ภาพพิธีกรสาวจากรายการข่าวชื่อดังได้ถูกฉายขึ้นบนจอ LCD ขนาดใหญ่บนตึกสูงท่ามกลางย่านช้อปปิ้งสตรีทใจกลางกรุงเทพฯ ผู้คนที่กำลังช้อปปิ้งกันอยู่ต่างก็หยุดดูภาพบนจอนั้นด้วยความสนใจ
[เหล่าคนบันเทิงและแฟนคลับต่างก็ร่วมไว้อาลัยให้กับคุณเมษาหรือเอพริลวง Phoenix (ฟีนิกซ์) ร็อคสตาร์สาวขวัญใจชาวไทยที่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนเวทีระหว่างทำการแสดงคอนเสิร์ตเมื่อเย็นวานนี้ถือเป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงบ้านเรา เมื่อต้องสูญเสียนักร้องนักดนตรีที่มากความสามารถอย่างคุณเอพริลไป โดยทางค่ายต้นสังกัดจะมีการจัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อร่วมไว้อาลัยให้กับเธอเป็นครั้งสุดท้ายเร็วๆนี้ และสำหรับข่าวที่สองในวันนี้ยังคงเป็นข่าวบันเทิงค่ะ เมื่อเช้านี้ต้นสังกัดของน้องไอรีนวง FRIDAY ได้อัพเดตอาการป่วยหลังจากได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งอาการของน้องยังไม่พ้นขีดอันตราย...]
แคนดี้ประธานบริษัทค่ายเพลงน้องใหม่อย่าง ไกอา
เอนเตอร์เทนเมนท์ปิดแท็บเล็ตในมือก่อนจะนั่งเอนตัวลงพนักเก้าอี้แล้วนวดขมับด้วยความปวดหัว จะไม่ให้เธอปวดหัวได้อย่างไรกันในเมื่อนักร้องในสังกัดเพิ่งจะมีข่าวฉาวทำให้วงที่เพิ่งเดบิวต์จะร่วงอยู่รอมร่อ ยังไม่ทันได้เฉิดฉายก็มีแววจะล่มก่อนเสียแล้ว แม้ว่ากระแสในโลกโซเชียลจะเบาลงบ้างแล้วเพราะมีข่าวของเอพริลมากลบไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอดีใจขึ้นมาได้หรอก
จู่ๆเลขาของเธอที่ชื่อว่า ‘ใบเตย’ กะเทยร่างใหญ่ก็เปิดประตูเข้าห้องมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
“เจ๊แคนแย่แล้วค่ะ! น้องไอรีนดูท่าจะไม่ไหวแล้ว”
“อะไรนะ!” แคนดี้กระเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้รู้สึกเหมือนว่าตัวเองหน้ามืดจะเป็นลม โชคดีที่นังใบเตยมันรับตัวเธอไว้ได้ทัน
“ว้าย เจ๊ ทำใจดีๆไว้ก่อน น้องอาจจะรอดก็ได้แค่ต้องรอปาฏิหาริย์” ใบเตยรีบพาเจ้านายไปนั่งพักแล้วรีบหายาดมมาให้อีกฝ่าย
แคนดี้อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก เธอทุ่มเทกับวง FRIDAY เอาไว้มาก ออกซิงเกิ้ลแรกไม่ปังก็ยังจะออกซิงเกิ้ลใหม่อีกครั้ง แต่ทว่ายัยไอรีน main vocal[1] กลับถูกขุดประวัติและถูกแฉภาพตอนที่นางสูบบุหรี่ตอนม.ต้นขึ้นมาจนได้ ข่าวฉาวนั้นและ
คอมเม้นต์แย่ๆทำให้ยัยไอรีนที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วตัดสินใจกรีดข้อมือตัวเอง กว่าที่ยัยแอนนี่ผู้จัดการวงไปเจอก็ช้าไปเสียแล้ว
ให้รอปาฏิหาริย์อย่างนั้นน่ะเหรอ?
ตายแน่ๆ...ค่ายเพลงที่เพิ่งจะก่อตั้งได้ไม่กี่เดือนของเธอจะต้องเจ๊งแน่ๆ
ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวในบริเวณพื้นที่โล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา มีผู้คนมากมายในชุดสีขาวยืนต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบเพื่อข้ามสะพานหินโบราณไปยังอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำสีน้ำตาลแดงดูน่ากลัว
‘เมษา’ เองก็เช่นกันหลังจากที่ตายไปแล้ว วิญญาณของเธอก็ถูกดูดมาที่แห่งนี้เพื่อเข้าคิวรอข้ามสะพาน ถ้าให้เดานะสะพานที่ว่านั่นก็คงจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำลืมเลือนก็อาจจะเป็นได้ เธอดูซี่รี่ย์จีนมาเยอะมันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
แล้วถ้าหากท่านยมบาลถามว่าเธอเป็นอะไรตาย พอฟังสิ่งที่เธอพูดแล้วท่านคงจะต้องมองเธออย่างน่าสงสารมากแน่ๆ จะมีใครบ้างที่ร้องเพลงเล่นคอนเสิร์ตอยู่ดีๆ สปอร์ตไลท์ด้านบนก็หล่นใส่หัวเข้าอย่างจัง เธอตายในหน้าที่ต่อหน้าแฟนเพลงนับหมื่นกว่าคนที่ช็อกกันไปตามๆกัน
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะอายุสั้นขนาดนี้ อายุแค่ ‘30’ ก็ต้องมาตายเสียแล้ว ทั้งๆที่เพิ่งจะแต่งงานไปได้ไม่กี่เดือนเองแท้ๆ ในขณะที่เธอยังคงยืนต่อแถวด้วยความอาลัยอาวรณ์ชีวิตเก่าอยู่นั้น จู่ๆข้อมือของเธอก็ถูกจับไว้แน่นพร้อมกับมีแรงกระชากดึงเธอออกจากแถว ยังไม่ทันที่จะตะโกนด่า ภาพของเด็กสาวตรงหน้าก็ทำให้เธอด่าไม่ลง...ก็น้องหน้าตาน่ารักราวกับนางฟ้าขนาดนี้ เธอจะกล้าว่าน้องเขาได้อย่างไรกัน
ในขณะที่เธอยังคงยืนอึ้งในความสวยน่ารักของน้องเขา อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ใช่พี่เอพริลรึเปล่าคะ”
“น้องรู้จักพี่ด้วยเหรอ” เมษาทำหน้าเหลอหลามองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง ไม่คิดเลยว่าจะได้มาแจกลายเซ็นต์ให้กับแฟนคลับในโลกหลังความตายแบบนี้
น้องพยักหน้ารับแล้วเอ่ย “พี่ช่วยอะไรหนูอย่างหนึ่งได้ไหมคะ”
“ได้สิ บอกมาได้เลย” เมษาตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ เธอไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว เดี๋ยวพอข้ามสะพานข้างหน้านี่ไป เธอก็น่าจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว
“พี่ช่วยมีชีวิตต่อไปแล้วทำให้ฝันของหนูเป็นจริงได้ไหมคะ” จู่ๆน้องสาวตรงหน้าก็เอ่ยพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“พี่ตายไปแล้ว จะช่วยน้องได้ยังไง” การที่น้องเขาอยู่ที่นี่ด้วยกัน อีกฝ่ายก็น่าจะตายเหมือนกันไม่ใช่หรือไง
น้องสาวส่ายหน้าพร้อมกับกุมมือเธอเอาไว้ “มีวิธีค่ะ ถ้าพี่อยากมีชีวิตต่อไปแต่พี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะช่วยหนู”
“อ่ะๆ สัญญาก็ได้” ใครจะไม่อยากมีชีวิตต่อไปล่ะ พอเมษาตอบตกลงน้องสาวคนนั้นก็ระบายยิ้มออกมาซึ่งเป็นรอยยิ้มที่สวยมากๆ เธอขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจเมื่อกี้นี้น้องเขายังทำหน้าอมทุกข์อยู่เลย
สาวน้อยคนสวยถอดกำไลข้อมือของตัวเองออกแล้วจัดการสับเปลี่ยนกับกำไลของเมษา กำไลที่ว่านี้เป็นคนละสีของเธอสีขาวส่วนของน้องเขาเป็นสีฟ้า ดูเหมือนว่ากำไลอันนี้มันน่าจะใช้ระบุตัวตนอะไรทำนองนั้นซึ่งเธอก็เดามั่วไปงั้นแหละ
“เฮ้ย นี่น้องทำอะไร...” เมษามองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ นี่ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?
“พี่คะ...ได้โปรดใช้ชีวิตของหนูให้ดี ลบล้างความผิดให้กับหนูด้วย ฝากบอกคุณพ่อว่าหนูเสียใจจริงๆกับทุกเรื่องที่ทำลงไป แล้วก็ช่วยทำให้หนูเป็นนักร้องอย่างที่เคยฝันไว้ให้ได้นะคะ หนูอ่อนแอเกินกว่าที่จะอยู่ต่อไป พี่ต้องช่วยหนูนะคะ อย่างน้อยก็ช่วยบอกกับพ่อว่าหนูรักพ่อมาก”
“เดี๋ยวสิ! กลับมาก่อน...” เมษาเอ่ยพร้อมกับจะวิ่งตามน้องสาวคนนั้นไปแต่เธอกลับถูกยมทูตหน้าหล่อคว้าแขนเอาไว้ซึ่งไม่รู้ว่าเขาโผล่มาตอนไหน
“กรุณากลับไปกับผมด้วยครับ ถ้าช้ากว่านี้คุณจะกลับไปไม่ได้แล้วนะครับ” ยมทูตหน้านิ่งเอ่ยเสียงขรึม เมื่อครู่นี้เขาเผลอครู่เดียว วิญญาณที่จะต้องพากลับไปยังโลกมนุษย์ดันหายไปหนึ่งดวง กว่าจะตามหาเจอก็แทบแย่
“เดี๋ยวๆ ฉันไม่ใช่...เฮ้ย!” เมษาตกใจจนร้องเสียงหลงเมื่อวิญญาณของเธอถูกดูดไปกับท่านยมทูตสุดหล่อคนนั้นไปเสียแล้ว เธอรีบหันกลับไปมองสาวน้อยแปลกหน้าที่อยู่ในแถวรอข้ามสะพาน อีกฝ่ายยิ้มกว้างให้กับเธออย่างสวยงามราวกับได้ละทิ้งทุกอย่างเอาไว้แล้วจึงไปได้อย่างสบายใจ
เมื่อมาคิดย้อนดูแล้ว เมษาก็หน้านิ่วคิ้วขมวดพลางคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...ทำไมน้องเขาถึงไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปล่ะ?
“ตามแสงสว่างนั่นไป แล้วคุณจะกลับเข้าร่างเอง”
“เอ๋...แต่ว่าฉัน...”
“ไปได้แล้วครับ มัวแต่โอ้เอ้เดี๋ยวก็ได้ตายจริงๆ” ยมทูตหน้าหล่อไม่พูดเปล่าแต่เขาผลักหลังเธออย่างแรงจนทำให้เธอเสียหลักเผลอก้าวเข้าไปยังแสงสว่างสีขาวนั่นอย่างจัง
“นี่คุณ...เข้าใจผิดแล้ว อร๊าย...” เมื่อเท้าแตะไปโดนแสงที่ว่านั่นเธอก็ถูกดูดเข้าไปราวกับตกอยู่ในพายุหมุนเสียงกรีดร้องของเธอจึงดังก้องออกมาแบบนั้น
ยมทูตหนุ่มเกาหัวด้วยความงุนงง เข้าใจอะไรผิดกัน? ด้วยความที่สงสัยเขาจึงเปิดดูแท็บเล็ตชะตาของดวงวิญญาณเมื่อครู่นี้ ก่อนจะอุทานเสียงดังพร้อมกับทำหน้าเลิ่กลั่กขีดสุด หมดมาดยมทูตหน้านิ่งแสนเคร่งขรึมไปทันที
“เวรแล้ว...นี่เขาส่งคนไปผิดคนหรือนี่?”
