เช้าวันต่อมา...
เทียนและมินตราตื่นขึ้นมาในห้องนอนรับแขกด้วยสภาพมึนงง พวกเขาจำไม่ได้ว่าขึ้นมานอนในห้องนี้ตอนไหนซะด้วยซ้ำเพราะภาพล่าสุดที่จำได้ก็น่าจะเป็นช่วงที่ทุกคนนั่งคุยและดื่มเบียร์กันอยู่ที่โต๊ะอาหารแต่หลังจากที่ดื่มเบียร์ไปได้สักพัก พวกเขาก็แทบจะคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะเกิดอาการเมาซึ่งตัวมินตราเองไม่ได้เอะใจอะไรเพราะปกติเธอก็เป็นคนคออ่อนดื่มนิดหน่อยก็เมาง่ายอยู่แล้วแต่กับเทียนนี่สิ
เมื่อคืนเขากินไปแค่ไม่กี่ขวดเท่านั้นเองแต่ทำไมถึงได้เมาง่ายผิดปกติแบบนั้นก็ไม่อาจจะทราบได้ แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยจึงทำให้เทียนมองข้ามความผิดปกตินั้นไปเหมือนกับมินตราที่ไม่คิดจะใส่ใจอะไร
แต่เมื่อพวกเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนหนูนิลต้องนอนกับแผ่นดินทั้งคืนคนเป็นแม่ก็ถึงกับทึ้งหัวตัวเองที่เมาจนลืมลูกสาวตัวเอง!
เธอไม่ได้กลัวหรอกว่าแผ่นดินจะคิดสัปดนอะไรกับลูกสาวของเธอแต่เธอเกรงใจแผ่นดินต่างหาก! ทั้งๆ ที่รับปากไว้แล้วว่าจะไปรับตัวหนูนิลแต่พวกเขากลับเมาไม่รู้เรื่องเลยและทิ้งให้แผ่นดินดูแลลูกสาวแทนเธอ
"พี่เทียน! มินขอไปรับลูกจากแผ่นดินก่อนนะ! "
มินตราตะโกนบอกสามีของเธอที่กำลังอาบน้ำอยู่ด้วยความร้อนใจเพราะตอนนี้มินตรารู้สึกเป็นห่วงหนูนิลมากกลัวว่าเธอจะงอแงใส่แผ่นดินขณะที่อีกใจมินตราเองก็รู้สึกเกรงใจแผ่นดินเช่นกัน
"ได้ เดี๋ยวผมตามลงไป"
ทันทีที่เทียนตะโกนกลับมามินตราก็รีบเดินออกจากห้องทันทีเป็นจังหวะเดียวกับที่แผ่นดินก็อุ้มหนูนิลที่ยังคงหลับอยู่ออกมาจากห้องของเขาพอดี
มินตราชะงักไปเพียงนิดเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเธอยังคงนอนหลับซบไหล่ของแผ่นดินอยู่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรต่างจากที่มินตราคิดเอาไว้มากว่าหากหนูนิลตื่นอาจจะมีอาการงอแงขึ้นมาเมื่อไม่เห็นพ่อแม่ของตัวเองตามนิสัยเด็กติดพ่อแม่
แต่เมื่อเห็นว่าลูกสาวตัวเองยังไม่ตื่นก็เกิดอาการโล่งอกขึ้นมาทันที อย่างน้อยถ้าลูกตื่นขึ้นมามินตราเองก็ยังบอกได้ว่าเมื่อคืนหนูนิลนอนกับเธอและเทียนเพื่อไม่ให้เด็กน้อยงอแง
"ดิน"
"..." คนถูกเรียกที่กำลังปิดประตูห้องอยู่ชะงักไปเพียงนิดเมื่อคนเป็นแม่ของเด็กน้อยในท่อนแขนเรียกชื่อของเขา
ชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแขนยาวสีดำและกางเกงสีเดียวกันที่อารมณ์กำลังดีๆ อยู่แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยเริ่มจะอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าถึงเวลาที่เขาต้องส่งตัวเด็กน้อยจ้ำม่ำในอ้อมแขนให้กับแม่ของเธอ
ถึงแผ่นดินจะรู้สึกไม่พอใจแต่เขาก็ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกไปนอกจากเรียบเฉยเท่านั้น มินตราที่เห็นว่าแผ่นดินหันกลับมามองเธอด้วยสายตาเย็นชาตามนิสัยของเขาและรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่มากกว่าปกติก็คิดว่าเขาคงจะไม่พอใจเธอที่ให้ช่วยดูแลหนูนิลทั้งคืน
"พี่อุ้มหนูนิลเองก็ได้จ้ะ"
แผ่นดินไม่ได้ค้านอะไรยอมส่งตัวหนูนิลให้กับมินตราแต่โดยดีถึงแม้ว่าในใจของเขาจะรู้สึกเสียดายมากก็ตาม...
