แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อละเอียดเข้ามาในห้องนอนหรูของเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุด น้ำฟ้า ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอว สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่ความเย็นของผ้าปูที่นอน แต่เป็นไออุ่นจากแผงอกแกร่งที่เธอซุกซบอยู่ตลอดทั้งคืน แขนล่ำสันของ สินธุ์ โอบรัดเธอไว้หลวมๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปในความมืด
น้ำฟ้านิ่งค้างไปหลายวินาที ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลย้อนกลับมา... เขาไม่ได้หักหาญน้ำใจเธอในยามที่เธอหมดแรง แต่กลับกอดเธอไว้ด้วยความอ่อนโยนที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับจากผู้ชายเผด็จการคนนี้
ทว่า... ความอบอุ่นนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวในใจอย่างรวดเร็ว
‘นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่?’ เธอถามตัวเองในใจ สายตามองไปที่รอยแดงบนลำคอที่สะท้อนในกระจกเงาหัวเตียง ‘ถ้าคนอื่นรู้ว่าเจ้าของ Star Cleaning ได้งานหลักล้านมาเพราะมานอนทอดกายให้หลานชายเจ้าของโปรเจกต์... ศักดิ์ศรีที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิตมันจะเหลืออะไร?’
ความภาคภูมิใจในฐานะผู้หญิงทำงานที่สร้างตัวด้วยลำแข้งตัวเองค้ำคอเธอไว้แน่น น้ำฟ้ารู้สึกขยะแขยงสถานะ ‘เมียเก็บ’ หรือ ‘แม่บ้านบนเตียง’ ที่สินธุ์กำลังพยายามยัดเยียดให้ เธอไม่ใช่สินค้า และเธอก็ไม่ต้องการแลกตัวกับเศษเงินหรือสัญญาจ้างฉบับไหนทั้งนั้น
น้ำฟ้าค่อยๆ แกะมือหนาของสินธุ์ออกอย่างเบามือที่สุด เธอใจสั่นระรัวทุกครั้งที่เขาขยับตัวพึมพำในลำคอ เมื่อหลุดพ้นจากอ้อมกอด เธอรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่ ลบเครื่องสำอางที่เลอะเทอะออกลวกๆ และรวบผมขึ้นมัดไว้อย่างรัดกุม
เธอมองร่างสูงที่กำลังหลับสนิทเป็นครั้งสุดท้าย นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความสับสน
“เราจบกันแค่นี้เถอะค่ะคุณสินธุ์... อย่าให้ฉันต้องเกลียดตัวเองไปมากกว่านี้เลย”
น้ำฟ้าทิ้งโน้ตแผ่นเล็กๆ ไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า ‘ค่าจ้างแม่บ้านชั่วคราวเมื่อวาน ถือว่ายกให้ ไม่ต้องจ่าย... และโปรดลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นซะ’
เธอเปิดประตูห้องและวิ่งออกจากเพนท์เฮาส์ไปราวกับหนีปีนหน้าผา โดยไม่รู้เลยว่าการหนีครั้งนี้คือการจุดไฟในใจของราชสีห์ให้ลุกโชนขึ้นมา
09.30 น. ณ เพนท์เฮาส์ของสินธุ์
สินธุ์ปัดมือไปทั่วเตียงเพื่อหาความนุ่มนวลที่เขาโอบกอดไว้ทั้งคืน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชืดของที่นอน เขาผุดลุกขึ้นนั่งทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่เงียบสนิท
“น้ำฟ้า?” เขาร้องเรียก แต่ไร้เสียงตอบรับ
เท้าหนาก้าวไปที่ห้องน้ำ ห้องรับแขก และห้องครัว... ทุกที่ว่างเปล่า จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เมื่ออ่านข้อความจบ สินธุ์ขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ในมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด
“ยกค่าจ้างให้งั้นเหรอ? ลืมทุกอย่างงั้นเหรอ?” สินธุ์เค่นยิ้มที่ดูน่าสยดสยอง “คิดจะฟันแล้วทิ้งงั้นเหรอคะ... ยัยแม่บ้านจอมอวดดี!”
เขาคว้าโทรศัพท์กดสายด่วนถึงเลขาส่วนตัวทันที
“ไอ้ชัย! เช็กพิกัดรถของน้ำฟ้า สตาร์ คลีนนิ่ง เดี๋ยวนี้! แล้วโทรไปที่บริษัทมัน บอกว่าถ้า CEO มันไม่รับสายผมภายในห้านาที ผมจะฉีกสัญญาโครงการ บ้านจัดสรร ทิ้งต่อหน้าคุณอาวศินเดี๋ยวนี้!”
11.00 น. ณ ออฟฟิศ Star Cleaning
น้ำฟ้านั่งตัวสั่นอยู่ในห้องทำงาน เธอปิดโทรศัพท์มือถือและสั่งห้ามไม่ให้ใครต่อสายตรงเข้าห้องทำงานเด็ดขาด แต่ความสงบก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อกิ๊บวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าแตกตื่น
“คุณฟ้าคะ! คุณสินธุ์โทรมาที่โอเปอเรเตอร์สายแทบไหม้เลยค่ะ เขาขู่ว่าจะถอนสัญญาและฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เราส่งพนักงานไม่มีคุณภาพไปทำงานที่ห้องเขาเมื่อวาน!”
