เด็กดีของอา - EP 01

1750 Words
08.30 PM "หนูนิล...ตื่นได้แล้วค่ะถึงบ้านคุณลุงเทพแล้ว" "อื้อ~" เด็กน้อยวัยหกขวบหยกๆ ที่นอนหลับอยู่บนอกของคนเป็นแม่ส่งเสียงงัวเงียในลำคอบ่งบอกถึงความง่วงจัดอีกทั้งสองแขนป้อมๆ ของเด็กตัวอ้วนจ้ำม่ำก็ยิ่งกระชับกอดลำคอของมินตราผู้เป็นแม่เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยอีกทั้งไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแต่อย่างใดทำเอาเทียนผู้เป็นพ่อของเด็กอ้วนจ้ำม่ำถึงกับถอนหายใจให้กับความขี้เซาของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของพวกเขา "เดี๋ยวผมอุ้มลูกให้เอง" เทียนอาสาจะอุ้มลูกสาวแต่คนเป็นภรรยากลับส่ายหัวเบาๆ ปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "เดี๋ยวมินอุ้มเอง พี่ไปเอากระเป๋าลงจากรถเถอะ" "เอางั้นนะ? ไม่หนักแน่นะ? " เทียนถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจมองภรรยาที่กำลังอุ้มลูกด้วยสายตาเป็นห่วงเพราะตอนนี้ลูกสาวของพวกเขาเริ่มจะอ้วนกลมน่ารักน่าชังมากขึ้นทุกวัน ถึงแม้ว่าเขาจะอุ้มลูกได้สบายๆ ไม่มีปัญญาแต่กับมินตรานั้นไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนที่มีปัญหาสุขภาพร่างกายมักจะเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแค่เธอมีลูกสาวให้เขาได้นั้นก็แทบจะขอบคุณฟ้าดินแล้ว หลังจากที่คลอดหนูนิลออกมาด้วยความยากลำบากทำให้เทียนไม่เคยปล่อยให้เมียตัวเองต้องทำงานหนักเลยขณะที่มินตราเองกลับอยากจะช่วยเหลือคนเป็นสามีบ้าง อย่างน้อยการอุ้มลูกก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอแต่เทียนมักจะเป็นห่วงเธอมากจนเกินไปต่างหากล่ะ "ไหวสิ มินอุ้มลูกมาตั้งกี่ปีแล้ว แค่นี้สบายมาก" เทียนไม่อยากจะขัดใจมินตราเมื่อเห็นว่าเธอยืนยันจะอุ้มเองและมีทีท่ายังไหวทำให้เขาต้องหันกลับไปจัดการยกกระเป๋าเดินทางใบเขื่องสองใบลงจากท้ายรถ ขณะเดียวกันเสียงฝีเท้าของคนที่มินตราเรียกว่าคุณลุงเทพก็รีบเดินออกมาจากบ้านหลังโตเพื่อต้อนรับน้องชายแท้ๆ อย่างเทียนและภรรยาของน้องชายอย่างมินตรารวมถึงหลานสาวที่ยังคงนอนหลับซบไหล่ของมินตราอยู่ สีหน้าของเทพพี่ชายคนโตฉายชัดถึงความดีใจที่น้องชายคนกลางมาเยี่ยมหาตนถึงบ้านที่ต่างจังหวัดซึ่งต่างจากอาการของน้องชายคนเล็กของบ้านอย่าง 'แผ่นดิน' ที่มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมานอกจากเดินตามหลังเทพเงียบๆ เท่านั้น แต่สายตาเฉยชายากเกินจะคาดเดาของแผ่นดินกลับเอาแต่จ้องมองเด็กอ้วนจ้ำม่ำในอ้อมแขนของมินตราตั้งแต่ระยะไกลตั้งแต่เขาและเทพเดินออกจากบ้านมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนแล้ว สองพี่น้องเทพและเทียน...ไม่สิ ต้องบอกว่าสามพี่น้องเมื่อรวมแผ่นดินเข้าไปด้วยพูดคุยถามไถ่ตามประสาคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานแรมปีซึ่งส่วนมากจะเป็นเทพและเทียนที่พูดคุยกันซะมากกว่าขณะที่แผ่นดินยังคงเป็นคนที่เงียบและเข้าถึงยากที่สุดในบรรดาพี่น้องสามคนนี้ แผ่นดินจะตอบก็ต่อเมื่อพอใจที่จะตอบเท่านั้น... เทพที่รู้ว่าน้องสะใภ้ของเขาคนนี้มีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงและเห็นว่ามินตราอุ้มลูกสาวอยู่นานแล้วกลัวว่าเธอจะเมื่อยก็ได้ใช้สายตาสั่งให้น้องชายผู้ไร้อารมณ์อย่างแผ่นดินเข้าไปอุ้มหนูนิลที่ยังคงหลับอยู่เพื่อไม่ให้มินตราต้องเมื่อยมากไปกว่านี้ แววตาไร้ความรู้สึกของคนที่ถูกสั่งฉายแววประกายวูบไหวเพียงเสี้ยววิและจางหายไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำจากท่อนแขนของมินตราด้วยความระมัดระวังแต่ก็ยังทำให้เด็กน้อยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอยู่ดี "อื้อ~" หนูนิลส่งเสียงร้องครางในลำคอจนเกือบจะเป็นเสียงร้องไห้เมื่อถูกทำให้ตื่น มินตราตั้งท่าจะเข้าไปอุ้มลูกสาวคืนจากแผ่นดินเพราะลูกของเธอมักจะร้องไห้เมื่อไม่ได้อยู่ในอ้อมอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่แต่มินตรากลับชะงักนิ่งเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกสาวตัวเองที่แนบแก้มย้วยๆ ลงกับบ่ากว้างๆ ของแผ่นดินเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ของเขาตบตูดเบาๆ คล้ายกับกล่อมเด็กน้อยในอ้อมแขนให้หลับอีกครั้งอย่างง่ายดาย มินตราขมวดคิ้วงงกับสิ่งที่แผ่นดินทำและแปลกใจไม่น้อยกับปฏิกิริยาของลูกสาวตัวเองเพราะปกติแล้วหนูนิลเป็นเด็กที่ติดพ่อแม่มาก ถึงแม้จะหลับและถูกเปลี่ยนมืออุ้มหนูนิลจะรู้สึกตัวและร้องไห้หาพ่อแม่ทันทีไม่เว้นแม้แต่กับเทพผู้ซึ่งเป็นลุงแท้ๆ แต่กับแผ่นดินนั้น...เหมือนจะเป็นข้อยกเว้นที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กน้อยยังแปลกใจ ทั้งๆ ที่หนูนิลตอนตื่นนั้นกลัวแผ่นดินผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาจะตายแต่เมื่อนอนหลับไม่รู้สึกตัวกลับสนิทใจที่จะอยู่ในอ้อมอกของแผ่นดินซะงั้น... "เดินทางมาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนๆ " เทพเอ่ยปากชวนน้องชายและน้องสะใภ้เข้าบ้านหลังโตของเขาขณะที่เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งวัยสิบแปดปีอุ้มเด็กอ้วนจ้ำม่ำวัยหกขวบเดินตามหลังทุกคนโดยที่ไม่ปริปากพูดอะไรออกมา ตลอดทางเดินเข้าบ้านแผ่นดินกระชับร่างอ้วนกลมของหนูนิลที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องแน่นขึ้นคล้ายกับว่าเขาเองกำลังซึมซับความรู้สึกบางอย่างจากตัวเด็กน้อยที่ไม่ได้เจอกันเกือบปี... ทั้งๆ ที่เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาก็เห็นพัฒนาการความน่ารักน่าชังของหนูนิลผ่านโซเชียลของเทียนและพี่สะใภ้แต่แผ่นดินกลับรู้สึกว่าการที่ได้มาเห็นว่าหลานสาวในอ้อมแขนคนนี้โตขึ้นจากเมื่อก่อนมากแค่ไหนกับตาตัวเองมันก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าจริงๆ ... แผ่นดินเอี้ยวใบหน้าหวังจะมองหน้าของหลานสาวตัวน้อยของเขาแต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อใบหน้าของหนูนิลกำลังซุกอยู่กับลำคอหนาและเขาก็รับรู้ได้ถึงลมหายใจกระชั้นชิดสั้นๆ ของเด็กน้อยวัยหกขวบที่กำลังหลับสนิทและเป่าราดรดบนลำคอของแผ่นดินเท่านั้น หัวใจของแผ่นดินกระตุกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงแค่สัมผัสโดนลมหายใจของหนูนิลแต่ถึงเขาจะรู้สึกแปลกมากยังไงก็ยังคงท่าทีเฉยชาเอาไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ท่อนแขนกลับกอดกระชับหนูน้อยในอกแน่นขึ้นสัมผัสตัวนุ่มนิ่มของหลานสาวด้วยหัวใจที่เต้นแรง "กินข้าวมาหรือยัง? หิวมั้ย? เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านตั้งโต๊ะให้" "ดีเลย ผมกำลังหิวอยู่พอดี" คำพูดของเทียนทำให้มินตราพยักหน้ารับสมทบเพราะเธอเองก็หิวข้าวเช่นกัน เทพที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปสั่งแม่บ้านให้ตระเตรียมอาหารภายในสิบนาที "แล้วหนูนิลล่ะครับ? กินข้าวมาหรือยัง? " แผ่นดินที่เงียบอยู่นานปริปากถามมินตราและเทียนหวังว่าใครสักคนจะตอบคำถามของเขา "หนูนิลกินมาแล้วจ้ะ บนรถก่อนจะหลับเมื่อกี้นี้เอง" มินตราตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ มองหนูนิลที่ยังคงหลับสบายอยู่ในอ้อมแขนของแผ่นดินที่พยักหน้ารับด้วยสีหน้านิ่งๆ "ถ้าอย่างนั้นให้ผมอุ้มน้องไปนอนเลยมั้ยครับ? " "แล้วดินไม่กินข้าวด้วยกันเหรอ? " เทียนถามน้องชายตัวเองที่ส่ายหน้าแทนคำตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ "งั้นพี่ฝากดูหนูนิลด้วย ดึกๆ พี่ค่อยอุ้มกลับมานอนที่ห้องของพี่" "ครับ" แผ่นดินตอบรับมินตราด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ พอๆ กับหน้าจากนั้นเขาก็หมุนตัวอุ้มเด็กน้อยขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและตรงไปยังห้องนอนของเขา... ห้องที่ไม่เคยมีใครได้เข้าไปนอกจากตัวของเขาเองและเด็กอ้วนจ้ำม่ำที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ในอ้อมกอดของเขา โทนห้องนอนของแผ่นดินเน้นหนักไปทางสีเทาดำและภายในห้องไม่ค่อยมีของใช้อะไรมากมายนอกจากของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น มุมห้องห้องหนึ่งมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อแขนยาวและเน้นหนักไปทางสีดำซะส่วนใหญ่ แผ่นดินปิดประตูห้องนอนที่เป็นเพียงสถานที่เดียวที่เขารู้สึกว่ามันคือเซฟโซนของเขา สองขายาวๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังเตียงนอนและอุ้มหนูนิลวางลงบนเตียงแต่ท่อนแขนเล็กกลับไม่ยอมปล่อยคอของเขาง่ายๆ ทำให้แผ่นดินต้องอยู่ในท่าคร่อมตัวเด็กน้อยวัยหกขวบที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย "หนูนิลปล่อยอาก่อนครับ" แผ่นดินบอกเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดจากที่คุยกับทุกคนเมื่อกี้ลิบลับแต่คนที่ยังคงกอดคอเขาอยู่ก็ยังคงแน่นิ่งจนแผ่นดินต้องค่อยๆ แกะท่อนแขนนั้นออกจากลำคอของเขาอย่างเบามือด้วยกลัวว่าจะทำให้หนูนิลตื่น ดวงตาที่ปิดสนิทและลมหายใจสม่ำเสมอของหนูนิลทำให้แผ่นดินรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีที่ไม่ได้ทำให้เธอตื่นขึ้นมาในตอนนี้เพราะเขารู้ดีว่าหากหนูนิลตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าเขาเป็นคนแรกแทนที่จะเป็นหน้าพ่อกับแม่หนูนิลคงร้องไห้งอแงแน่นอนเพราะเขารู้ว่าเด็กน้อยคนนี้กลัวเขาในคราบเฉยชามากแค่ไหนซึ่งเขาเป็นคนแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่ถ้าในอนาคตต้องเปลี่ยนนิสัยนี้เพื่อใครบางคนเขาก็ยินดีที่จะทำ แต่ตอนนี้ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแผ่นดินคือหนูนิลควรที่จะนอนหลับต่อไปตลอดทั้งคืนพร้อมกับเขาโดยที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องยอมเช่นกัน...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD