หญิงสาวเดินขึ้นมาบนห้องนอนด้วยความเร่งรีบ หลังจากที่เธอได้กดสมัครเข้าร่วมงานแฟชั่นที่จะเริ่มขึ้นในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ แต่พรุ่งนี้เธอเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานในบริษัทของพ่อแล้ว
“ออกก่อนหนึ่งชั่วโมง คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง”
“เราก็ไม่ต้องพักเที่ยงสิ” ร่างบางเดินตรงเข้ามาหาชุดราตรีลายปักดอกไม้ด้วยความประณีตที่ยังไม่โดนโชว์ให้คนอื่นได้เห็น จากเมื่อหลายวันก่อนที่เธอไปลงทะเบียนไม่ทัน ชุดราตรีนี้เธอตั้งใจออกแบบมาหนึ่งปี เพราะเธอยังเรียนอยู่จึงแบ่งเวลามาทำได้ค่อนข้างน้อย
“ได้เวลาของเธอแล้วจ่ะ” หญิงสาวเริ่มปลดชุดของตัวเองออกก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ร่างกายอรชนของเธอหยุดอยู่หน้ากระจกสะท้อนให้เห็นถึงความสวยของตัวเอง มือบางดึงแผ่นแปะจุกสีเนื้อออกจากเต้านมสวย พร้อมกับค่อยๆเกี่ยวสายแพนตี้ลายลูกไม้ออก ในขณะที่เธอกำลังไล่สายตาทั่วร่างกาย แต่จู่ๆสายตาคมของใครบางคนก็ฉายเข้ามาในหัว เหมือนกับเขาคนนั้นกำลังมองเรือนร่างของเธออยู่
“บ้าจริง ทำไมต้องนึกถึงด้วย” ใบหน้าสวยเริ่มแดง เลือดในกายสาวเริ่มไล่ระดับความร้อนออกมา หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลกๆบริเวณกลางกายสาวจนหญิงสาวเริ่มรู้สึกอาย ทำให้ขาสวยรีบก้าวเข้าไปใต้ฝักบัว บิดหมุนความแรงของน้ำจนสุดระดับ
ซ่า ซ่า
มือสวยกดแชมพูลูบไล้ผิดกายขาวละเอียด ความเย็นของน้ำพรมชโลมกายทำให้อุณหภูมิร้อนเมื่อครู่เริ่มลดลง
•••
ธนาคารบีพี
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ ตอนเป็นเด็กพ่อของฉันมาพาเล่นบ่อยครั้ง ฉันจำได้ขึ้นใจเลยว่าอยากไปเที่ยวสวนสนุกมาก แต่พ่อก็ยังไม่เคยพาฉันไปเลย ฉันร้องไห้กระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจทำให้พ่อต้องลงมือตีเพราะความดื้อรั้นในวัยเด็กของฉัน ในขณะที่ฉันกำลังเดินเข้ามาในอาคาร ก็มีพนักงานอาวุโสเดินเข้ามาหายกมือสวัสดีด้วยความเคารพ
“สวัสดีค่ะคุณพลอย” เธอชื่อคุณริน เป็นเลขาฝีมือดีของคุณพ่อฉันนั่นเอง และวันนี้เธอก็ได้รับมอบหมายมาสอนงานฉัน
“สวัสดีค่ะคุณริน” ฉันยกมือรับไหว้กลับอย่างเคารพ ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นทายาทแต่ความสามารถถือว่ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ
“คุณพลอยทานอะไรมาหรือยังคะ”
“ยังเลยค่ะ” ฉันไม่ได้กินข้าวที่บ้านมาเพราะมัวแต่เตรียมของที่จะไปโชว์แฟชั่นด้วย หากกินข้าวอีกพ่อคงได้บ่นว่าชักช้าละไม่ก็ลามไปเรื่องแฟชั่นอีก...
“งั้นเดี๋ยวเราไปหาซื้ออะไรรองท้องก่อนไหมคะ”
“คาดว่าวันนี้เราน่าจะเรียนรู้งานกันอย่างหนักเลย” รินมีความเป็นห่วงเจ้านายตัวเอง และเธอก็เห็นใจหญิงสาวที่ต้องโดนครอบครัวบังคับให้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ
“เราต้องเดินมาไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” เท่าที่เธอจำได้บริษัทของเธอมีร้านอาหารอยู่ชั้นบน
“ช่วงเช้ากับกลางวันร้านอาหารของเราไม่เพียงพอต่อพนักงานค่ะ”
“บางคนก็ห่อข้าวมาเอง”
“บางคนก็เดินไปแบบเรานี่ค่ะ” ถึงว่าทำไมเธอเห็นพนักงานหลายคนห่อกล่องข้าวมาเอง ไม่นานฉันและคุณรินก็มาถึงร้านกาแฟสดที่มีแต่พนักงานธนาคารบริษัทฉันอยู่ในร้านนี้กันเต็มร้าน
“คุณพลอยรับเป็นเมนูอะไรดีคะ”
“พลอยขอเป็นอเมริกาโน่ร้อนค่ะ”
“พลอยขอเพิ่มสลัดอกไก่ด้วยค่ะคุณริน ขอบคุณนะคะ” ระหว่างที่คุณรินต่อคิวสั่งอาหาร ฉันจึงถือสำรวจร้านนี้อย่างพิจารณา เธอเริ่มรู้สึกสงสารพนักงานที่ต้องเดินออกมาหาของกิน เหนื่อยกับงานตัวเลขไม่พอเรื่องบริการลูกค้าอีก เธอจึงคิดถึงสิ่งหนึ่งเก็บไว้ในใจเตรียมที่จะเสนอคุณพ่อ
“คุณพลอยได้แล้วค่ะ” ในระหว่างที่ฉันกับคุณรินกำลังเดินออกจากร้านนี้ก็มีพนักงานด้านในกำลังพูดในสิ่งที่ฉันต้องสะดุดฟัง
“นี่ใช่ไหมทายาทคนต่อไป”
“ดูไม่เหมาะสมเลย แบบไม่มีความรู้” พนักงานคนนั้นตั้งใจจีบปากจีบคอพูดเม้ากับเพื่อนอย่างออกรส คุณรินตั้งท่าจะเดินกลับไป ฉันจึงรีบดึงแขนคุณรินเอาไว้
“ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ”
“เราสามารถเป็นคนที่ทุกชอบได้หรอก”
ภายในห้องทำงานส่วนตัว ตอนนี้บนโต๊ะทำงานของฉันมีเอกสารแต่ละแผนกต้องอ่านก่อน โดยมีคุณรินนั่งอยู่ด้านหน้าคอยให้คำแนะนำและตอนนี้ก็ได้ย้ายโต๊ะทำงานมาอยู่หน้าห้องฉันเรียบร้อย
“น้ำส้มค่ะ” น้ำส้มคั้นสดถูกวางมาไว้ด้านหน้าเจ้านายสาวคนสวย
“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวหยิบน้ำส้มขึ้นมาจิบพร้อมกับก้มหน้าก้มตาไล่อ่านเอกสารสำคัญอย่างตั้งใจ เพราะส่วนหนึ่งเธอก็อยากรีบไปงานแฟชั่นเหมือนกัน
ครืด ครืด
“อนุญาตรับสายนะคะ” เสียงโทรศัพท์ของคุณรินดังขึ้น ฉันจึงผายมือเชิญให้รับสายได้โดยไม่ต้องเกรงใจ
“ค่ะลูกสาวโทรมาหาแม่เวลานี้มีอะไรจ่ะ”
“ได้สิ ได้สิลูก”
“ทำให้เต็มที่เลยนะ”
หลังจากที่คุณรินวางสาย ฉันเผลอยิ้มหวานส่งไปให้อย่างดีใจ
“ลูกโทรมาขอเรียนเต้นเพิ่มค่ะ”
“ดีจังเลยค่ะ พลอยอิจฉาจัง”
“พลอยอยากให้แม่และพ่อเข้าใจพลอยบ้าง” ใบหน้าสวยเริ่มละห้อยปนปลงๆกับชีวิต จึงทำให้อีกคนรับรู้ถึงความอึดอัดนั้น
“คุณพลอยอย่าน้อยใจไปเลยค่ะ”
“รินจะสนับสนุนคุณพลอยเอง”
“คุณรินรู้เหรอคะ” หญิงสาวตาลุกวาวเป็นประกายที่มีคนมองเห็นถึงความชอบและความตั้งใจของเธอ เลขาของคุณพ่อพยักหน้าให้
“งั้นวันนี้พลอยขอตัวนะคะ”