ได้นอนกอดเด็กตัวอ้วนแค่คืนเดียว ยังไม่หนำใจของเขาสักเท่าไหร่เลย สงสัยคราวหน้าคงต้องวางแผนให้นอนด้วยกันยาวๆ ซะแล้วล่ะ
"พี่ขอโทษนะที่ให้ดินช่วยดูแลหนูนิลทั้งคืนเลย พอดีเมื่อคืนพี่กับพี่เทียน..."
มินตราเอ่ยออกมาแค่นั้นด้วยความรู้สึกผิดและกระดากอาย ไม่กล้าพูดออกมาว่าเธอและสามีนั้นเมาจนลืมลูกขณะที่แผ่นดินเองรู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่ทุกคนเมาจนหลับไปนั้นเป็นฝีมือของเขา
ถามว่าเขารู้สึกผิดไหมกับสิ่งที่ทำลงไป? คำตอบคือไม่เลย คนรู้สึกผิดที่ไหนจะคิดล่ะว่าครั้งหน้าต้องทำให้เด็กอ้วนในอ้อมแขนของมินตรานั้นนอนกับเขาให้ได้นานกว่าแค่หนึ่งคืน?
เพราะฉะนั้นแผ่นดินไม่มีทางรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป แน่นอนว่าเขาเองก็จะไม่พูดว่าเขาเป็นคนที่ทำให้ทุกคนเมาจนหลับไป
"ไม่เป็นไรครับ"
แผ่นดินตอบพี่สะใภ้เสียงเรียบ สายตานิ่งเฉยของเขามองพี่สะใภ้เพียงนิดก่อนจะเลื่อนสายตานั้นมองหนูนิลด้วยสายตาไม่ต่างกัน
"ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"
พูดจบแผ่นดินก็เดินผ่านหน้ามินตราไปราวกับว่าไม่ได้สนใจอะไรพวกเธอสองแม่ลูก มินตรากัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกผิดที่ตัวเองละเลยหน้าที่ความเป็นแม่ขณะเดียวกันก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าทำไมเธอต้องเกรงใจน้องชายของสามีคนนี้ด้วย ทั้งๆ เขาอายุน้อยกว่าเธอตั้งหลายปี
เธอยอมรับว่าทุกๆ ปีที่ต้องมาเยี่ยมหาพี่ชายของเทียนหรือก็คือเทพที่บ้านต่างจังหวัดหลังนี้เธอจะต้องเจอกับแผ่นดินที่โตขึ้นในทุกๆ ปีจนตอนนี้เป็นหนุ่มแล้วและยอมรับว่าเด็กคนนี้มีหน้าตาหล่อเหลามากๆ คนหนึ่งแต่เขากลับมีนิสัยเย็นชาและไว้ตัวมากเกินไป
ไม่ว่ามินตราจะคุยหรือผูกมิตรกับแผ่นดินมากแค่ไหนแต่เธอก็มักจะได้รับแต่ความเฉยชากลับมาเสมอซึ่งแม้แต่กับพี่ชายของเขาทั้งสองเองก็ด้วย
เทพและเทียนต่างก็บอกว่าแผ่นดินนั้นมีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วซึ่งทุกคนก็ชินชากับความเย็นชาของแผ่นดินโดยเฉพาะเทพพี่ชายคนโตที่จะต้องอยู่ร่วมบ้านกับแผ่นดินเพียงแค่สองคนเท่านั้นหลังจากที่เทียนแต่งงานและออกไปใช่ชีวิตคู่กับมินตราที่กรุงเทพ
แรกๆ เทพก็รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง อยู่บ้านหลังโตกันเพียงแค่สองคนแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว...ดีหน่อยตรงที่บางสัปดาห์พ่อแม่ของพวกเขาหรือไม่ก็บรรดาญาติๆ จะมาเยี่ยมถึงบ้านเพื่อถามไถ่กันตามประสาครอบครัวใหญ่ที่แวะไปมาหาสู่กันเป็นประจำ
"หนูนิลหิวข้าวหรือยังคะ? "
มินตราหันไปถามลูกสาวตัวน้อยของเธอหลังจากที่เธอจัดการอาบน้ำให้หนูนิลแล้วเพราะดูจากชุดของหนูนิลที่สวมใส่ในตอนเช้าหลังจากที่แผ่นดินอุ้มออกมาจากห้องยังคงเป็นชุดเดิมอยู่เลย คาดว่าแผ่นดินเองก็คงจะไม่ได้อาบน้ำให้ลูกสาวของเธอก่อนนอนแน่ๆ
"หนูหิวแล้วค่ะ" เด็กน้อยวัยหกขวบที่อยู่ในสภาพผ้าขนหนูผืนใหญ่สีขาวห่อหุ้มตัวอยู่ตอบกลับแม่ด้วยรอยยิ้มกว้างผิดจากเมื่อคืนที่ยังร้องไห้เรียกหาพ่อแม่จนเผลอหลับไป
แต่ก็เป็นไปอย่างที่มินตราคาดเอาไว้เมื่อหนูนิลตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าคนที่อยู่ข้างๆ คือแม่ของตัวเองและนั่นทำให้หนูน้อยไม่มีอาการงอแงหรือเอะใจเรื่องเมื่อคืนเลยสักนิดว่าความจริงแล้วตลอดทั้งคืนนั้นหนูนิลนอนหลับในอ้อมกอดของแผ่นดินทั้งคืนไม่ใช่ในอ้อมกอดของพ่อกับแม่อย่างที่เด็กน้อยคิด
"แต่งตัวเสร็จเราลงไปกินข้าวกันนะคะ ลุงเทพกับพ่อเทียนแล้วก็อาดินน่าจะกำลังรอหนูอยู่"
"ค่า~"
หนูนิลตอบด้วยน้ำเสียงสดใสและแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงลายน่ารักๆ ที่คุณแม่เลือกให้อย่างว่าง่ายจากนั้นสองแม่ลูกก็เดินจูงมือออกจากห้องเดินลงไปยังห้องอาหารแต่เมื่อเห็นว่าเหล่าแม่บ้านหลายคนกำลังยุ่งวุ่นวายกับการจัดโต๊ะอาหารอยู่ทำให้มินตราต้องจูงมือหนูนิลไปยังโถงนั่งเล่นแทนซึ่งมีเทพ เทียนและแผ่นดินนั่งอยู่ก่อนแล้ว
"คุณพ่อขา~" เด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำรีบวิ่งเข้าไปกอดคุณพ่อของเธอที่กำลังนั่งคุยอยู่กับเทพตามประสาขณะที่แผ่นดินนั่งมองหนูน้อยด้วยสายเรียบเฉยทั้งๆ ที่ในใจนั้นกลับอิจฉาเทียนที่หนูนิลนั้นเข้ามาคลอเคลียออดอ้อนโดยที่คนเป็นพ่อไม่ต้องเรียกร้องอะไรเลย
เมื่อไหร่...เมื่อไหร่ที่หนูนิลจะทำตัวแบบนั้นกับเขาบ้าง? เขาต้องหลอกล่อเธอด้วยอะไรถึงจะทำให้เด็กจ้ำม่ำน่ากัดไปทั้งตัวคนนั้นเข้ามาคลอเคลียเขาเหมือนลูกแมวตัวหนึ่ง...