โลกมันกลม

2425 Words
6 โลกมันกลม ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าบอกเวลาเก้าโมงเช้า เรือนร่างระหงที่นอนหลับเหมือนตายค่อย ๆ ขยับเปลือกตา มือเรียวควานหาโทรศัพท์เป็นอย่างแรก แตงกวา : ปุ้น โอเคไหม ส้มหวาน : แกคงจะเหนื่อยมาก กอด กอด กอดน้า มีอะไรให้ช่วยบอกเลยนะไม่ต้องเกรงใจ อรุณ : พวกเราซัปพอร์ตปุ้นเต็มร้อยส่งกำลังใจให้ล้าน ๆ ดวงจ้า แตงกวา : สู้นะแก ดีขึ้นเมื่อไหร่ส่งข่าวด้วย รักแกเป็นห่วงแกนะ อ่านข้อความจากเมื่อคืนเสร็จข้าวปุ้นก็รีบพิมพ์ตอบ (“ขอโทษที่ตอบช้าเมื่อวานร่างแหลกมาก ขอบใจทุกคนมากเลยจ้า แตงกวาโอเคไหม ปุ้นมัวแต่งงไม่ได้ถามเลย”) แต่ละคนคงห่วงเธอมาก เพราะข้อความส่งไปเพียงไม่ถึงนาทีเหล่าเดอะแก๊งก็ตอบกลับ แตงกวา : มอร์นิงปุ้น เราโอเคกะอีแค่ใบเตือนจาก คนบ้า จิ๊บจ๊อยมาก เจอกันเปล่า ไม่นานนักข้อความสองสาวก็เด้งบนหน้าจอ อรุณ : อรุณสวัสดิ์ชาวโลก ปุ้นดีขึ้นแล้วยัง อรุณว่างจ้า ไปร้านบัวกลางบึงกันป้ะ ส้มหวาน : ฉันก็ว่าง คนตัวเล็กนิ่งไปชั่วครู่ คิดว่าการไปนั่งทอดอารมณ์กับดอกบัวหลากสีที่ร้านกับกินอาหารอร่อย ๆ ในราคาที่เหมาะสมและพูดคุยกับคนรู้ใจ ก็น่าจะดีกว่าการนอนคิดถึงแต่เรื่องเก่า ๆ ถอดถอนใจไปก็เท่านั้นเพราะคิดอย่างไรเธอก็คิดไม่ออกว่าจะเริ่มแก้มันจากตรงไหนก่อน เธอยอมรับว่าผิดสัญญาแล้วเขาล่ะเป็นแฟนของเธอ คนเราถ้ารักกันจริงแฟนหายไปเสียขนาดนี้มันต้องโทรหากันสิ นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้แคร์เธอเลย ข้าวปุ้น : ได้สิ กี่โมง แตงกวา : สิบเอ็ดโมงเจอกันบ้านปุ้น อรุณ : แตงกวาไม่ใช่อยากไปหาพี่ข้าวโอ๊ตเหรอ คนถูกทักรู้สึกร้อนบนกรอบหน้า ปลายนิ้วเรียวกดส่งสติกเกอร์หมีทำท่าเขินอาย ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบว่า (“ไม่ ฉันคิดถึงพี่เทพมากกว่า”) ส้มหวานนอนขำอยู่คนเดียวที่สองสาวเป็นพวกไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ก่อนจะกดส่งสติกเกอร์หญิงสาวมีข้อความว่า ‘OK’ อรุณหน้าแดงระเรื่อกดส่งสติกเกอร์หมีกอดหัวใจสีแดง ราวสิบโมงครึ่ง เป็นที่รู้กันว่าถึงพี่ชายของข้าวปุ้นจะไม่ว่างไปส่ง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนพื้นที่อย่างเดอะแก๊ง ส้มนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของแตงกวา เพราะบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน ส่วนอรุณจอดรถรอสองสาวตรงสามแยกก่อนที่จะเข้ามาในดงของตำรวจ ด้วยว่าเขินอายเกินกว่าจะเดินเฉิดฉายอยู่คนเดียวในหมู่ของชายโสด แม้เธอจะเป็นสาวอวบระยะสุดท้าย แต่ก็มั่นใจว่าตัวเองน่ารักพอที่จะทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้างบ้านของพี่ข้าวโอ๊ตมองมาที่เธอบ้าง ไม่นานนักรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟสองคันก็เทียบจอดตรงลานจอดรถของแฟลตตำรวจ แตงกวาถอดหมวกกันน็อก รีบยื่นหน้าใกล้กระจกรถเพื่อจัดแต่งทรงผมพร้อมกับเช็กความเรียบร้อยบนใบหน้า เฉกเช่นอรุณกับส้มที่รีบควักกระจกส่วนตัวออกจากกระเป๋าสะพาย สามสาวคว้าลิปสติกวาดขอบปากพร้อม ๆ กัน ดูแล้วช่างเป็นภาพที่น่าขบขันสำหรับพวกหนุ่ม ๆ แต่สำหรับสามสาวแล้วกลับคิดว่าอุตส่าห์มาเหยียบแหล่งหนุ่มโสดทั้งทีพวกเธอต้องสวยที่สุด ใครบ้างไม่อยากควงคนในเครื่องแบบเล่า เท่จะตาย! สามสาวเดินตรงไปยังบ้านของเพื่อนสาวโดยมีข้าวปุ้นนั่งรออยู่ในบ้าน ปกติถ้าพี่ข้าวโอ๊ตไม่อยู่ข้าวปุ้นจะออกไปยืนรอเพื่อนที่ลานจอดรถ เพราะรู้ว่าแตงกวาสนใจในตัวของพี่ชายเธอเลยอยากเป็นสะพานรักให้พวกเขาได้คุยกันบ้าง ขานั้นทำแต่งาน วุ่นแต่ดูแลประชาชนจนลืมดูแลหัวใจของตัวเอง แน่นอนว่าเธออยากได้แตงกวามาเป็นพี่สะใภ้ ทว่าเรื่องของความรักต้องเป็นเจ้าตัวเท่านั้นที่ตัดสินใจเอาเอง “สวัสดีค่ะพี่ข้าวโอ๊ต” สามสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกันขณะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “สวัสดีครับทุกคน มาเข้ามาในบ้านก่อน” ส้มกระทุ้งเอวแตงกวาที่เขินอายจนเสียอาการ ด้วยว่าพี่ชายของเพื่อนเป็นผู้ชายลักษณะดี สะอาดสะอ้าน ร่างกายบึกบึน สมส่วนชายไทย ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดีไปหมด ส่วนหน้าตาจัดว่าหล่อ ไม่รู้ว่าบ้านนี้ทำบุญมาด้วยอะไรถึงได้หล่อได้สวยไม่แบ่งให้ใครเลย อรุณยกมือไหว้เสร็จก็ส่งสายตาเศร้าหมองมองไปยังประตูบ้านที่อยู่ด้านข้างที่ปิดสนิท ข้าวปุ้นเลยเอ่ยถาม “พี่เทพจะตามไปจริงหรือเปล่าพี่โอ๊ต” “เห็นมันว่าอย่างนั้นนะ ขอโทษจริง ๆ อรุณมันต้องเข้าเวร” “อุ๊ยไม่เป็นไรเลยค่ะ” คนตอบยิ้มแก้มปริด้วยใบหน้าแดงก่ำ รู้สึกเขินอายจนอยากจะกระแทกหัวกับขอบประตู อุตส่าห์เป็นเสือซุ่มคอยมองเหยื่ออันโอชะหลังพุ่มไม้ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้ความคิดของเธอไปหมด “งั้นเราไปกันเลยไหม” “ค่ะ” สี่เสียงตอบรับอย่างแข็งขัน ไม่นานนักสี่สาวก็อยู่ในรถเก๋งมือสองคันเล็ก ภายในรถเงียบสงัดจนคนขับรถต้องเริ่มพูดก่อน “ขอบใจน้อง ๆ มากนะครับที่พาข้าวปุ้นเที่ยว ที่ทำงานไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” “ไม่มีค่ะแค่ช่วงนี้เปลี่ยนหัวหน้าเลยพากันปรับตัวอยู่ ใช่ไหมพวกเรา” เสียงตอบไวกว่าแสงดังมาจากคนที่นั่งข้างคนขับรถ คนที่ร้อนตัวสุดรีบเอี้ยวตัวไปทางเบาะหลังรถ ฉีกยิ้มกว้างส่งให้เพื่อนสาวทั้งสามคน แตงกวาคันปากยุบยิบ ส้มจ้องเขม็งบนใบหน้าของแม่นางฟ้า ส่วนอรุณเอามือปิดปากกั้นตัวขี้ฟ้องเอาไว้ ทั้งสามคนถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกันก่อนจะเสมองความเขียวขจีนอกรถ ในเมื่อเจ้าตัวไม่เดือดร้อน ไม่อยากให้พูดถึง หรือจะมีเหตุผลอื่นอันใด พวกเธอจำต้องเคารพความรู้สึกของข้าวปุ้น เพียงครึ่งชั่วโมงสารถีก็เลี้ยวรถจากถนนหลักเข้าสู่ ทางแคบแค่พอให้รถสองคันสวนกันได้ ตรงหน้าคือลานกว้าง ถัดไปเป็นบึงขนาดใหญ่ที่มีดอกบัวหลากสีกำลังชูช่ออย่างงดงาม พอเครื่องยนต์ดับปุ๊บประตูด้านหลังก็ถูกเปิดปั๊บ ความเป็นสุภาพบุรุษของคนตัวโตนี่แหละที่ทำให้แตงกวาหลงรัก “กินข้าวเสร็จแล้วส่งข้อความหาพี่นะ ถ้าติดงานเดี๋ยวจะส่งลูกน้องมารับ” เสียงบอกทำให้แตงกวาใจหายเล็กน้อย แต่เธอก็เข้าใจในหน้าที่ว่าเขาทำงานเพื่อประชาชน จึงไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แตงกวาแกล้งทำหน้าเศร้า กะพริบตาปริบ ๆ พร้อมส่งเสียงอ้อน “แตงกวาอกหักใช่ไหมพี่ข้าวโอ๊ต” คนตัวโตส่งเสียงหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยตามตรง “ไม่หรอกครับ พี่อยากกินข้าวด้วยแหละแต่งานล้นมือ จริง ๆ คราวหน้านะครับ” “พี่ข้าวโอ๊ตกลับต้องส่งตัวแทนมานะคะ อรุณงอนแล้วนะ” เสียงพูดทีเล่นทีจริง “งั้นพี่ส่งไอ้เทพมาก็แล้วกัน” “ว้ายพี่ข้าวโอ๊ตอะ พูดอะไรคะอรุณอายนะเนี่ย” ใบหน้าแดงดั่งลูกเชอร์รีถูกปิดด้วยฝ่ามืออวบอิ่ม รูปร่างกลมคล้ายโอ่งมังกรขนาดเล็กยืนบิดไปบิดมา อาการเขินอายของอรุณทำให้ผู้กองหนุ่มพรายยิ้มไปกับความน่ารัก จึงไม่แปลกใจที่เพื่อนของเขาจะสนใจ ส่วนตัวเขาเองไม่ได้รังเกียจแตงกวา ทว่าด้วยตำแหน่งและภาระทำให้เขาต้องคิดให้ดี หากเขามั่นคงกว่านี้ก็มายากที่จะเปิดใจ รอยยิ้มหวานชื่นปรากฏบนกรอบหน้าของทุกคน ทว่ามีเพียงข้าวปุ้นที่จู่ ๆ ก็รู้สึกเข่าอ่อนจนยืนแทบไม่ไหว ขณะจับจ้องรถเอสยูวีคันหรูที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักเทียบจอดอยู่ไม่ไกล คนที่พึ่งก้าวขาออกมาจากในรถเป็นชายร่างสูงดูคุ้นตา แม้จะสวมใส่ชุดลำลองในวันสบาย ๆ แต่เขาก็ดูโดดเด่นเกินกว่าที่เธอจะละสายตา ตามมาด้วยหญิงสาวร่างสูงโปร่ง ทรวดทรงองค์เอวสะดุดตาจนตำรวจท้องที่เพ่งมองอย่างสนใจ จากนั้นข้าวโอ๊ตก็หันกลับมามองใบหน้าของสาว ๆ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังผู้มาใหม่ ทว่าสิ่งที่กวนใจมากที่สุดคงไม่พ้นแววตาสั่นระริกบนใบหน้าซีดเผือดของน้องสาวตัวเอง จึงรีบส่งเสียงถาม “ปุ้น ข้าวปุ้นไม่สบายหรือเปล่า” เสียงของพี่ชายดังพอที่จะเรียกสติของเธอคืนมา คนตัวเล็กรีบตอบ “ฮื่อ! อ๋อ ไม่เป็นค่ะพี่โอ๊ตแดดมันจ้าเลยรู้สึกหน้ามืดน่ะค่ะ” ทุกคนแหงนหน้ามองฟ้า เห็นหมอกหนาจนหาดวงตะวันไม่เจอ ส้มตัดใจจากการค้นหาแสงของพระอาทิตย์ เพราะมี บางสิ่งที่น่าสนใจกว่า เธอรีบเพ่งมองไปยังคู่รักอีกครั้ง ด้วยว่ามีความจำเป็นเลิศ จึงเอ่ยเสียงดัง “ว่าแล้วเชียวถึงเปรี้ยวได้เบอร์แรง แม่งเป็นแฟนกับ คุณข้าวเม่านี่เอง” “เออว่ะ นั่นมันคุณข้าวเม่าจริง ๆ ด้วย ทรงหยิ่งไม่ยอมคนแถบนี้มีคนเดียว อื้อฮือไม่เห็นตั้งหลายปีนมโตขึ้นเยอะเลย” อรุณแบะปากใส่คู่รักฝากโน้นอย่างหมั่นไส้ คนที่เข่าทรุดก่อนหน้านั้นอดสงสัยไม่ได้ที่เพื่อนของเธอรู้จักแฟนใหม่ของพี่เขา จึงเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง “รู้จักกันด้วยเหรอ” อรุณได้แต่อ้าปากค้าง เพราะแตงกวาพูดตัดหน้าเสียก่อน “น้องข้าวเม่าเป็นลูกคุณสมศักดิ์ โชคอนันต์น่ะปุ้น กลิ่นสาบควายแถบนี้มันคงแรงละมั้ง น้องเลยไม่ค่อยได้โผล่หน้ามาให้เห็นนัก กี่ปีแล้ววะส้ม” ขณะที่ส้มกำลังนึกหาคำตอบอยู่คนที่ไม่อยากรับรู้ก็รีบพูดตัดบท “พี่โอ๊ตไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวจะสายนะ ปะพวกเราไป กันเถอะ” แม้หัวใจของเธอจะวูบหวิวไม่เป็นสุข แต่ก็พยายามปรับน้ำเสียงให้นิ่ง ข้าวปุ้นยิ้มออกไปทั้งที่รู้ตัวว่ามันเป็นยิ้มที่เจื่อนสุด ก่อนจะรีบหันหลังซ่อนแววตาเศร้า สามสาวใช้หางตามองไปยังคู่รักที่ยืนชมนกชมไม้อย่างมีความสุข แม้จะเห็นไอ้ตัวป่วน บ้าอำนาจมองมา แต่พวกเธอก็เลือกที่จะสะบัดบ๊อบใส่ “ไม่ใช่ที่ทำงานโว้ยกูไม่ทัก” เมื่อเจ้าแม่ขาชนเอ่ยเสียงดังสองเกลอก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ “เฟียสมากแม่! กิ้ฟท์ มี ไฟ้ว์” อรุณถูกใจมากที่แตงกวาตัดสินใจอย่างนั้น รีบยกมือขึ้นแปะกับมือของส้ม “พี่ต้นกล้าคะร้านนี้แหละที่เขาลือกันว่าบรรยากาศดี อาหารอร่อย ได้ลงหนังสือด้วยนะคะ” เสียงพูดหวานขณะกระชับกอดแขนของคนตัวโต ข้าวเม่าให้ท่าต่อด้วยการถูไถความอวบอิ่มลงบนต้นแขนแกร่ง เธอพรายยิ้มอย่างมีความสุขที่ปกติคนตัวโตจะหวงตัว ทว่าวันนี้อะไร ๆ ก็ง่ายไปหมด สมกับเธอบึ่งรถมาจากกรุงเทพฯ ยกเลิกการถ่ายละครและเลื่อนตารางเดินแบบทันทีที่รู้ว่าเขา มาทำงานในบริษัทของบิดา ขณะเดียวกันด้วยความสงสัยข้าวโอ๊ตจึงชะลอรถ กดปุ่มเปิดหน้าต่าง ก้มหน้าแสร้งทักทายเพราะอยากเห็นใบหน้าของคนที่ทำให้น้องของเขาออกอาการซึมลึก ทว่าเป็นเขาเองที่โดนมนตร์สะกดจากใบหน้างดงามที่ส่งยิ้มมาให้ “มองไรเล่า เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลยนี่” ต้นกล้าสบถงึมงำ รู้สึกหงุดหงิดกับโครงหน้าของศัตรูหัวใจ คิดว่าอีกฝ่ายหล่อแต่ก็ยังหล่อน้อยกว่าเขา แววตาไม่เป็นมิตรปรายตามองเศษเหล็กที่เคลื่อนออกไปจนลับสายตา ปกติเขาไม่ใช่คนดูถูกคน และเขาก็เคารพคนอื่นเหมือนเคารพตัวเองเสมอ แต่เรื่องของหัวใจฆ่าได้แต่หยามกันไม่ได้ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นส่งสายตาพริ้มหวานกับสิ่งที่ได้ยิน ดีใจที่คนตัวโตออกอาการหึงอย่างชัดเจน เลยแกล้งถามอย่างใสซื่อ “อะไรนะคะ พี่ต้นกล้าพูดว่าอะไร น้องข้าวเม่าไม่ได้ยินเลยค่ะ” “ไปค่ะพี่หิวแล้ว” ปากของเขาพูดกับอีกคน ทว่าสายตากลับมองเรือนร่างระหงที่เดินจ้ำอ้าวอยู่บนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปยังกลางบึง เดอะแก๊งได้โต๊ะริมน้ำมีเพียงระเบียงกั้นเพื่อความปลอดภัย นัยน์ตาดำขลับของข้าวปุ้นเสมองไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองภาพคู่รักที่พากันเดินกะหนุงกะหนิง หยุดชี้นก คุยกับปลา พูดภาษาดอกไม้อยู่กลางสะพาน ภาพตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกแน่นในอก คล้ายถูกรถบดขนาดใหญ่วิ่งวนไปวนมา ทางเลือกนี้เธอถูกความเจ็บปวดกัดกินอยู่นาน อุตส่าห์เข้มแข็งขึ้นมาได้ แต่ทำไมนะโชคชะตาถึงกลั่นแกล้งให้เธอต้องมาเห็นตำตา ข้าวปุ้นกัดฟันแน่นเมื่อคนที่ไม่อยากเจอชี้โต๊ะที่อยู่ใกล้กับโต๊ะของเธอ ตั้งแต่นั่งลงอรุณก็ลอบเก็บข้อมูล แตงกวากำมือแน่นเพราะตั้งแต่ได้ใบเตือนเธอก็เกลียดไอ้หัวเน่านั้นเข้ากระดูกดำ ส้มได้แต่ทอดสายตาห่วงใยไปยังข้าวปุ้น คนตัวโตเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ตอนแรกไม่อยากมาแต่ตอนนี้กลับรู้สึกเป็นต่อกับอาการกระอักกระอ่วนที่อีกฝ่ายแสดงออกชัด เขาจึงสรุปเอาเองว่าเธอคงเริ่มรู้สึกเสียดาย ต้นกล้าโอบร่างอรชรแน่นขึ้น เขาเลือกนั่งโต๊ะถัดจากอีกฝ่ายไปสามโต๊ะเพราะต้องการบอกเธอเป็นนัย ๆ ว่าไม่อยากอยู่ใกล้ แต่ก็ไม่อยากนั่งไกลมากจนทำให้เธอไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับข้าวเม่า พอถึงโต๊ะก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเลื่อนเก้าอี้ให้คนตัวเล็ก โดยตั้งใจให้ข้าวเม่านั่งประจันหน้ากับคนรักเก่า ถ้าเขาจำไม่ผิดข้าวเม่ากับยัยตัวแสบนั้นน่าจะรุ่นเดียวกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD