ตอนที่ 10 ข้าต้องหาทางเลือกใหม่

1289 Words
"คุณหนูเจ้าคะ ท่านเเม่ทัพเมิ่งมาเจ้าค่ะ ท่านบอกให้มาเรียนกับคุณหนูว่าอยากจะพบคุณหนูเจ้าค่ะ " "อืมข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้" ฟางไห่เย่เดินออกไป เพื่อไปพบกับแม่ทัพเมิ่ง บางทีนางก็ควรหาทางเลือกใหม่ให้กับตัวเองบ้าง อย่าปักใจกับใครคนใดคนหนึ่ง นางต้องเลือกคนที่ดีที่สุด และรักนาง พร้อมจะปกป้องนาง ด้วยความจริงใจเท่านั้น บางทีนางควรเปิดโอกาสให้เมิ่งเสวี่ยหลงเสียบ้าง "คารวะท่านแม่ทัพ ไห่เย่ออกมาช้าต้องขออภัยท่านอย่างยิ่ง" แม่ทัพเมิ่งที่หันหลังอยู่นั้น หันกลับมามองตามเสียงหวานไพเราะนั้นออกมา ใบหน้าที่ยิ้มน้อยๆ ช่างตรึงตาตรึงใจเขานัก รอยยิ้มบางๆปนอ่อนโยนส่งมาถึงฟางไห่เย่ "มิเป็นไรคุณหนูฟาง วันนี้ข้าไม่มีราชการจึงอยากแวะเวียนมาเยี่ยมเจ้า หากเจ้าไม่รังเกียจแม่ทัพอย่างข้า ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะมอบให้กับเจ้า" เขาหยิบสิ่งๆหนึ่งออกมา ภู่ระบายที่นางนั้นชอบยิ่งนัก การได้มองภู่ระบายลู่ไปตามลมช่างทำให้นางผ่อนคลายยิ่ง ฟางไห่เย่ที่เหลือบมองไปยังของฝากนั้นถึงกับดีใจ ที่ท่านแม่ทัพคนนี้ช่างเลือกของมาฝากนางได้ดียิ่ง "ของสิ่งนี่ ข้านำมันมาจากลั่วหยาง ชายแดนติดกับซีเหอ ข้าเห็นว่าชาวซีเหอชอบติดภู่ระบายตามบ้านเรือนแล้วคิดว่าสวยดี จึงซื้อกลับมา แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ข้าเลยคิดว่า เจ้าน่าจะชอบ" "ขอขอบคุณท่านแม่ทัพ ไห่เย่คงไม่กล้ารับไว้" "อะเอ่อ หากเจ้าไม่ชอบข้าคงจะต้อง..." "ช้าก่อน ! ท่านแม่ทัพเมิ่ง ข้าชอบมันมาก อีกอย่างมันดูแปลกตา และไม่มีใครเหมือนอีกด้วย ขะข้าขอรับไว้นะเจ้าคะ" แม่ทัพเมิ่งยิ้มออกมาพร้อมกับส่งสายตาที่ดูอิ่มเอมใจมาให้กับนางเขาดีใจที่นางชอบ ตลอดเวลาที่ผ่านเขาไม่เคยชอบพอสาวงามบ้านใด เพราะคิดถึงแต่เรื่องการออกศึก แม้จะมีแม่สื่อมากมายมาทาบทาม เขาก็ไม่สนใจ แต่ครั้งนี้ ฟางไห่เย่ ดึงเอาหัวใจของเขาไปแล้ว เขาคงจะชอบนางเข้าแล้ว "ท่านแม่ทัพเมิ่ง เชิญดื่มน้ำชากับขนมของบ้านข้าก่อนนะเจ้าคะ " "ได้ " "ถ้าเช่นนั้น ทางนี้เจ้าค่ะ " ทั้งคู่เดินไป ถึงที่นั่งศาลาริมน้ำของจวนเสนาบดี เมื่อนั่งลงแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มสนทนากัน "ท่านแม่ทัพเมิ่ง การออกศึกสงครามแต่ละครั้ง เอ่อ สมัยนี้ มีปืนหรือไม่เจ้าคะ" "ปืน! คือสิ่งใด พวกทหารของกองทัพ ต่างใช้ ดาบ ทวน กระบี่ ธนู เข้าห้ำหั่นศรัตรู หรือข้าศึก บางครั้งก็ต้องมีกลยุทธ์ทางการทหารเข้ามา เหตุใดเจ้าจึง ยากรู้เรื่องแบบนี้ด้วยเล่า" "อะอ่อ ข้าคิดว่า จะมีปืน ท่านจะเชื่อหรือไม่ว่า ต่อจากนี้ อีก ห้าร้อยหรือพันปี จะไม่มีศึกสงคราม มีแต่สงครามเย็น มีขีปนาวุธ มีปรมานู ที่ร้ายแรง " "เจ้ารู้ได้อย่างไร" " อะเอ่อ ขะข้าฝันเห็น เอาล่ะ ข้าไม่เล่าต่อเเล้ว มันเป็นแค่เรื่องของความฝันที่น่าอายของข้า" "แม่นางฟาง หากข้าคิดถึงเจ้า ข้าจะมาหาเจ้าได้รึไม่" "ท่านหมายถึง ท่าน.." "ใช่ ข้าชอบเจ้า และข้าควรจะบอกเจ้าตรงๆ แล้วเจ้าเล่าคิดเช่นไรกับข้า" "เอ่อ..ข้า.." " ไม่เป็นไร ข้าจะรอเจ้า รอคำตอบจากเจ้า อีกอย่าง หยุดเรียกข้าว่าแม่ทัพเมิ่ง เรียกข้าว่าพี่เสวี่ยหลงก็พอ" "ได้เจ้าค่ะพี่เสวี่ยหลง " ฟางไห่เย่ยิ้มให้กับเสวี่ยหลงอย่างน่าตรึงตาของเขา "ดี! ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องกลับแล้ว ต้องไปโรงดาบอีก ไม่ต้องส่งข้า ขอตัวก็แล้วกันนะไห่เย่" " ขอบคุณพี่เสวี่ยหลงเจ้าค่ะ " ฟางไห่เย่ยิ้มน้อยคารวะเมิ่งเสวียหลง ที่กำลังจะเดินออกไป วันนี้เขาอิ่มเอมใจที่ฟางไห่เย่ยังไม่ปฏิเสธเขา ใครว่านางเจ้าอารมณ์ นางช่างมีเหตุผลและดูมีมารยาทมาก เห็นทีคำที่ทุกคนกล่าวอ้างคงเป็นแค่คำครหา อีกอย่างตอนนี้จิตใจของเขาเต้นระรัวเสียงดังดั่งกลองศึก นางช่างสวยงามเพรียบพร้อมเสียจริงเมิ่งเสวี่ยหลงกำลังจะเดินออกไป อยู่ดีๆเขาก็หันกลับมา "อ้อ ไห่เย่ อีกสามวันจะถึงเทศกาลดอกบุพผางาม หากเจ้าอยากจะไปข้าจะมารับได้หรือไม่" "งานเทศกาลดอกบุพผา " รอยยิ้มยิ้มออกมาอย่างดีใจ สมัยโบราณแบบนี้มีเทศกาลด้วยหรือ " ได้ เจ้าค่ะ ข้าไปเจ้าค่ะ ข้าอยากไป " "ได้ ! ถ้าเช่นนั้นข้าจะมารับเจ้า แล้วเราจะไปเที่ยวด้วยกัน เจ้าสัญญาแล้วนะ" เมิ่งเสวี่ยหลงยิ้มออกมา แล้วเดินออกไป " งานเทศกาลบุพผางาม เป็นงานเทศกาลของดอกไม้ มีดอกมายมากมายนานาพันธ์ุจากเมืองต่างๆของแคว้น อีกทั้งยังมีอาหารที่ทำจากดอกไม้ มีการวาดภาพดอกไม้ และมีการประกวดยอดหญิงบุพผางาม ไห่เย่อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆเสียจริง 'พี่เสวี่ยหลง ท่านช่างใจดีกับข้าเสียยิ่งนัก ข้าจะเที่ยวให้แหลกไปเลยงานนี้ ' ฟางไห่เย่คิดในใจ อย่างน้อย นางก็ยังได้มีความสุขในแบบของนางบ้าง นางอยากดูการจัดงานในสมัยโบราณแท้ๆแบบนี้เร็วๆ ถ้าเป็นโลกของนางในอนาคต ป่านนี้ คงไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ใด ต้องคอยคิดโปรเจ็คงานต่างๆให้กับเจ้านาย วันๆทำงานจนแทบตัวเป็นเกลียว โอกาสจะเที่ยวสักครั้งแทบจะไม่มี ฟางไห่เย่ยิ้มออกมา แล้วกำลังเดินกลับห้องของนางไปตามทางเดินของจวน ในใจก็เหม่อลอยถึงงานเทศกาลบุพผา จนไม่ได้มองทาง อยู่ๆนางก็ชนกับคนคนหนึ่งเข้าอย่างจังโดยที่นางนั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว "โอ้ยย! " ฟางไห่เย่จะล้มลง แต่อยู่ๆก็มีมือมือหนึ่งดึงนางเข้ามาพยุงไว้ ทำให้นางนั้นถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของคนคนหนึ่ง ฟางไห่เย่รีบดันตัวออกมา สายตาของนางที่มองขึ้นไป มองหน้าชายคนนั้น กลับเป็นตงอี้เทียน เขามาหาบิดาของนางเรื่องราชการ ทั้งคู่ชะงัก และมองหน้ากัน ฟางไห่เย่รู้สึกตัวไว นางจึงผลักเขาออก "คุณหนูฟาง ทางเดินบ้านของเจ้าก็ออกจะกว้างขวาง เหตุใด เจ้าจึงจงใจเดินเข้ามาชนข้า " ตงอี้เทียนโน้มหน้าเข้าไปไกล้ๆนาง แล้วกระซิบพูดกับนาง "หรือเจ้าอยากจะอยู่ใกล้ๆข้า ก็เลยแสร้งเดินมาชนข้า งั้นรึ ไม่ว่าจะมาไม้ไหน ข้าก็มิอาจจะสนใจเจ้าได้ เพราะข้านั้น เกลียดเจ้ายิ่งนัก!" "ฮึ! ข้าต้องขอ อภัยท่านองครักษ์ตงด้วย ข้ามิทันมองก็เลยมองไม่เห็นท่าน หรืออาจจะเป็นเพราะ ท่านไม่ได้อยู่ในสายตาข้า ข้าฟางไห่เย่ต้องขออภัย ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ" ฟางไห่เย่เดินออกไปทันที ทำให้ตงอี้เทียนนึกโมโหกับคำพูดของนาง เขาไม่อยู่ในสายตานางแล้ว ใครล่ะที่จะอยู่ในสายตานางได้ "ฮึ! ช่างน่าขันยิ่งนัก " จบตอนที่10 _________________________
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD