แผ่นดินโน้มใบหน้าลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของหนูนิลที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มโดยที่เด็กน้อยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอกำลังถูกเจ้าของสายตาเรียบเฉยลุ่มลึกลอบพินิจพิจารณาใบหน้าที่ไม่ได้เจอกันเกือบหนึ่งปีเต็ม
ถึงแม้ว่าเด็กน้อยจะยังมีเคล้าโครงหน้าที่เหมือนเดิมไม่ได้แตกต่างจากปีก่อนมากนักแต่ความจ้ำม่ำของเด็กน้อยวัยหกขวบกลับมีเพิ่มมากขึ้นจากครั้งล่าสุดที่แผ่นดินเห็นพอสมควรแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาที่ได้อุ้มเด็กน้อยมาจนถึงห้องนอนและสัมผัสได้ว่าเขายังอุ้มเธอได้สบายๆ ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย
ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบค่อยๆ ยื่นแตะสัมผัสแก้มนุ่มของหนูนิลเบาๆ ราวกับกลัวว่าถ้าหากเขาจิ้มแก้มเธอแรงมากกว่านี้อาจจะทำให้แก้มยุ้ยๆ นั้นปริแตกออกมาได้และนั่นทำให้แผ่นดินคิดคำนึงเสมอว่าเด็กน้อยคนนี้ช่างเปราะบางและต่างกับเขามากซะเหลือเกิน...
เปลือกตาที่หลับอยู่เริ่มขยับหน่อยๆ ทำให้แผ่นดินรีบชักนิ้วกลับทันทีและเปลี่ยนเป็นตบก้นของเด็กน้อยเหมือนอย่างที่เคยทำเพื่อให้เธอหลับอีกครั้งแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ได้ผลเมื่อเปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองสบตาเขาด้วยอาการสะลึมสะลือ
หัวใจของแผ่นดินกระตุกวูบเมื่อได้สบสายตาของเด็กน้อยในรอบปี...แต่แววตาที่เคยสะลึมสะลือเริ่มสั่นระริกเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่พ่อกับแม่ของเธอแต่กลับเป็นคนน่ากลัวคนหนึ่งในสายตาของเด็กวัยหกขวบ
ริมฝีปากแดงๆ เริ่มเบะปากเตรียมจะร้องไห้ออกมาแต่แผ่นดินที่ไหวตัวทันรีบดึงตัวหนูนิลที่ทิ้งตัวเหลวเป็นโจ๊กเข้ามาสวมกอดแนบอกทันที
ถ้าหนูนิลร้องไห้แหกปากออกมาจนเสียงดังไปถึงหูของเทียนและมินตราเรื่องคืนนี้ที่จะได้นอนกับเด็กน้อยตัวนิ่มเป็นอันจบ!!
"ชู่ว~ ไม่ร้องครับไม่ร้อง เด็กดี..."
แผ่นดินเลือกที่จะใช้น้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยพูดกับใครมาก่อนแม้กระทั่งตัวหนูนิลเองก็เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรก ส่วนเหตุผลที่แผ่นดินทำแบบนี้ก็เพื่อทำให้คนในอ้อมกอดคลายความกลัวและความกังวลเมื่อไม่เห็นพ่อกับแม่พร้อมทั้งลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลมแต่คนที่ตั้งท่าจะร้องไห้ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจการกระทำเอาอกเอาใจของแผ่นดินเลยแม้แต่น้อย
แผ่นดินรู้ว่าหนูนิลในเวลานี้กำลังพยายามฮึ้บไม่ให้ตัวเองร้องไห้เช่นกันแต่ด้วยนิสัยของเด็กติดพ่อติดแม่ทำให้หนูนิลเริ่มอดทนไม่ไหวอีกต่อไปอีกทั้งยังอยู่กับคนที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างเขาอีก...
เหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการปลอบโยนเด็กน้อยอย่างหนูนิลเพราะทุกครั้งที่ผ่านมาแผ่นดินไม่เคยอยู่คลุกคลีกับหนูนิลตามลำพังมาก่อนหรือต่อให้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาก็มักจะมองและดูแลหลานสาวอยู่ห่างๆ เท่านั้น
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขา...พยายามเข้าหาหนูนิลแบบซึ่งๆ หน้าพร้อมทั้งหยิบยื่นไมตรีให้แต่ดูเหมือนไมตรีของเขานั้นจะใช้ไม่ได้ผล
"ฮึก! มะ...! อื้อ!!" แผ่นดินรีบตะปบปากเล็กๆ ของหนูนิลทันทีเมื่อเธอกำลังจะตะโกนเรียกผู้เป็นแม่และก่อนที่เด็กน้อยในอ้อมแขนจะเริ่มสตาร์ทเครื่องเตรียมแหกปากร้องไห้แผ่นดินก็รีบสาวเท้าอุ้มร่างจ้ำม่ำเข้าห้องน้ำด้วยความเร่งรีบ
อย่างน้อย...ห้องน้ำก็ช่วยเก็บเสียงได้อีกชั้น แผ่นดินจะให้เสียงร้องไห้ของหนูนิลดังเล็ดลอดออกไปถึงหูของคนเป็นพ่อเป็นแม่เธอไม่ได้เด็ดขาด!
