เลี้ยงขอบคุณ หลังจากเดินออกมาได้สักพัก หลันอันฉีจึงได้เอ่ยขอบคุณเขา “คุณชายรองหานขอบคุณมากเลยนะเจ้าคะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” หญิงสาวยิ้มอย่างเขินอาย นี่แหละคือคนที่นางจะฝากชีวิตไว้ด้วย แต่จะว่าไป เขาก็ปากร้ายใช่ย่อยเหมือนกันนะ หากนางเป็นฝูเจาโหลว ป่านนี้นางคงจะมุดดินหนีไปแล้ว “คนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจปานนั้น” เขายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เขาจะยืนมองนางถูกรังแกได้อย่างไร “หากมิได้ท่านก็ไม่รู้ว่าป่านนี้ข้าจะเป็นเช่นไร” อันฉีมีสีหน้าที่เศร้าลง เรียกความสงสารจากอีกฝ่ายได้ไม่น้อย นี่มิใช่ว่าตรงกับคำกล่าวที่ว่า วีรบุรุษช่วยสาวงามหรอกหรือ ยิ่งเขาสงสารและเห็นใจนางมากเพียงใด วันหน้าก็จะยิ่งทำหลายสิ่งได้ง่ายขึ้นเท่านั้น “หากข้าไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือ ย่อมมีคนช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน ดูสิเจ้าน่ารักน่าเอ็นดูเพียงนี้ ผู้ใดจะปล่อยให้เจ้าได้รับบาดเจ็บได้” เขายื่นมือไปลูบหัวของคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู ยิ

