3.1

1132 Words
ในใจของคนพูดเจ็บแปลบกับดอกซากุระของจังหวัดยามานาชิที่ทำให้เธอกับเขาจากกันตลอดกาล ข้าวปุ้นก้มหน้าก้มตากินอาหาร กลอกดวงตาไปมากลั้นน้ำตาเอาไว้ นึกถึงทีไร ใจของเธอก็อ่อนแอจนอยากร้องไห้ไปเสียทุกที ส่วนส้มกับแตงกวาหมกมุ่นอยู่กับการดูรูปดอกซากุระบนจอมือถือ วสุรวบรวมความกล้าถามอย่างจริงจังอีกครั้ง “ถ้าไม่ไปเที่ยวเราคุยกันทางอีเมล แชต หรือโทร. หากันบ้างได้ไหมครับ” “ได้สิคะ เจ้านายไปศึกษางานอยากได้อะไรจากตรงนี้บอกข้าวปุ้นได้เลยค่ะ ปุ้นช่วยเต็มที่อยู่แล้ว” คนฟังส่งยิ้มเจื่อนให้เลขานุการคนสวยที่หลบหลีกเก่งเสมอ เขาคิดต่อว่าหากเริ่มคุยจากเรื่องงานถือว่าเป็นการเริ่มต้น ที่ดี นานวันเข้าเขาอาจมีสิทธิ์ พนักงานราวสิบกว่าคนกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย คนแล้วคนเล่าผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาอวยพรให้กับผู้เดินทางไกล และไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคนจัดงาน “ข้าวปุ้นขอบใจมากนะ วันนี้คงเหนื่อยน่าดู อาหารอร่อยทุกอย่าง เครื่องดื่มหอมหวานชื่นใจ งานออกมาดีมาก เรียบง่ายและอบอุ่น จริงไหมคะคุณวสุ ตอนเก็บโทร. หาเราได้นะเดี๋ยวเรามาช่วย” “อุ๊ย ขอบใจมากจ้า” ข้าวปุ้นยิ้มกว้างกับคนชมไม่สนใจดวงตาแวววาวของเจ้านายที่จ้องมองมา วสุต้องการบันทึกใบหน้างดงามนี้เก็บไว้ในความทรงจำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกหวั่นไหวขณะที่หัวใจ ดวงน้อยก็วูบโหวงไปกับเข็มนาฬิกาบนฝาผนัง ที่บอกว่าเวลา ของเขาใกล้จะหมดลงทุกที จึงล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือ กดเบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งได้รับจากฝ่ายบุคคลเมื่อตอนสายของวันนี้ (“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณเมธานนท์ใกล้ถึงหรือยังครับ”) เสียงถามเพราะปลายสายควรมาถึงตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้วด้วยว่าต้องประชุมส่งต่อโพรเจกต์ที่สำคัญ จากนั้นจะได้แนะนำตัวกับทีมงาน (“อ้อ คุณต้องไปแล้วสิ เดินทางปลอดภัยนะ เดี๋ยวมีอะไรผมโทร. หาแล้วกัน ไม่ต้องห่วง เทคอิทอีซี่ สบาย ๆ น่ะ”) ตื้ด! ตื้ด! ตื้ด… วสุหัวเสียพอสมควรที่คนปลายขาดความรับผิดชอบ เรื่องแค่นี้เขายังทำไม่ได้แล้วจะปกครองคนได้อย่างไร ‘ฮึ พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ’ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คนพวกนี้แหละ ไม่ต้องออกแรงเยอะ สมองกลวงก็ไม่เป็นไร แค่มีแบ็กดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่อย่างนั้นจะได้นั่งเก้าอี้ของเขาได้อย่างไร วสุยิ้มมุมปากเล็กน้อยสมเพชตัวเองที่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็ง ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาพ่นลมหายใจออกสองสามครั้งระบายอารมณ์ขุ่นเคือง และพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยเร็ว “อะแฮ่ม” เสียงกระแอมคอส่งสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องกล่าวลาอย่างเป็นทางการ ทุกคนหยุดพูด ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังบุรุษร่างสูง “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนมากนะครับที่สละเวลามาส่งผม ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ ที่มีให้กัน ทีมเวิร์กจะดีจะแกร่งได้แน่นอนว่าไม่ใช่ผมคนเดียว แต่เป็นพวกคุณ คุณ และคุณ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างหนัก อ้าว! ปรบมือให้กับตัวเองหน่อย” “เย่! เย่! เย่!” เสียงดีใจดังกึกก้องพร้อมเสียงปรบมือ พอเงียบเขาจึงพูดต่อ “ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะพวกคุณจริง ๆ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะครับ” “หัวหน้ารีบไปรีบกลับมานะคะ” “ถ้าไปญี่ปุ่นพวกหนูขอแวะไปหาได้ไหมคะ” “กินซูชิเผื่อพวกเราด้วยค่ะ” “เอาละ ๆ ผมมีเช็กลิสต์ของพวกคุณแล้วรับรองว่าจะทำตามที่ทุกคนต้องการแน่นอน จริง ๆ แล้ววันนี้ นายใหม่จะต้องมาแนะนำตัวให้พวกคุณรู้จัก แต่น่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเลยมาไม่ถึงซะที ยังไงก็แล้วแต่ช่วงที่ผมไม่อยู่ทุกคนต้องเป็นเด็กดีนะ ให้ความร่วมมือกับเจ้านายคนใหม่ด้วย ผมต้องออกเดินทางแล้วคงต้องกล่าวลากันจริง ๆ ซะที แต่งานนี้คงจบไม่ได้ถ้าผมไม่พูดขอบคุณเลขานุการคนสวย ขอบคุณครับข้าวปุ้นที่ทำให้งานนี้ออกมาดีเกินคาด” เสียงปรบมือดังกระหน่ำขณะคนพูดส่งสายตามีความหมายให้กับเจ้าของใบหน้าสีกุหลาบที่ยืนยิ้มอย่างเขินอาย ส้มกับแตงกวายืนขนาบข้างยกศอกกระทุ้งเอวคอดของเพื่อนสาว อรุณอยู่ด้านหลังส่งเสียงกระซิบขณะเคี้ยวอาการตุ้ย ๆ “ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคุณวสุชอบแกวะปุ้น บอกมา! ฉันตกข่าวช่วงไหน” แตงกวากับส้มหันหลังไปพร้อมกัน ส้มมองค้อนใส่คนที่ไม่สนทางโลกนอกจากทางกิน แตงกวาพูดลอดไรฟันเบา ๆ “โอ๊ย เขาอึ๊บกันทางสายตาแล้วหยุดกินสักครู่แล้วมาดูผัวเพื่อนได้ไหมวะ” คนถูกกล่าวถึงรีบปรามเพื่อนด้วยการกระทุ้งกำปั้นใส่ต้นขาของทั้งสองคน แน่นอนว่าอรุณสนใจเรื่องอึ๊บอั๊บกับเขาเหมือนกัน แต่ต่อมเผือกของเธอนั้นดันแบนแต๊ดแต๋เพราะถูกต่อมรับรสกดทับอยู่ สุดท้ายการสั่งลาแบบเป็นทางการก็จบลงด้วยความประทับใจ พนักงานบางส่วนทยอยกลับไปทำงานของตน “ปุ้นครับผมไปแล้วนะดูแลตัวเองด้วย ปีหนึ่งคงไม่นานใช่ไหมที่ปุ้นจะรอ” คนตัวโตกลั้นใจถามอีกครั้งขณะกำมือถือที่สั่นไหว เป็นสายของคนขับรถที่รออยู่ด้านล่างเพื่อส่งเขาไปสนามบิน “หัวหน้าดูแลตัวเองเช่นกันนะคะ กลับมารับตำแหน่งเมื่อไหร่ข้าวปุ้นก็ยังคงทำงานอยู่ตรงนี้ มีอะไรให้ปุ้นช่วยบอกเลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ โชคดีค่ะ เดินทางปลอดภัย” น้ำเสียงอ่อนหวานของเธอกับแววตาคู่สวยที่มองมาด้วยความห่วงใยพร้อมการปฏิเสธอย่างนอบน้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอทำมันมาตลอด นั่นทำให้วสุจำต้องส่งยิ้มลาด้วยแววตาแสนเศร้า เขาเชื่ออยู่เสมอว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น เฉกเช่นเขาทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ทุนไปศึกษางานต่อที่ต่างประเทศ ผู้หญิงตรงหน้านี้ก็เช่นกัน ตราบใดที่เธอยังไม่แต่งงานเขาย่อมมีหวัง ในเวลาเดียวกันนั้น ลิฟต์ตัวหนึ่งกำลังลงไปชั้นล่าง ส่วนอีกตัวหนึ่งกำลังขึ้นมาชั้นบน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD