แสงไฟนีออนสลัวสีชมพูหม่นตัดกับความมืดในเลานจ์หรูย่านทองหล่อ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นแอลกอฮอล์รสเลิศที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ น้ำฟ้า เจ้าของบริษัท "Star Cleaning" วัย 24 ปี กำลังนั่งหมุนแก้วค็อกเทลในมือด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย วันนี้เป็นวันครบรอบ 3 ปีที่เธอก่อตั้งบริษัทแม่บ้านรับจ้างทำความสะอาดมาด้วยน้ำพักน้ำแรง แต่แทนที่จะได้ฉลองอย่างมีความสุข เธอกลับเพิ่งจับได้ว่าแฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแอบไปมีความสัมพันธ์กับพนักงานในบริษัทของเธอเอง
"ทำความสะอาดบ้านคนอื่นมาทั้งชีวิต แต่ดันกวาดขยะในใจตัวเองออกไปไม่ได้สักที" เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะกระดกเครื่องดื่มสีสวยลงคอรวดเดียวจนหมด
ความมึนเมาเริ่มจู่โจมประสาทสัมผัสทีละน้อย น้ำฟ้าไม่ใช่คนคออ่อน แต่ความเจ็บปวดที่สลัดไม่หลุดทำให้เธอสั่งเครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า จนกระทั่งสายตาที่เริ่มพร่ามัวของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่มุมมืดของบาร์
ชายหนุ่มคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดที่พาดผ่านลำแขนแกร่งและนาฬิกาเรือนหรู เขานั่งนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าคมคายสันกรามชัดเจนรับกับนัยน์ตาเรียบเฉยทว่าดุดัน เขาคือ "สินธ์ุ" นักธุรกิจหนุ่มที่ใครๆ ต่างก็เกรงขาม แต่ในเวลานี้เขากลับดูเหมือนราชสีห์ที่กำลังเบื่อหน่ายโลก
สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วขณะ... และเป็นน้ำฟ้าที่ความเมาทำให้เธอกล้าบ้าบิ่นกว่าปกติ
เธอลุกขึ้นเดินตรงไปหาเขา ท่วงท่าการเดินที่โอนเอนเล็กน้อยแต่ยังคงความเซ็กซี่ในชุดเดรสรัดรูปสีน้ำเงินเข้มทำให้สายตาหลายคู่ในบาร์จ้องมองตาม น้ำฟ้าหยุดยืนตรงหน้าชายแปลกหน้าคนนั้น ก่อนจะส่งยิ้มหวานที่เจือไปด้วยความเศร้า
"ขอโทษนะคะ... ที่นั่งตรงนี้มีคนจองหรือยัง?" เสียงหวานเอ่ยถามกระเส่า
สินธุ์ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น แต่นั่นไม่ใช่ธุระของเขา "ถ้าอยากนั่งก็นั่ง ไม่มีใครห้าม" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังทำให้ใจของน้ำฟ้าวูบไหว
การสนทนาเริ่มต้นขึ้นอย่างกระท่อนกระแท่น ก่อนจะลื่นไหลไปตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น น้ำฟ้าระบายความอัดอั้นในใจเรื่องความรักที่พังทลาย ส่วนสินธ์ุทำเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ พร้อมกับจิบวิสกี้ในมือ ทว่าสายตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้าอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อที่แสนงดงาม
"คุณรู้ไหม... บางทีฉันก็แค่อยากจะลืมทุกอย่าง ลืมว่าฉันเป็นใคร ลืมว่าฉันต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง" น้ำฟ้าพูดเสียงพร่า ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอออนร้อนจากร่างกายของกันและกัน
"การลืมมันง่ายนิดเดียว" สินธุ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางของหญิงสาวขึ้นมา "แค่เปลี่ยนความสนใจไปที่สิ่งอื่น... ที่มันเร่าร้อนกว่าความเจ็บปวด"
คำพูดนั้นเหมือนเชื้อเพลิงที่จุดติดไฟในตัวน้ำฟ้า เธอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบชิดกัน กลิ่นวิสกี้และกลิ่นกายบุรุษเพศจากตัวเขาทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม "งั้นช่วยทำให้ฉันลืมทีสิคะ..."
