เดี๋ยวข้าจะเลือกฮูหยินให้ท่านเอง
แม้หลันอันฉีจะถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยหลายต่อหลายครั้ง แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ ยังคงไปหาเขาที่จวนอยู่บ่อย ๆ ได้พบบ้าง ไม่ได้พบบ้าง แล้วแต่โอกาส
“พี่ชายเจ้านี่ช่างจริง ๆ เลย ข้าเอาอกเอาใจปานนี้ ยังทำตัวเฉยชาต่อข้าได้”
“หรือเจ้าอยากให้เขาสนใจเจ้าเล่า” ซีฮันหัวเราะออกมาน้อย ๆ
“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว นี่ก็เป็นไปตามแผนแล้วมิใช่หรือ ตอนนี้ก็เหลือเพียงอย่างเดียว คือหาสตรีที่ถูกใจพี่ชายของเจ้า” ตอนนี้นางยังมองหาคนที่จะถูกใจเขามิได้เลย เมืองหลวงแห่งนี้ไม่มีสตรีใดที่โดดเด่นเลยหรือ
“แต่ช่างหายากยิ่งนัก” หญิงสาวถอนหายใจอย่างปลงตก
“เจ้าลองมองหาดี ๆ เมืองหลวงยังมีสตรีอีกหลายคน” แต่ก่อน นางยังไม่ถึงวัยที่จะออกไปร่วมงานเลี้ยงได้ จึงไม่ค่อยได้รู้จักสตรีจวนอื่น หากมองดี ๆ นางอาจจะพบคนที่นางต้องการ
“เช่นนั้น อีกห้าวันจะมีงานเลี้ยงที่จวนสกุลชุน เราก็ไปเลือกหาภรรยาดี ๆ ให้พี่ชายเจ้าสักคนดีหรือไม่” สกุลชุนถือเป็นตระกูลใหญ่ต้องมีคนที่มาร่วมงานมากหน้าหลายตา เหมาะสมที่จะมองหาสตรีดี ๆ สักคนให้เขา
“ได้” ช่วงนี้เขายังมีเวลา เพราะกำลังรอสอบเข้าราชสำนัก หากเขาสอบได้แล้ว คงไม่มีเวลามาทำเรื่องวุ่นวายเช่นนี้กับนางอีก
“ดี เช่นนั้นก็เจอกันวันนั้นเลย” หลายวันนี้ นางคงจะไม่มาที่นี่สักพัก นางเหนื่อยที่จะต้องมาแสร้งเอาใจเขาแล้ว ขอหยุดพักสักหลายวันหน่อย
“จะไม่มาที่นี่แล้วหรือ” เขาถามอย่างแปลกใจ เพราะที่ผ่านมานางขยันมาที่จวนของเขาเสียเหลือเกิน
“ใช่ เหนื่อยแล้ว ขอพักเสียหน่อย” นางบอกไปตามจริง จะให้นางมาเอาอกเอาใจเขาทุกวันก็ไม่ไหว
“ได้ เช่นนั้นก็เจอกันวันงานเลี้ยงสกุลชุนเลย” เขาเห็นความพยายามของนางก็อดที่จะเห็นใจไม่ได้ พี่ชายของเขาก็ไม่ได้สนใจนางจริง ๆ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเหตุใดป่านนี้จึงยังไม่เอ่ยปากเรื่องแต่งงานครั้งนี้เสียที หากให้อันฉีเอ่ยปากเรื่องนี้ก่อน ผลลัพธ์จะต่างออกไป การแต่งงานต้องเชื่อฟังบิดามารดา สตรีสมัยนี้ไม่มีสิทธิทำตามใจตนเอง ยิ่งนางเป็นคนที่เชื่อฟังมาตลอด ยิ่งยากที่จะต่อต้าน
“อืม ข้ากลับก่อน วันหน้าจะนำขนมที่ทำเองมาฝาก” ช่วงนี้มารดาของนางเคี่ยวกรำนางเรื่องเข้าครัวเป็นอย่างมาก เพราะอีกฝ่ายชอบทำอาหารและขนม จึงอยากที่จะให้นางฝึกเรื่องพวกนี้เอาไว้ด้วย
“ได้ ๆ ข้าจะตั้งตารอ” เขาเองก็อยากชิมฝีมือของนางเหมือนกัน ว่าจะสู้ของมารดาได้หรือไม่ แต่เขาคิดว่าก็คงไม่ต่างกันเท่าใดเพราะมารดาของนางสอนเองทุกขั้นตอน วันหน้า หากเขาอยากกินอันใดก็ขอให้นางทำให้ ไม่ต้องไปรบกวนมารดาของนางอีก
หวังซานซวินนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ทว่าคิ้วของเขาขมวดอยู่ตลอดเวลา
“นายน้อย มีคนมาหาขอรับ” คนที่เฝ้าประตูเข้ามาแจ้ง
“นางมาแล้วหรือ” เขาถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง ช่วงนี้คนที่จะมาหาเขา มีเพียงนางคนเดียว
“เปล่าขอรับ เป็นรองแม่ทัพเฉิน”
“ให้เข้ามา” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย นี่ก็สองวันแล้วที่นางไม่ได้มาพบเขา
