ตอนที่ 4 : ระยะห่าง

966 Words
รถบัสยังคงแล่นไปอย่างราบรื่นเสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงหัวเราะและการพูดคุยของนักเรียน มานิตย์ยืนอยู่หน้ารถพูดเอนเตอร์เทนไม่หยุดบางครั้งก็หยอกล้อกับอาจารย์เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดทาง ไม่นานนักอิงอรก็ลุกจากที่นั่งด้านหลังเดินขึ้นมานั่งแถวหน้า ใกล้กับตำแหน่งที่มานิตย์ยืนอยู่ เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างคุ้นเคยก่อนจะนั่งลงข้าง ๆพูดคุยกันเบา ๆ ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่คนสองคน นิตามองภาพนั้นผ่านกระจกสะท้อน หัวใจค่อย ๆ ถูกบีบแน่นขึ้น ในเงานั้นเธอเผลอจินตนาการว่าคนที่นั่งข้างเขา…คือเธอ ถ้าหากตรงนั้นเป็นฉันคงจะดี แต่เมื่อมองกลับมาที่ความจริงเธอก็ได้แต่บอกตัวเองว่า มันเป็นไปไม่ได้เลย ทั้งที่อยู่บนรถคันเดียวกันเดินทางไปในเส้นทางเดียวกัน แต่ระยะห่างระหว่างเธอกับเขากลับไกลเหลือเกิน “ตา… ไหวไหม” ปัสสนีย์เอ่ยขึ้นเบา ๆ นิตาหันไปยิ้มเป็นรอยยิ้มที่พยายามที่สุด “ไหวสิ แค่นั่งรถนาน ๆ น่ะ” แต่ในความเป็นจริงหัวใจของเธอกำลังอ่อนแรง ทุกครั้งที่เขาหัวเราะทุกครั้งที่อิงอรเอนเข้าใกล้ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างค่อย ๆ กรีดลึกลงไปในความรู้สึก รถจอดพักระหว่างทาง นักเรียนทยอยลงไปยืดเส้นยืดสาย นิตาลงจากรถช้า ๆยืนอยู่ใต้ร่มไม้ปล่อยให้ลมอ่อน ๆ พัดผ่านใบหน้า สายตาเธอหยุดอยู่ที่เดิม มานิตย์ยืนอยู่ไม่ไกลโดยมีอิงอรอยู่ข้าง ๆ รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่เธอรู้จักดี แต่ไม่เคยเป็นของเธอ “พี่มานิตย์กับอิงอรนี่ดูเข้ากันดีเนอะ” เสียงนักเรียนผู้หญิงดังขึ้นไม่ไกล นิตาชะงัก “จริง เหมาะกันดีอะ เห็นอยู่ด้วยกันตลอดเลยช่วงนี้” เธอเงยหน้าขึ้นมอง มานิตย์หัวเราะเอียงตัวเข้าไปฟังอิงอร ใกล้กันจนแทบไม่มีช่องว่าง เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้ม…เหมือนที่เขาเป็นเสมอ แค่นั้นก็พอแล้ว พอให้เธอรู้ว่าในเรื่องราวของเขา ไม่เคยมีเธออยู่ในนั้นเลย นิตาก้มหน้าลง กลั้นน้ำตาเอาไว้ เท้าค่อย ๆ ถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว เหมือนกลัวว่าถ้ายืนอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้เธอจะเผลอหวังอีก “ตา…” ปัสสนีย์ยื่นขวดน้ำให้ “ดื่มหน่อยนะ” “ขอบใจนะ” คำพูดสั้น ๆแต่ความรู้สึกกลับหนักเกินจะอธิบาย นิตารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทัศนศึกษา แต่มันคือการเดินทางเพื่อพิสูจน์หัวใจของตัวเอง และบางที… ทะเลที่กำลังจะไปถึงอาจไม่ใช่แค่จุดหมายของรถบัส แต่อาจเป็นจุดหมายของการบอกลา เธอสูดลมหายใจลึก “พอแล้วนะ…” เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะรักมากเกินไป จนเริ่มกลัวว่าถ้ายังฝืนต่อไปเธออาจไม่เหลือหัวใจให้ตัวเอง นิตาเงยหน้าขึ้นปล่อยให้แสงแดดอ่อน ๆ ตกกระทบใบหน้า หลับตาลงชั่วครู่ เหมือนกำลังเก็บทุกอย่างไว้เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นยังเจ็บอยู่ แต่เริ่มชัดเจนขึ้น ความรักที่ดีไม่ควรทำให้ใครต้องเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว รถบัสออกตัวอีกครั้ง นิตากลับไปนั่งที่เดิมริมหน้าต่างฝั่งซ้าย ดวงตายังแดงนิด ๆ แต่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอไม่ร้องไห้ไม่ฟูมฟาย แค่รู้สึกเหมือนมีบางอย่างค่อย ๆ ถอนรากออกจากหัวใจ ช้า ๆและเจ็บลึก เธอเอื้อมมือไปแตะสร้อยที่คอ ของขวัญจากเขาเมื่อสองปีก่อน “ใส่ไว้สิ จะได้ไม่ลืมพี่” เธอไม่เคยลืม แต่วันนี้เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า การจำกับการควรเก็บไว้ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน รถบัสแล่นต่อไป เข้าใกล้ทะเลเข้าใกล้ความจริง และเข้าใกล้การบอกลา มานิตย์กลับมายืนหน้ารถ พูดต่อหัวเราะต่อ เหมือนทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เขามองผ่านกระจกมองหลัง สายตาหยุดอยู่ที่เดิม ที่นั่งริมหน้าต่างฝั่งซ้าย นิตานั่งอยู่ตรงนั้นหลับตา เหมือนคนที่ไม่อยากเห็นอะไรอีก หัวใจเขากระตุกวูบ “หลับเหรอ…” เขาพึมพำ ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยใส่ใจรายละเอียดแบบนี้เลย อิงอรขยับเข้ามาใกล้พูดอะไรบางอย่าง เขายิ้มพยักหน้า แต่ใจกลับไม่อยู่ตรงนั้น เขารู้สึกแปลก ๆ แปลกตรงที่ วันนี้เธอไม่มองเขาเลย ไม่มองตอนเขาหัวเราะไม่มองตอนทุกคนเฮ ไม่แม้แต่ตอนที่รถจอดพัก เธอแค่ยืนอยู่ห่าง ๆ อย่างสุภาพและชัดเจน “เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า…” คำถามนั้นผุดขึ้นมา ทั้งที่เขาพยายามกดมันลง แต่หัวใจกลับไม่เชื่อ เพราะนิตาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ความเงียบของเธอวันนี้ ไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม มันคือความเงียบที่มีระยะ และเหมือนกำลังปิดประตูบางบาน อย่างช้า ๆ มานิตย์กลืนน้ำลาย มือที่ถือไมค์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาอยากหันไปมองอีกครั้ง แต่ก็ไม่กล้า ถ้าเธอแค่เหนื่อยเขาคงสบายใจ แต่ถ้าเธอกำลัง “ตัดใจ” เขาไม่แน่ใจเลย ว่าตัวเองพร้อมจะยืนอยู่ตรงไหน รถบัสแล่นต่อไป เข้าใกล้ปลายทาง และเข้าใกล้บางความจริง ที่เขาเริ่มหนีไม่พ้น เพราะเป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกว่า การไม่ถูกรอ อาจเจ็บกว่าการไม่ถูกรัก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD