บรรยากาศในห้องน้ำเริ่มเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความอึดอัดที่แฝงไปด้วยกระแสอำนาจ น้ำฟ้าหอบหายใจถี่ ร่างกายของเธอเปียกโชกจนชุดยูนิฟอร์มสีเทาแนบเนื้อไปทุกสัดส่วน ความเย็นจากสายน้ำที่ยังคงรินลดลงมาตัดกับสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือของสินธุ์ที่ยังคงกดข้อมือเธอไว้กับพื้นหินอ่อน สายตาของเขาจ้องมองรอยรักสีกุหลาบเข้มบนลำคอระหงของเธอด้วยความพึงพอใจราวกับศิลปินที่เพิ่งวาดภาพชิ้นเอกเสร็จ
"ปล่อยได้หรือยังคะ... ฉันหายใจไม่ออก" น้ำฟ้าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตภายใต้ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนอับอาย
สินธุ์ยอมคลายพันธนาการออกช้าๆ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อช่วยพยุงเธอ แต่น้ำฟ้ากลับเมินเฉย เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยตัวเองอย่างทุลักทุเล แม้จะเกือบเสียหลักลื่นฟองสบู่อีกรอบแต่เธอก็ฝืนทรงตัวไว้ได้
"ออกไปรอข้างนอกค่ะ ฉันจะล้างห้องน้ำให้เสร็จ" เธอสั่งโดยไม่มองหน้าเขา
"ผมบอกแล้วไงว่าหน้าที่ของคุณไม่ใช่แค่ล้างห้องน้ำ" สินธุ์เอ่ยเสียงเรียบ เขาหยิบผ้าขนหนูผืนหนามาพันกายท่อนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ "ออกไปเปลี่ยนชุดซะ ในตู้เสื้อผ้าผมมีเสื้อเชิ้ตสำรองอยู่ เลือกเอามาใส่ก่อน ชุดยูนิฟอร์มเปียกๆ นั่นมันจะทำให้คุณปอดบวม... หรือไม่ก็ทำให้ผมตบะแตกซะก่อน"
น้ำฟ้าก้มมองตัวเองแล้วก็ต้องหน้าร้อนฉ่า เสื้อเชิ้ตพนักงานที่เปียกน้ำจนใสแจ๋วเผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำและผิวขาวจัดจนแทบไม่ต้องจินตนาการ เธอรีบกอดอกตัวเองไว้แน่นแล้วก้มหน้าเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องน้ำมุ่งตรงไปยังห้องแต่งตัว (Walk-in Closet) ขนาดใหญ่ของเขา
ภายในห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยสูทราคาแพงและเสื้อผ้าแบรนด์เนมจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ น้ำฟ้าสั่นสะท้านด้วยความหนาวและระแวง เธอคว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของสินธุ์มาสวมทับหลังจากจัดการเช็ดตัวให้แห้งลวกๆ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่ติดอยู่บนเนื้อผ้าซึมซาบเข้าสู่โสตประสาท ย้ำเตือนว่าตอนนี้เธอติดกับดักของเขาอย่างสมบูรณ์
เมื่อเดินกลับออกมาที่ห้องนอน เธอเห็นสินธุ์นิ่งรออยู่บนโซฟาปลายเตียง ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสัญญาของบริษัท Star Cleaning วางอยู่ข้างตัว ท่าทางของเขาดูเคร่งขรึมเหมือนนักธุรกิจที่กำลังจะเจรจาดีลสำคัญ ไม่ใช่ผู้ชายจอมหื่นที่เพิ่งรังแกเธอในห้องน้ำเมื่อกี้
"นั่งลงสิ น้ำฟ้า" เขาตบพื้นที่ว่างบนโซฟาข้างตัว
น้ำฟ้าเลือกที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานที่อยู่ห่างออกไปแทน "มีอะไรก็พูดมาค่ะ ฉันยังมีงานต้องไปทำต่อที่ออฟฟิศ"
สินธุ์ยกยิ้มมุมปากกับท่าทางพยศของเธอ "งานที่ออฟฟิศน่ะเหรอ? ผมเช็กตารางงานคุณจากกิ๊บแล้ว (น้ำฟ้าตาโตด้วยความตกใจที่เขาเข้านอกออกในคนของเธอได้) วันนี้คุณไม่มีประชุมสำคัญอะไร เพราะคุณตั้งใจจะอุทิศเวลาทั้งวันมาเป็นแม่บ้านแทนพนักงานที่เจ็บ... เพราะฉะนั้น เวลาที่เหลือของวันนี้เป็นของผม"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตฉันนะคุณสินธุ์!"
"ผมมีสิทธิ์ในฐานะ 'ผู้ถือสัญญาจ้างรายใหญ่' ที่สามารถฟ้องร้องคุณได้ทุกเมื่อหากคุณผิดเงื่อนไข" สินธุ์เอนหลังพิงโซฟา สายตาคมกริบจ้องเขม็ง "แต่เอาเถอะ ผมไม่ใช่คนใจจืดใจดำขนาดนั้น ผมจะยอมรักษาความลับเรื่องคืนนั้น และเรื่องที่เจ้าของบริษัทปลอมตัวมาทำงาน... แลกกับการที่วันนี้คุณต้องปฏิบัติตาม 'กฎเหล็ก 3 ข้อ' ของผม"
น้ำฟ้ากำหมัดแน่น "กฎอะไรของคุณ?"
สินธุ์ชูนิ้วขึ้นมาทีละนิ้วขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"ข้อที่หนึ่ง: ห้ามปกปิดรอยที่ผมสร้างไว้" น้ำฟ้าสะดุ้ง มือเรียวรีบตะครุบที่ลำคอ "จะบ้าเหรอ! รอยเด่นขนาดนี้ จะให้ฉันเดินไปไหนมาไหนทั้งอย่างนี้เนี่ยนะ?" "ใช่... ตลอดเวลาที่อยู่ในเพนท์เฮาส์นี้ ห้ามหาผ้าพันคอหรือปลาสเตอร์มาปิดเด็ดขาด ผมอยากเห็นผลงานของตัวเองชัดๆ และถ้าคุณออกไปข้างนอกแล้วมีคนถาม... ก็แค่บอกว่าเป็นรอยมดกัดตัวใหญ่ๆ ก็พอ" เขากล่าวปนหัวเราะขบขัน
"ข้อที่สอง: ทุกครั้งที่ผมเรียก คุณต้องขานรับว่า 'ค่ะ นายจ้าง'" "ฉันไม่ใช่ทาสนะ!" "คุณคือผู้รับจ้าง และผมคือนายจ้างตามสัญญา... กฎนี้มีผลแค่ในเขตพื้นที่ส่วนตัวของผมเท่านั้น ถ้าคุณไม่ทำ ผมจะถือว่าคุณขาดคุณสมบัติในการบริการลูกค้าระดับพรีเมียม"
น้ำฟ้าขบเม้มริมฝีปากจนเจ็บ ใจหนึ่งอยากจะคว้าแจกันราคาแพงแถวนั้นทุ่มใส่หัวเขา แต่อีกใจก็รู้ดีว่าเธอสู้เขาไม่ได้เลยในเกมนี้
"ข้อที่สาม: ห้ามพูดถึงเรื่อง 'จบกัน' หรือ 'คนแปลกหน้า' อีก" คราวนี้แววตาของสินธุ์เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าขนลุก "เราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันตั้งแต่วินาทีที่คุณเดินเข้ามาหาผมในบาร์คืนนั้นแล้วน้ำฟ้า... และเราจะไม่มีวันจบกันตราบเท่าที่ผมยังไม่อนุญาต"
"คุณมันเผด็จการ!" น้ำฟ้าลุกขึ้นยืนด้วยความเหลืออด "กฎพวกนี้มันไร้สาระ มันไม่เกี่ยวกับการทำความสะอาดเลยสักนิด!"
"เกี่ยวสิ... เพราะวันนี้ผมจ้างคุณมาทำความสะอาด 'ชีวิต' ของผมที่มันน่าเบื่อให้มันมีสีสันขึ้นมาหน่อย" สินธุ์ลุกขึ้นเดินเข้าหาเธอช้าๆ จนร่างบางต้องถอยหลังไปติดผนัง "ถ้าคุณทำได้ครบตามกฎ... สัญญาของ Star Cleaning จะได้รับการต่ออายุอัตโนมัติพร้อมส่วนต่างค่าจ้างเพิ่มอีก 20% แต่ถ้าคุณแหกกฎแม้แต่ข้อเดียว... ผมจะโทรหาสำนักข่าวเศรษฐกิจตอนนี้เลยว่าเจ้าของบริษัทคุณใช้เรือนร่างแลกสัญญา"
น้ำฟ้าจ้องมองใบหน้าคมคายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และ... ทั้งหวั่นไหวอย่างห้ามไม่ได้ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้เธอนึกถึงสัมผัสของเขาที่แสนเร่าร้อน ความเป็นผู้นำและอำนาจที่เขาแผ่ออกมามันช่างดูอันตรายและดึงดูดในเวลาเดียวกัน
"ฉัน... ฉันมีทางเลือกอื่นไหม?" เธอถามเสียงสั่น
"ไม่มี" สินธุ์กระซิบชิดริมฝีปาก "ตอนนี้ไปเตรียมกาแฟดำให้ผมที่ห้องครัว... และอย่าลืมกฎข้อที่สองล่ะ"
น้ำฟ้ายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาลงอย่างข่มอารมณ์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่
"รับทราบค่ะ... นายจ้าง"
คำขานรับนั้นทำให้สินธุ์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาเอื้อมมือไปลูบรอยแดงที่ลำคอของเธอเบาๆ อย่างแสนรัก (และแสนร้าย) ก่อนจะปล่อยให้เธอเดินออกจากห้องนอนมุ่งหน้าไปยังห้องครัวด้วยเสื้อเชิ้ตของเขาที่ยาวคลุมต้นขาขาวนวล
น้ำฟ้าเดินมาที่ห้องครัวหรูหราที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัย เธอทรุดตัวลงพิงเคาน์เตอร์หินแกรนิตแล้วปล่อยให้น้ำตาแห่งความคับแค้นใจคลอเบ้า มือบางลูบไล้รอย Kiss mark ที่คอ... มันชัดเจนจนดูเหมือนตราประทับความเป็นเจ้าของ
ทำไมโชคชะตาต้องเล่นตลกขนาดนี้ด้วยนะน้ำฟ้า... จากเจ้าของบริษัทที่หวังจะมากู้ชื่อเสียง กลับต้องมาติดบ่วงของเสือร้ายที่จ้องจะขย้ำเธอทุกวินาทีแบบนี้!
แต่ถึงจะตัดพ้ออย่างไร เธอก็ต้องเริ่มชงกาแฟตามคำสั่ง เพราะตอนนี้... เกมของสินธุ์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเธอก็เป็นเพียงหมากตัวสำคัญบนกระดานที่เขาคุมไว้อย่างเบ็ดเสร็จ