หวังซานซวินพยายามลืมสตรีที่ทำให้เขาวุ่นวายใจ แล้วกลับมาสนใจงานตรงหน้า แล้วคุยเรื่องสำคัญกับรองแม่ทัพคู่ใจตรงหน้า
“พี่ใหญ่ ท่านจะไปร่วมงานสกุลชุนหรือไม่” ซีฮันมาถามพี่ชายด้วยตนเอง อันฉีกำชับเขาผ่านจดหมายมาว่า จะต้องพาเขาไปให้ได้
“ทำไม” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ หลายวันมานี้ คนที่ชอบเข้ามาวุ่นวายกับเขา หายหน้าหายตาไปเลย ไม่รู้ว่านางหายไปทำอันใด
“ฉีเอ๋อร์อยากรู้ว่าท่านจะไปหรือไม่ นางอยากพบหน้าท่าน” เขาโกหกออกไป นางน่ะหรือจะคิดถึงพี่ชายของเขา นางออกจะชอบใจด้วยซ้ำ ที่ไม่ต้องมาพบหน้าเขาเหมือนทุกวัน
หวังซานซวินชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินชื่อของคนที่เข้ามาวุ่นวายในหัวของเขาหลายวันนี้ หากนางอยากพบเขาจริง นางก็ต้องมาหาเขาที่จวนแล้ว
“ไป”
“เช่นนั้นเราก็ไปกันเถิด นี่ก็สายแล้ว” ซีฮันเข้ามาลากตัวพี่ชายให้ออกไปพร้อมกัน เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ เพราะไม่ง่ายเลยที่พี่ชายจะยอมไปร่วมงานเช่นนี้
เมื่อมาถึงงานก็พบคนร่างบางนั่งอยู่ก่อนแล้ว นางดูสบายอกสบายใจยิ่งนัก ต่างจากเขาที่เอาแต่คิดถึงเรื่องของนางอยู่ตลอด
“พี่ซานซวิน พี่ซีฮัน” อันฉีลุกขึ้นทักทายคนทั้งสอง
“นั่งเถิด ๆ อย่าได้มากพิธี” ซีฮันกล่าวแล้วรีบไปประคองนางให้นั่งลงด้วยความเคยชิน
ทำให้คนร่างโตที่มองอยู่ขมวดคิ้วในทันที เขารู้ว่าทั้งสองเล่นด้วยกันบ่อย ๆ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทั้งสองจะสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ ถึงขนาดถูกเนื้อต้องตัวกันต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
“พี่ซานซวินกินนี่สิเจ้าคะ น่าจะถูกปาก” อันฉีทำตัวปกติ เอาอกเอาใจเขาเหมือนที่ผ่านมา แม้อาหารที่นางคีบให้ เขาจะไม่แตะต้องเลยสักนิด แต่นางก็ไม่ละความพยายาม คอยคีบอาหารให้เขาอยู่ตลอด
‘จะกินหรือไม่ก็ช่าง แต่ข้าจะคีบให้’ หญิงสาวบ่นในใจแต่ก็ยังคงคอยเอาอกเอาใจเขา เมื่อสุราหมดก็รินให้ทันที
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนั่งนิ่ง จึงได้มองไปรอบ ๆ เพื่อหาคนที่จะสามารถเรียกความสนใจจากคนร่างโตที่นั่งหน้านิ่งอยู่
จนนางไปสะดุดตากับสตรีนางหนึ่งที่มีใบหน้างดงาม ท่าทางกิริยางดงามสมกับเป็นบุตรีชนชั้นสูง
“สตรีผู้นั้นคือบุตรสาวตระกูลใดหรือ” อันฉีเอนกายไปกระซิบถามซีฮัน
ซีฮันมองไปตามสายตาของสหายก็พบเข้ากับสตรีที่มีใบหน้างดงาม “คุณหนูสือฟางเซียน สตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวง บุตรสาวรองเจ้ากรมโยธา ไม่นานบิดาของนางก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้ากรมโยธา ฐานะไม่ด้อย”
“ที่แท้ก็คุณหนูสามสือ งดงามสมคำร่ำลือ เฉลียวฉลาด นี่แหละเหมาะที่จะเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า” ในที่สุดนางก็หาคนที่เหมาะสมกับเขาได้ จากนี้ก็เหลือเพียงทำให้ทั้งสองถูกตาต้องใจกันก็พอ และนางเชื่อว่านางสามารถทำได้
ซานซวินมองสองคนที่กระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้านิ่งขรึม คุยอันใดกันต้องใกล้ชิดกันขนาดนี้เลยหรือ