สิ้นคำเชิญชวน สินธุ์ไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากลงบนเรียวปากบางอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์ผสมกับความหวานล้ำของสัมผัสทำให้สมองของน้ำฟ้าขาวโพลน สัมผัสจากมือแกร่งที่ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอทำให้ร่างกายสาวสั่นสะท้าน เธอประคองใบหน้าของเขาไว้ราวกับคนกำลังจะจมน้ำที่ยึดขอนไม้เอาไว้แน่น
เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับแรงกระแทกที่รุนแรงพอๆ กับอารมณ์ของคนทั้งคู่ สินธุ์ไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากของน้ำฟ้าเป็นอิสระ เขาจูบเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่มือก็ทำหน้าที่ปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกายของหญิงสาว ชุดเดรสสีน้ำเงินร่วงหล่นลงไปกองบนพื้น ตามมาด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำของชายหนุ่ม
น้ำฟ้าหายใจหอบถี่ เมื่อแผ่นหลังเนียนละเอียดสัมผัสกับเตียงหนานุ่ม ความเย็นของผ้าปูที่นอนตัดกับความร้อนแรงจากร่างกายของสินธุ์ที่ทาบทับลงมา แสงไฟสลัวจากด้านนอกหน้าต่างที่สะท้อนกับตึกระฟ้าทำให้เห็นสรีระของชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้น
"แน่ใจนะ?" สินธุ์ถามย้ำด้วยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
น้ำฟ้าไม่ตอบเป็นคำพูด แต่เธอเลือกที่จะรั้งคอเขาลงมาจูบอีกครั้ง เป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด บทรักที่เริ่มต้นด้วยความเมามายแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่ลึกซึ้ง สินธุ์นำพาเธอไปสู่ดินแดนที่ไม่เคยรู้จัก ทุกสัมผัสของเขาหนักแน่นทว่าอ่อนโยนในที เขาสำรวจทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอราวกับต้องการประทับตราจอง
เสียงครางแผ่วเบาและลมหายใจที่ประสานกันดังระงมไปทั่วห้องกว้าง ความเจ็บปวดจากเรื่องราวในอดีตของน้ำฟ้าถูกเผาไหม้ไปในกองเพลิงแห่งความใคร่ที่สินธุ์เป็นคนจุดขึ้น ในนาทีนั้นเธอจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง รู้เพียงว่าสัมผัสจากผู้ชายคนนี้คือสิ่งเดียวที่เธอต้องการ
ราตรีนั้นยาวนานกว่าที่คิด คลื่นความปรารถนาซัดสาดครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งทั้งคู่หมดแรงและหลับใหลไปในอ้อมกอดของกันและกัน โดยที่น้ำฟ้าหารู้ไม่ว่า "คืนที่ฟ้าเปลี่ยนสี" ครั้งนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
เช้าวันต่อมา: 07.30 น.
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามากระทบเปลือกตาของน้ำฟ้า เธอนิ่วหน้าด้วยความปวดหัวหนึบ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยข่วนจางๆ และวงแขนแกร่งที่ยังคงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น
ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ... บาร์... ค็อกเทล... ผู้ชายแปลกหน้า... และบทรักที่เร่าร้อนจนน่ากลัว
"ตายแล้ว!" น้ำฟ้าอุทานเบาๆ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อด้วยความอับอายและตกใจ เธอค่อยๆ แกะมือของเขาออกอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ
เธอมองชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าตอนหลับของเขาดูละมุนกว่าเมื่อคืน แต่ความรู้สึกกดดันบางอย่างยังคงแผ่ออกมา แม้เธอจะรู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยให้เธอ "ลืม" ในตอนนั้น แต่ตอนนี้ความจริงกลับมาตบหน้าเธออย่างแรง
ฉันนอนกับคนแปลกหน้า! แถมยังไม่รู้จักชื่อเขาด้วยซ้ำ!
