“กลับมาแล้วเหรอคะ? นึกว่าจะไปค้างที่อื่นซะอีก”
เสียงทักทายที่ฟังดูไม่เป็นมิตรนัก เมื่อเขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น ภายในห้องนอนที่บรรยากาศโอบล้อมไปด้วยไอร้อนแปลก ๆ ทั้งน่าอึดอัดและอึมครึม
“บ้านฉันอยู่นี่ก็ต้องกลับสิ เธอจะให้ฉันไปค้างที่อื่นทำไม” เขาเอ่ยอย่างคนไม่ยี่หระ
“แล้วนี่ไม่พาคุณนายแพมกลับมาด้วยเหรอคะ?”
“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ หาเรื่องทะเลาะว่างั้น?”
ชายหนุ่มหันขวับทันที มองแม่ของลูกที่นั่งอยู่ปลายเตียง และมองเขาด้วยสีหน้าท่าทางที่แปลกประหลาดไปจากเดิม
“เปล่าหรอกค่ะ เอยจะกล้าทะเลาะกับคุณแสนได้ไงล่ะคะ เอยแค่ถาม”
“แต่คำถามที่เธอกำลังถามฉันตอนนี้มันคือการหาเรื่อง ทำไม? อยากให้ฉันพาแพมเข้าบ้านมาแล้วเธอก็เป็นหมาบ้าโวยวายเหมือนรอบก่อนหรือไง?”
“กลัวเอยเป็นแบบนั้นก็เลยพาไปเชิดหน้าชูคอนอกบ้านงั้นเหรอคะ? อยากให้คนรู้นักใช่ไหมว่านั่นเป็นคนที่คุณรัก เป็นคนที่คุณอยากให้มาอยู่ตรงนี้แทนที่เอย!”
สิ้นเสียงตะโกนพร้อมกับใจที่แสนเจ็บปวด! เจ้าเอยลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา เธอเก็บความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“คิดว่าที่ตรงนี้มันเป็นของเธอตั้งแต่แรกหรือไง ฉันว่านับวันเธอยิ่งเข้าข้างตัวเองหนักแล้วล่ะ อีกอย่างฉันก็แค่พาแพมไปดูสวนนิดหน่อย ถ้าคนจะคิดเป็นอย่างอื่นก็ช่างหัวเขาสิ ฉันไม่เห็นต้องสนใจอะไรอยู่แล้วนี่”
“อีกอย่าง…เธอช่วยจำไว้หน่อยก็ดี ว่าฉันไม่ได้รักเธอ ไม่ได้แคร์อะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว”
แต่คำพูดของเขาที่สาดพ่นออกมากลับไม่น่าฟังสุด ๆ เขามองจ้องมาที่เธอ และเอ่ยถ้อยคำที่ราวกับมีดแหลมทิ่มแทงกลางอกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
“ต่อให้คุณไม่รักเอย แต่ตอนนี้คุณก็ควรให้เกียรติเอยในฐานะเมีย และแม่ของลูกคุณ!”