การกระทำของเขาอาจจะเหมือนการล่อลวงเด็กน้อย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าตอนนี้กำลังล่อลวงหนูนิลจริงๆ แต่เขาไม่ได้มีเจตนาจะทำมิดีมิร้ายอะไรหนูนิลเลย
แต่ที่แผ่นดินทำแบบนี้ก็เพียงแค่อยากจะลองผูกมิตรกับหนูนิลในตอนที่เธอเริ่มจำความได้แล้วเท่านั้นเอง เขาเองก็แค่อยากจะสนิทกับหนูนิลและอยากเป็นคนที่หนูน้อยคนนี้เอาแต่เรียกหาเหมือนกับที่เธอพร่ำเรียกพ่อกับแม่ของเธอ...
แผ่นดินอยากเป็นคนสำคัญของหนูนิลตั้งแต่ตอนนี้ไปจนกระทั่งเธอโต...
"มะ...แม่ ฮึก! แม่หนูอยู่ไหน?" หนูน้อยวัยหกขวบหันซ้ายหันขวามองหาแม่ตัวเองแต่เมื่อไม่เห็นสิ่งที่ตามหาหนูนิลก็เริ่มดีดดิ้นแรงมากขึ้นแต่แผ่นดินก็ยังคงกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่นขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่บนฝาชักโครกแต่หนูนิลนั่งอยู่บนตักเขา
ปลายจมูกและพวงแก้มที่เริ่มแดงเพราะจะร้องไห้ทำให้แผ่นดินเริ่มลังเลว่าเขาควรจะปล่อยเธอให้กลับไปสู่อ้อมอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ดีไหม? หรือเขาควรพยายามหลอกล่อยื่นไมตรีต่อไปจนกว่าเด็กน้อยบนตักจะยอมดีกับเขา?
ถ้าหากวิธีแรกเป็นความคิดฝั่งเทวดางั้นก็ขอบอกเลยว่า...ซาตานนั้นมาแรงกว่ามากจริงๆ
ตลอดหกปีที่ผ่านมาไม่มีใครรู้หรอกว่าแผ่นดินนั้นตั้งหน้าตั้งตารอครอบครัวนี้มาเยี่ยมที่บ้านต่างจังหวัดมากแค่ไหน
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการอะไรออกมานั้นใครจะรู้ว่าหัวใจภายในอกข้างซ้ายกลับเต้นระรัวทุกครั้งที่เห็นว่าเด็กน้อยอ้วนจ้ำม่ำมีพัฒนาการที่โตมากขึ้นในทุกๆ ปีและน่ารักมากขึ้นใด
ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเขาทำได้เพียงแค่มองเด็กน้อยอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปคลุกคลีหรือเล่นกับเธอที่แสดงอาการหวาดกลัวต่อเขาจนแทบจะร้องไห้
ด้วยบุคลิกที่ไม่ค่อยพูดและสีหน้าที่ไร้อารมณ์ไม่ต่างจากหุ่นยนต์ทำให้หนูนิลกลัวเขาไปโดยปริยายและนั่นทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปคลุกคลีกับเด็กน้อยเพราะกลัวว่าเธอจะร้องไห้และกลัวเขามากไปกว่านี้...
แต่มาปีนี้...เขาตั้งใจว่าจะผูกมิตรกับสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าหนูนิลให้ได้เพราะเด็กในวัยนี้เริ่มจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้แล้วและเขาก็แค่อยากจะเป็นความทรงจำดีๆ ในแต่ละปีที่เธอมาเยี่ยมหาบ้างก็แค่นั้นเอง...
มันไม่ได้เป็นความต้องการที่มากเกินไปสำหรับคนอย่างเขาใช่ไหม?
"สัญญาก่อนว่าถ้าหนูนิลไม่ร้องไห้อาจะบอกให้ว่าพ่อกับแม่หนูอยู่ไหน?"
แผ่นดินยังคงใช้น้ำเสียงนุ่มนวลพูดคุยกับเด็กน้อยที่ค่อยๆ หันมองใบหน้าของแผ่นดินที่ฉายแววอ่อนโยนต่างจากทุกครั้งที่หนูนิลเคยเจอทำให้เด็กน้อยลดความกลัวที่มีต่ออาคนนี้ลงไปได้บ้างแต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้น
"อยู่ไหน? พ่อกับแม่ของหนูอยู่ไหน? ฮึก"
หนูนิลถามผู้เป็นอากลับไปพร้อมทั้งสะอึกสะอื้นและน้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลเมื่อฝ่ามือหนาของแผ่นดินยกขึ้นเหนือศีรษะของเธอทำให้เด็กน้อยหลับตาปี๋ตัวสั่นระริกด้วยความกลัวเพราะคิดว่าเขาจะตีเธอแต่ฝ่ามือที่วางลงบนหัวนั้นกลับเป็นสัมผัสบางเบาจนน่าแปลกใจ
แผ่นดินลูบหัวทุยของหนูนิลเบาๆ หวังปลอบประโลมเด็กน้อยที่นั่งอยู่ตัก ร่างกายจ้ำม่ำที่เคยสั่นระริกกลับมานิ่งเป็นปกติหลงเหลือเพียงหยาดน้ำตาที่เกาะขนตาหนาแต่กลับทำเอาหัวใจที่เคยนิ่งสงบของแผ่นดินกระตุกเบาๆ
เขาทำให้เธอกลัวอีกแล้วใช่ไหม?
"สัญญาก่อนว่าจะไม่ร้องไห้ ถ้าสัญญาแล้วอาจะไปตามพ่อกับแม่ให้"
"กะ...ก็ได้ ฮึก"
หนูนิลยอมตกปากรับคำแต่โดยดีเพราะเธออยากเจอพ่อกับแม่แผ่นดินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทั้งใจชื้นที่หนูนิลเชื่อฟังเขาแต่อีกใจกลับไม่ชอบใจที่เธอต้องการให้เขาไปตามพ่อกับแม่แทนที่เธอจะได้อยู่กับเขา
แต่ถึงยังไง...ในเวลานี้แผ่นดินก็ไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก เขาได้อยู่กับหนูนิลด้วยกันตามลำพังแค่นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขาแล้ว
"เด็กดี..."
แผ่นดินพูดเสียงนุ่มพร้อมกับลูบหัวทุยของคนบนตักเบาๆ หนูนิลเงยหน้ามองคุณอาของเธอด้วยแววตาแปลกใจกับน้ำเสียงนุ่มลึกของเขาที่ใช้พูดกับเธอ
ในสายตาของเด็กน้อยวัยหกขวบคนนี้เธอคิดว่าคุณอาของเธอมักจะมีไอสีดำอยู่รอบๆ ตัวของเขาทำให้เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้หรือแม้แต่จะคุยด้วยแต่ในเวลานี้หนูนิลกลับมองไม่เห็นไอสีดำรอบๆ ตัวของเขาแล้ว...
มันอาจจะมีอยู่บ้างแต่มันก็บางเบาลงจนเธอเริ่มคลายความกลัวลงไปได้บ้าง
เจ้าของใบหน้าเรียบเฉยหลุบตามองคนบนตักและเมื่อเห็นว่าหนูน้อยไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วเขาก็จัดการอุ้มเด็กน้อยออกจากห้องน้ำและวางเธอให้นั่งลงบนเตียงนอนขณะที่ตัวเขานั่งคุกเข่าลงกับพื้น
"หนูนิลนั่งรออาอยู่ในห้องคนเดียวได้มั้ย?"
แผ่นดินถามพร้อมกับยื่นมือเกลี่ยคราบน้ำตาตรงแก้มยุ้ยๆ ของเธอหนูนิลที่รีบส่ายหน้าระรัวตั้งท่าจะเบะปากร้องไห้อีกครั้ง
"มะ...ไม่ ไม่อยู่คนเดียว ฮึก หนูไม่อยากอยู่คนเดียว~"
"อาจะไปตามพ่อกับแม่ให้หนูไง หนูรอได้มั้ย?"
"หนูจะ ฮึก จะไปด้วย"
"..."
แผ่นดินจิกท่อนขาตัวเองระงับอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้เมื่อหนูน้อยเริ่มขัดใจเขาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการอะไรออกมาแต่ในความรู้สึกของหนูนิลเธอกลับสัมผัสได้ว่าไอสีดำที่จางหายไปเริ่มฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง
"รออาอยู่ที่นี่ เข้าใจมั้ย?"
"..." ด้วยความกลัวที่เกิดขึ้นหนูนิลเผลอกำมือตัวเองแน่นและยอมพยักหน้ารับในที่สุดในขณะที่แผ่นดินสังเกตเห็นว่าเด็กน้อยหลบสายตาและเริ่มกลัวเขาอีกครั้งก็ทำให้เขารีบยื่นมือลูบหัวของเธอทันทีเพื่อแสดงให้หนูนิลเห็นว่าเขายังคงอ่อนโยนกับเธอเสมอ...