น้ำฟ้ารีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ เธอไม่ได้ล้างหน้า ไม่ได้แต่งตัวให้ดูดี สิ่งเดียวที่คิดคือต้องหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่เขาจะตื่น เธอทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความเงียบเชียบขณะที่ย่องออกจากห้องไป
ทว่า... ในขณะที่ประตูห้องสวีทปิดลงอย่างแผ่วเบา ร่างที่อยู่บนเตียงกลับค่อยๆ ลืมตาขึ้น
สินธ์ุไม่ได้หลับ... เขาตื่นตั้งแต่ตอนที่เธอพยายามแกะมือเขาออกแล้ว เขานอนมองแผ่นหลังเนียนที่รีบร้อนสวมเสื้อผ้าด้วยความรู้สึกนึกสนุก มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางลนลานของหญิงสาวที่ดู "เก่ง" มากเมื่อคืน
"หนีงั้นเหรอ..." สินธุ์พึมพำกับตัวเองพลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียง "โลกมันกลมกว่าที่เธอคิดนะ... ยัยแม่บ้าน"
เขากดดูข้อความจากเลขาฯ ส่วนตัวที่ส่งมาเมื่อเช้ามืด [บอสครับ วันนี้ 10 โมง แม่บ้านชั่วคราวจากบริษัท Star Cleaning จะเข้าไปทำความสะอาดที่คอนโดนะครับ]
สินธุ์ยิ้มกว้างขึ้น เขาจำโลโก้บนกระเป๋านามบัตรที่ร่วงอยู่ในรถของเขาได้ (ซึ่งเขาเป็นคนเก็บมันไว้เองเมื่อคืนตอนที่เธอเมาจนไม่รู้เรื่อง) ชื่อบริษัทบนนั้นคือบริษัทเดียวกับที่เขากำลังจะเรียกใช้บริการ
"น้ำฟ้า... ชื่อเพราะดีนี่"
ณ ออฟฟิศ Star Cleaning
น้ำฟ้าวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่บริษัทในสภาพที่ดูไม่ได้ พนักงานหลายคนมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ แต่เธอก็ไม่สนใจ เธอรีบเข้าไปในห้องทำงานเพื่อล้างหน้าล้างตาและตั้งสติ แต่ความซวยยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อผู้ช่วย ส่วนตัววิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
"คุณฟ้าคะ! แย่แล้วค่ะ พี่นกแม่บ้านมือหนึ่งของเราที่จะไปบ้านลูกค้า VIP เช้านี้ ประสบอุบัติเหตุรถล้มค่ะ!"
น้ำฟ้าชะงัก "แล้วยังไง? ส่งคนอื่นไปแทนสิ"
"ไม่มีใครว่างเลยค่ะคุณฟ้า วันนี้คิวเต็มหมด แถมลูกค้ารายนี้เรื่องมากสุดๆ เป็นนักธุรกิจ รายใหญ่ ถ้าเราเบี้ยวสัญญาหรือทำออกมาไม่ดี เขาขู่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายทางธุรกิจด้วยนะคะ!"
น้ำฟ้ากุมขมับ "ใครกันที่เข้มงวดขนาดนั้น?"
"คุณสินธุ์... ค่ะ"
ชื่อนั้นทำให้น้ำฟ้ารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอเริ่มลางสังหรณ์ไม่ดี "คุณบอกว่า... ชื่ออะไรนะ?"
"คุณสินธุ์ค่ะ ที่อยู่คือเพนท์เฮาส์สุดหรูย่านสุขุมวิท คุณฟ้าต้องไปเองแล้วล่ะค่ะ ไม่งั้นบริษัทเราเสียชื่อแน่ๆ"
น้ำฟ้ายืนนิ่งเหมือนถูกสาป เธอเพิ่งหนีมาจากเตียงของผู้ชายคนหนึ่ง และตอนนี้เธอกำลังจะต้องกลับไปหา "ลูกค้า" ที่อาจจะเป็นคนคนเดียวกัน หรือต่อให้ไม่ใช่ ความวุ่นวายครั้งนี้ก็ใหญ่หลวงเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด
"เอาชุดยูนิฟอร์มมาให้ฉัน... ฉันจะไปเอง" น้ำฟ้ากัดฟันพูด แม้ในใจจะอยากกรีดร้องออกมาดังๆ ก็ตาม!