทิงกำลังโดนลอบทำร้าย ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไร คิดเพียงแค่ว่าชายท่านนี้ต้องปลอดภัย “ฉันอยากให้ลูกชายฉันมาฝึกงานกับคุณนะ” “เผื่อจะได้นิสัยดีๆแบบนี้บ้าง” ท่านกระทิงมีลูกชายอยู่หนึ่งคนชื่อเสือ ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนคณะวิศกรรมศาสตร์ “ยินดีครับ ผมอยากเจอน้องพอดี” ••• หลังจากจบงานเขาก็ขับรถกลับบ้านทันที ขณะรถติดไฟแดงสายตาคมเหลือบมองเห็นผู้หญิงขี้เมาคนนั้นซึ่งเธอดูเหมือนรู้จักกันกับเพื่อนสาวเขาอยู่ไม่น้อย สภาพของหญิงสาวดูอิดโรยสวมใส่ชุดนักศึกษารัดรูป มองจากภายนอกเธอเป็นคนรูปร่างดีไม่น้อย เมื่อได้สติชายหนุ่มรีบสลัดความคิดนั้นออกไป “คิดเรื่องแบบนี้ได้ไงวะ” “เข็มไปรู้จักกับผู้หญิงแบบนี้ยังไง” สัญญาณจราจรแปรเปลี่ยนเป็นไฟเขียวทำให้เลิกสนใจทันทีพร้อมกับเหยียบคันเร่งมุ่งหน้ากลับบ้าน เอี๊ยด ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านที่มีแต่ความเงียบสงัด พ่อแม่ของเขากำลังนั่งทานข้าวในห้องอาหาร แม่บ้านสูงวัยในบ้านที่เห็นเจ้านายน้อยเดินเข้าบ้านมา รีบตักข้าวพร้อมน้ำดื่มไว้ให้ เพราะเธอเองรู้สึกสงสารเจ้านายน้อยที่ตนได้ใกล้ชิดมากที่สุดหลังจากเจ้านายอีกคนจากไป “คุณเบนซ์เหนื่อยไหมลูก” “ป้าทำของโปรดไว้ให้ด้วยนะ” ป้าดาถามด้วยความเป็นห่วงเพราะหลังๆมาชายหนุ่มโหมงานหนักเอาใจคุณผู้ชายคุณผู้หญิงแทนพี่ชายคนโต “ขอบคุณครับ” “ยอดจองรถวันนี้หมดตั้งแต่สามสิบนาทีแรกครับพ่อ” ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยขณะกำลังจะตักซุปต้มยำของโปรดของเขาที่ป้าดาตั้งใจทำให้ ครอบครัวของเขาค่อนข้างทานเผ็ดไม่ได้ จะมีเพียงแค่เขาชอบทานเผ็ดได้อยู่คนเดียว “อืมดี รอบหน้าแกคิดไว้ยังจะออกแบบระบบอะไรต่อ” บีมตักข้าวไป ถามคำถามโดยไม่ได้มองหน้าลูกชายแต่อย่างใด “ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงอยากได้ความปลอดภัย” “รวมถึงอยากใช้รถกับครอบครัวครับ” “ทำเสร็จก็เอามาให้ฉันดูก่อน” บีมตอบกลับลูกชายเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอิ่มจึงเดินขึ้นบนบ้านไป ส่วนผู้เป็นแม่นั่งทานข้าวไปเงียบๆอย่างไม่พูดอะไร พร้อมกับลุกตามพ่อออกไป ซึ่งเขานั้นชินกับการนั่งทานข้าวที่บ้านคนเดียวอยู่แล้ว “ป้าดาทานข้าวยังครับ” “มาทานกับผมได้นะครับ มามา” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกแม่บ้านที่คอยดูแลเขามาตั้งแต่เด็กอย่างไม่ถือตัว หากช่วงเวลานั้นไม่มีป้าดาเขาคงไม่เป็นผู้เป็นคน “ป้ารอคุณเบนซ์ทานเสร็จ ป้าค่อยกินค่ะ” “ป้าทานบนโต๊ะคุณท่านไม่ได้หรอกค่ะคุณหนู” “งั้นเราย้ายไปทานห้องครัวก็ได้ครับ ไปกัน” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินถือจานข้าวกับข้าวย้ายไปทานในครัวกับแม่บ้าน เพราะตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่ว่าทำดีเท่าไหร่ก็ ดีไม่พอ สำหรับครอบครัวอยู่แล้ว “ผมขอส้มตำเผ็ดๆด้วยนะครับ” “วันนี้ผมอยากกินอะไรแซ่บๆ” ป้าดาสงสารคุณหนูของตัวเองอย่างมาก แต่เธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนักนอกจากให้กำลังทำกับข้าวของโปรดเพียงเท่านั้น “ได้ค่ะ ป้าทำให้คุณเบนซ์ได้เสมอ” อีกด้าน เธอเดินกลับมานั่งรอรถที่กำลังซ่อมจนฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ร้านซ่อมรถที่นี่ เป็นร้านซ่อมรถขนาดเล็ก และรถของเธอเป็นรถคันหายาก ซึ่งคนปกติก็ไม่ได้ซื้อรุ่นนี้ขับกันอยู่แล้วเพราะราคาสูงลิ่ว ทำให้อะไหล่บางตัวไม่มีสต็อคในร้าน “อะไหล่มาแล้ว อีกแปบเดียวนะหนู” ลุงสูงวัยขับมอเตอร์ไซค์พร้อมกับหอบหิ้วล้อรถยนต์เพื่อมาเปลี่ยนให้เธอ “ค่ะลุง” หญิงสาวตอบกลับไปแต่จริงๆแล้วเธอเหนื่อยจนแทบจะนั่งรอไม่ไหว มือบางคอยตวัดไล่ยุงเริ่มกัดตามขาและแขน ลุงซ่อมรถที่เห็นแบบนั้นจึงเดินเอายากันยุงมาจุดให้อย่างใจดี ซึ่งการกระทำนี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอยู่ไม่น้อย “ยุงมันเยอะ” “ลุงรีบเร่งมือให้” จากนั้นลุงก็เริ่มเปลี่ยนล้อรถอย่างชำนาญ “ขอบคุณนะคะ” ใช้เวลาไม่นานรถของเธอก็ซ่อมเสร็จ ทำให้การกลับมาบ้านรอบนี้ช้ากว่าปกติ แน่นอนพ่อแม่ของเธอนั่งรออยู่ห้องรับแขกด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “พ่อแม่ยังไม่นอนอีกเหรอคะ” เธอถามออกไปแต่จริงๆแล้วเธอรู้ว่าเพราะอะไร “สอบเสร็จตั้งแต่เที่ยง” “แกกลับมาบ้านสองทุ่มเนี่ยนะ” “วันนี้ฉันนัดหัวหน้าแผนกให้มาสอนงานแก” ใช่ เธอลืมสนิทเลยว่าพ่อนัดหัวหน้าแผนกมาสอนงานเธอ เธอทราบดีว่าหัวหน้าแผนกก็มีงานของพ่อที่ต้องรับผิดชอบ “ขอโทษค่ะ หนูลืม” “ลืมหรือตั้งใจ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ” “ว่าแกไปงานแฟชั่นบ้าบออะไรนั่น” พ่อคงส่งคนไปตามดูฉันว่าทำอะไรบ้างในแต่ละวันอีกสินะ “มันคือความฝันของหนู” มันก็มีบ้างที่ฉันเริ่มทนไม่ไหว เลยต้องแย้งเหตุผลกลับไปบ้าง เช่นรอบนี้ “ความฝันบ้าๆ มันกินไปได้ไหม” “รีบๆขึ้นห้องไป พรุ่งนี้แกต้องไปออกงานกับฉัน” “อย่าคิดออกไปกินเหล้าเมายาอีก ฉันขี้เกียจตาม” “เข้าใจไหม!” ฉันไม่รอให้พ่อพูดจบ รีบเดินขึ้นห้องทันทีอย่างเบื่อหน่าย ส่วนคุณแม่ยืนข้างๆคุณพ่อ ไม่ว่าพ่อจะพูดอะไรช่างเป็นผู้ตามที่ดีซะเหลือเกิน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD