“แม่ครับ...แม่หิวมั้ย?”
เสียงทศกัณฐ์ถามคนเป็นแม่ที่ไอกระเสาะกระแสะมาหลายวันแล้ว การที่ทั้งบ้านมีเงินอยู่แค่ 60 บาท ทำให้คนเป็นแม่เลือกที่จะตอบแบบอ้อมแอ้ม
“แม่ไม่หิว....ลูกไปซื้ออะไรกินเถอะ....แม่ง่วง ว่าจะนอนเอาแรงสักนิด”
พริมาบอกลูกชาย การที่เธอเคยทำงานในผับในฐานะเด็กเสิร์ฟสาวเมื่อหลายปีก่อนมันทำให้เธอหลงระเริงกับแสงสีและเผลอตัวเผลอใจมอบกายให้แขกหนุ่มที่มาท่องราตรี และนั่นทำให้เธอไม่มีพ่อ มันน่าอายเหลือเกินที่เธอกลับบอกไม่ได้ว่าพ่อของลูกในท้องของเธอเป็นใครก็ในเมื่อเธอจำหน้าผู้ชายที่นอนกับเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
“แม่ไม่สบายอยู่ เดี๋ยวผมไปซื้อข้าวมาให้แม่กินกับปลากระป๋องนะ กินข้าวเสร็จก็กินยาจะได้หายไวๆ”
“กัณฐ์เก็บเงินไว้เถอะลูก เดี๋ยวก็ต้องเอาติดกระเป๋าไว้บ้าง พรุ่งนี้ไปเรียนจะได้มีเงินกินข้าว”
เธอพูดกับลูกชายที่ตั้งใจเรียนจนจบมัธยมปลายแม้ฐานะทางบ้านจะกระท่อนกระแท่นแค่ไหน เขาเป็นคนขยันขันแข็งช่วยเหลืองานอาจารย์ที่โรงเรียนจนได้ทุนการศึกษาบ่อยครั้งรวมทั้งยังหางานพาร์ททามในห้างสรรพสินค้าทำทำให้พอจะมีเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ และน่าชื่นใจเหลือเกินที่ลูกชายเธอสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง แม้จะเป็นกังวลแต่ลูกชายเธอก็ยืนยันว่าจะหาเงินส่งตัวเองเรียนให้จนได้ นั่นจึงทำให้คนเป็นแม่ที่ป่วยออดๆแอดๆเป็นกังวลเหลือเกิน เพราะเธอก็มีรายได้เล็กๆน้อยจากการทำขนมขาย แถมค่ารักษาโรคหัวใจของหล่อนก็มากมายจนต้องกู้ยืมเขาเป็นภาระให้ลูกชายอีก
“เก็บไว้เถอะแม่ สองสามวันนี้แม่ไม่ค่อยสบายอยู่ขายของไม่ได้ เผื่อแม่หิว อยากกินอะไรก็ซื้อนะแม่ ผมอยากให้แม่ได้กินอิ่มทุกมื้อ”
คนเป็นแม่ได้ยินอย่างนั้นก็น้ำตาไหลพราก เธอพยักหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ขอบใจนะลูก ถ้าไม่มีลูกแม่คงไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว ลูกคือของขวัญของแม่นะกัณฐ์”
“ผมรักแม่นะครับ เดี๋ยวแม่กินข้าวแล้วก็นอนพักผ่อน ผมจะออกไปธุระข้างนอกน่าจะกลับมาดึกๆ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”
ทศกัณฐ์พูดจบก็เดินไปซื้อข้าวที่ร้านข้าวที่ใกล้ที่สุดก่อนจะเทข้าวใส่จานให้ผู้เป็นแม่ เขาจัดการเทปลากระป๋องกระป๋องสุดท้ายใส่จานและยกทั้งข้าวและปลากระป๋องไปให้แม่ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ยังไม่ได้กินข้าวแต่เช้า แต่เขากลับไม่รู้สึกหิวสักนิด...ชายหนุ่มกำลังตัดสินใจบางอย่างอย่างเด็ดขาดถึงขนาดที่ทำให้เขาไม่นึกหิว
“แม่กินซะนะครับ...อย่าคิดมากเลย ถ้าแม่เป็นอะไรไป ผมก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม แม่เชื่อผมนะครับ ทานข้าวแล้วก็นอนพักนะ เดี๋ยวสักสามทุ่มผมจะกลับมา
ทศกัณฐ์พูดก่อนจะก้าวออกจากตัวบ้านเก่าคร่ำครึในสลัมที่เขาอาศัยอยู่มาแต่เด็กจนโต ชีวิตเขาไม่ต่างจากละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
..................................................................................