“พนักงานไม่มีคุณภาพ? ฉันขัดห้องเขาจนเงาวับขนาดนั้นเนี่ยนะ!” น้ำฟ้าตบโต๊ะด้วยความโมโห
“เขาบอกว่า... พนักงานทำ ‘ของสำคัญ’ ของเขาหาย และต้องรับผิดชอบค่ะคุณฟ้า!” กิ๊บพูดพลางทำหน้าจะร้องไห้ “เขาบอกว่าถ้าคุณฟ้าไม่ยอมคุยกับเขา เขาจะบุกมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะคะ!”
“ปล่อยให้เขามาสิ! ฉันไม่กลัว!”
น้ำฟ้าพยายามทำใจดีสู้เสือ แต่เพียงไม่ถึงสิบนาทีต่อมา เสียงเอะอะโวยวายที่หน้าออฟฟิศก็ดังขึ้น ประตูห้องทำงานของเธอถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนกระแทกผนัง สินธุ์เดินเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม รังสีความเหี้ยมเกรียมแผ่ออกมาจนพนักงานรอบข้างพากันก้มหน้าหลบตา
“ออกไปให้หมด!” สินธุ์ตวาดเสียงต่ำเพียงครั้งเดียว กิ๊บและคนอื่นๆ ก็รีบวิ่งออกไปทันที
“คุณสินธุ์! นี่มันบริษัทของฉันนะ คุณมีสิทธิ์อะไรมาอาละวาดที่นี่!” น้ำฟ้ายืนประจันหน้า แม้ในใจจะสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
สินธุ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนน้ำฟ้าต้องถอยหลังไปชนโต๊ะทำงาน เขาค้ำมือลงบนโต๊ะ ขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง นัยน์ตาของเขาแดงก่ำด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจมาตลอดทั้งเช้า
“สิทธิ์อะไรน่ะเหรอ? สิทธิ์ของผัวที่ถูกเมียทิ้งไว้กลางเตียงไง!”
“หยุดพูดจาน่าเกลียดแบบนั้นนะ! เราไม่ได้เป็นอะไรกัน คืนนั้นมันคือความผิดพลาด และเมื่อคืนมันคือความเห็นใจ ฉันไม่อยากได้งานเพราะเอาตัวเข้าแลก ถ้าคุณจะถอนสัญญาเพราะเรื่องนี้ ก็เชิญ! ฉันยอมเสียเงินแต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี!” น้ำฟ้าตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น
“ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ?” สินธุ์หัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือก “คุณคิดว่าผมเป็นผู้ชายประเภทที่คว้าใครมานอนด้วยเพื่อแลกกับสัญญาโง่ๆ นั่นเหรอ? ผมให้งานคุณเพราะฝีมือบริษัทคุณมันดีจริง! แต่ที่ผมตามจิกคุณอยู่แบบนี้ เพราะคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าทิ้งผมเหมือนขยะ!”
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปลายคางของน้ำฟ้า บังคับให้เธอสบตา “จำใส่หัวไว้ซะน้ำฟ้า... สัญญาธุรกิจคุณจะรักษาไว้ได้ตราบเท่าที่คุณทำงานดี แต่สัญญา ‘ส่วนตัว’ ระหว่างเรา คุณไม่มีสิทธิ์ยกเลิกคนเดียว!”
“ฉันไม่ต้องการสัญญาอะไรจากคุณทั้งนั้น! ปล่อยฉัน!”
“ไม่ปล่อย! ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ร้ายใส่ใช่ไหม?” สินธุ์กระชากร่างบางเข้าหาตัวจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดอกแกร่ง เขาบดจูบลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความโหยหาที่คุมไม่อยู่ น้ำฟ้าพยายามขัดขืน ดิ้นรน และทุบตีแผงอกเขา แต่เขากลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้นจนเธอแทบกระดูกหัก
เขาทิ้งรอยจูบหนักๆ ไว้ที่ซอกคอเธออีกครั้ง ซ้ำรอยเดิมที่เขาสร้างไว้ราวกับจะย้ำเตือนความเป็นเจ้าของ
“วันนี้คุณต้องกลับไปกับผม... ไปทำความสะอาด ‘นิสัย’ อวดดีของคุณให้หมด และถ้าคุณหนีอีกครั้ง ผมจะทำให้ Star Cleaning กลายเป็นชื่อที่ไม่มีใครในประเทศนี้อยากจ้างอีกเลย!”
“คุณมันปีศาจ... คุณสินธุ์ คุณมันใจร้าย!” น้ำฟ้าร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ใช่ ผมใจร้ายได้มากกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณยังคิดจะหนีผมอีก” สินธุ์อุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพนักงานที่แอบดูอยู่ข้างนอก เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น
ราชาปีศาจกำลังพาเหยื่อสาวกลับไปลงทัณฑ์ในกรงทองของเขา และครั้งนี้... เขาจะไม่ยอมให้เธอหนีไปได้แม้แต่ก้าวเดียว!