“พรุ่งนี้พลอยจะรีบมาอ่านต่อค่ะ เหลืออีกหนึ่งแฟ้ม” จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็รีบกดลิฟท์ลงไปชั้นจอดรถของผู้บริหารและรีบมุ่งหน้าสู่งานแฟชั่นรอบนี้ เธอสมัครเข้าร่วมกับงานครีมบำรุงผิวแบรนด์ดัง
“ชุดสวยมากเลยพลอย”
“มีคนชมเยอะมาก นี่มีคนเข้ามาถามแล้วนะว่าคุณพลอยคือใคร” พี่เข็มเอ่ยชมเช่นเคย
“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่เข็ม”
“ขอบใจนะจ่ะดาว” ดาวคือนางแบบประจำของเธอ เป็นเด็กขยันน่ารัก รับงานใส่ชุดที่เธอออกแบบมาหลายงานแล้ว
“พี่โอนค่าจ้างแล้วนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่พลอย ดาวไปก่อนะคะ”
“วันนี้พี่จะไปปาร์ตี้กัน พลอยสนใจไหม”
“วันนี้พลอยยังไม่สะดวกค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” เธอรู้สึกอยากพักสงบศึกกับพ่อจึงเลี่ยงที่จะไปที่นั่น
“เอาไว้รอบหน้าห้ามปฏิเสธพี่นะ”
รถยนต์หรูกลับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลทำธุรกิจการเงินมาหลายรุ่น ฉันเปิดหยิบเอาชุดราตรีที่มีพลาสติกคลุมไว้เป็นอย่างดีถือกลับเข้าในบ้าน
“โดดงานไปไหนมา” และแล้วเสียงคุ้นหูที่ปวดแก้วหูมากที่สุดก็ดังขึ้น
“คุณพ่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไมคะ”
“อีกอย่าง วันนี้พลอยเรียนรู้งานทั้งวัน”
“ไม่ได้พักเที่ยงด้วยซ้ำ นั่นมันนอกเวลางานแล้วค่ะ” หลังจบประโยคฉันก็รีบที่จะเดินเลี่ยงคุณพ่อไปทันที
หมับ แคว๊ก!
“เมื่อไหร่แกจะเลิกทำชุดบ้าบออะไรนี่ ห๊ะ” พัฒน์กระชากชุดราตรีของลูกสาวด้วยความโมโหผิดปกติ วันนี้เขาเข้าไปในบริษัทเจอรินเลขาของเขากำลังเก็บเอกสารในห้องลูกสาว โดยไร้ร่างของลูกสาวเพียงคนเดียว
“พะ..พ่อ อย่า!!”
“พลอยตั้งใจทำมากเลยนะ” หญิงสาวร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่คิดเลยว่าพ่อของเธอจะลงมือทำร้ายชุดซึ่งตอนนี้สภาพขาดหลุดลุ่ย
“ฉันมีสมบัติให้แกสานต่อ”
“มีหน้ามีตามากกว่าทำไมแกถึงไม่เอา”
“มีหน้ามีตามันก็กินไม่ได้นะคะ” ประโยคนี้ทำเอาให้พัฒน์โมโหมากจนกระทั่ง..!!
เพี๊ยะ!
แรงตวัดฝ่ามือสากประทับลงบนใบหน้าสวยแรงสะบัดอย่างแรงทำให้เกิดรอยนิ้วมืออย่างชัดเจน ด้วยสีผิวขาวเนียนละเอียดของเธอทำให้รอยนั้นเด่นชัด
“อ๊ะ ฮึก..ก”
“พอได้แล้วคุณพัฒน์ แค่นี้ลูกเจ็บมากพอแล้ว” พิมรีบวิ่งเข้ามาหากอดฉันเอาไว้ พร้อมกับร้องไห้ออกมาเช่นกัน
“เพราะคุณให้ท้ายลูก มันถึงไม่เคยเชื่อฟังฉันเลย”
“ไปลูกไป รีบขึ้นไปบนห้องเถอะนะ” ฉันรีบก้มเก็บเศษชุดที่ขาดออกจากกันด้วยความเสียใจ พร้อมกับรีบวิ่งขึ้นบนห้องหนีเสียงของพ่อและแม่กำลังทะเลาะกันเพราะฉัน
ฉันตัดสินใจเก็บข้าวของเตรียมไปหาคอนโดอยู่ข้างนอกเพื่อตัดปัญหา แต่ฉันก็ยังจะเข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทอยู่นะ เพียงแค่ว่าไม่กลับบ้านแค่นั้นเอง ถือซะว่าครึ่งทางกับพ่อฉันละกัน