รูปภาพในแท็บเล็ตต่างจากรูปร่างหน้าตาของดวงวิญญาณเมื่อกี้นี้อย่างลิบลับ คาดว่าจะต้องมีการสลับกำไลชะตาชีวิตกันแน่ๆ หากจะตรวจสอบอย่างชัดเจนจริงๆเขาก็ต้องกลับไปยังแม่น้ำลืมเลือนอีกครั้ง แต่ว่าป่านนี้แล้วดวงวิญญาณอีกดวงที่สลับชะตาชีวิตกันคงจะเดินข้ามสะพานลืมเลือนไปแล้วแน่ๆ
เขายกมือตีหน้าผากพร้อมกับก่นด่าตัวเองไปด้วยเพราะความสะเพร่าแท้ๆเขาถึงได้ทำงานพลาด นี่ถ้าท่านยมบาลรู้เรื่องนี้เข้า เขาต้องตายซ้ำสองแน่ๆ...ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับไว้กับเขาไปตลอดชีวิต
ภายในห้อง ICU แพทย์กำลังถอดใจกับการยื้อชีวิตของไอรีนให้กลับคืนมา เสียงเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าไอดอลสาวจากไปแล้ว สุดท้ายแล้วปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริง...เธอได้รับการรักษาช้าเกินไป
ในขณะที่แพทย์เจ้าของไข้กำลังจะประกาศเวลาเสียชีวิต เสียงสัญญาณชีพจากเครื่องวัดชีพจรก็ดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาแพทย์และพยาบาลในห้องต่างก็มองหน้ากันพร้อมกับขนลุกซู่
“เอ่อ...คุณหมอ...” พยาบาลสาวเอ่ยเสียงสั่น
แพทย์หนุ่มฟังเสียงหัวใจของคนไข้ผ่านหูฟัง คิ้วหนาของเขาขมวดเป็นปม เมื่อกี้นี้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วแท้ๆ
“เฮ้ย!” เสียงร้องตกใจของหมอเจ้าของไข้ดังขึ้นด้วยความตกใจเพราะจู่ๆคนที่ตายไปแล้วดันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหน้าตาเฉย
เมษาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความงุนงง เธอมองไปรอบๆตัวก็เห็นหมอกับพยาบาลทำหน้าตกใจราวกับเห็นผี เธอเลยลองหยิกตัวเองดูแล้วก็พบว่ามันเจ็บจริงๆ...สรุปเธอแค่ฝันไปหรือว่าตายไปจริงๆ?
“คุณไอรีน...ให้ผมตรวจดูอีกสักครั้งนะครับ” เป็นหมอมาเกือบสิบปีแล้วยังไม่เคยเจอเคสไหนแปลกประหลาดเท่านี้มาก่อน ทั้งๆที่อาการโคม่าแท้ๆต่อให้รอดก็อาจจะได้นอนเป็นผัก แล้วนี่ดูสิ...เด็กสาวตรงหน้าเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ไอรีน?” เมษาหันขวับไปหาคุณหมอด้วยความงุนงง
“ครับ คุณไอรีน”
“คุณหมอมีกระจกไหมคะ”
แม้คุณหมอจะทำหน้างงแต่พี่พยาบาลก็เดินไปหยิบกระจกมาให้เธอ เมื่อเธอได้เห็นหน้าตัวเองเป็นครั้งแรก คำแรกที่ได้เอ่ยออกมาก็คือ
“เหี้ย!”
นี่ฉันมาเกิดใหม่ในร่างของน้องสาวคนสวยคนนั้นไปแล้ว!
[1] นักร้องหลักของวง