เรื่อง - ย้อนเวลามาเป็นของเล่นให้ท่านอ๋อง
'เวินซีอิ๋น' เซียนกระรอกน้อย อายุ3,000ปี ที่พยายามลงไปผ่านด่านเคราะห์รักที่โลกมนุษย์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก่อนที่เธอจะผ่านด่าน เธอกลับต้องมีเหตุให้เสียชีวิตก่อนผ่านด่านทุกครั้งจนน่าประหลาด
และเพราะครั้งนี้เธอจะไม่ยอมที่จะเสียเวลาเปล่า เธอที่ลงไปในโลกมนุษย์ในชื่อของ 'ต๋าวจาวอิ๋น' ลูกสาวแม่ทัพใหญ่ที่ถูกส่งเข้าไปเป็นฮูหยินของจวิ้นอ๋องได้เสียชีวิตลงเพราะยาพิษจากวิชาลับ
ก่อนที่กายหยาบของเธอในโลกมนุษย์จะถูกทำลาย เซียนกระรอกน้อยจึงตัดสินใจผิดกฏสวรรค์โดดเข้าประตูด่านเคราะห์เพื่อกลับค้นหาความจริง และครั้งนี้เธอจะต้องผ่านด่านเคราะห์รักโดยใช้จวิ้นอ๋องท่านนี้เป็นผู้ช่วยผ่านด่านให้ได้
"อื้อ จวิ้นอ๋องข้ารู้สึก.."
จุ๊บ! แจ๊ะ!
"แม่นาง..จุ๊บ!รู้สึกเช่นใด"
"ข..ข้า รู้สึกแปลก ๆ เจ้าค่ะ"
"แล้วมันดีหรือไม่ หืม"
"ดี..ดีมาก ท่านสัมผัสจุดนั้นให้รุนแรงกว่านี้ได้หรือไม่"
"สำหรับฮูหยินของข้า ย่อมได้อยู่แล้ว"
ตอนที่ 1
"เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ ใครทำคุณหนู" บ่าวรับใช้ร้องไห้ราวกับจะขาดใจเสียให้ได้เมื่อพบว่า ต๋าวจาวอิ๋น คุณหนูตระกูลขุนนางที่เพิ่งเข้ามาในจวนของจวิ้นอ๋องผู้เสเพล นอนบนเตียงที่มีเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจ "เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร"
"ข้าไม่รู้ ข้าเรียกคุณหนูนานมากเห็นไม่เปิดประตู ข้าเข้ามาคุณหนูก็เป็นเช่นนี้แล้ว" บ่าวรับใช้อีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ครานี้ทั้งจวนมีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของบ่าวรับใช้ “ข้าให้คนไปตามหมอหลวงแล้ว”
“คุณหนู คุณหนูเจ้าขา”
คันฉ่องส่องอดีตเปิดภาพเหตุการณ์ของการเสียชีวิตขอหญิงสาวที่เพิ่งถูกส่งเข้าจวนไปปรนนิบัติจวิ้นอ๋องที่มีชื่อเสียงที่เสื่อมเสีย ทั่วแคว้นต่างรู้ว่าจวิ้นอ๋องท่านนี้ฝักใฝ่ในกาม ไม่สนราชกิจ แต่ยังมิทันจะได้ปรนเปรอ แม่นางต๋าวจาวอิ๋นก็ถูกคนรับใช้ในจวนวางยาพิษเสียก่อน
“เวินซีอิ๋น การลงไปผ่านด่านเคราะห์ของเจ้ารอบนี้ ช่างน่าเศร้าเสียจริง” สหายเซียนสนิทอย่างเทพแห่งจันทราเอ่ยขึ้นหลังจากส่องคันฉ่องนั้น
“ก็ธรรมดาทั่วไป มิได้สำคัญอันใดกับข้าสักเท่าไหร่”
“จริงหรือ” เทพเซียนแห่งจันทรายังคงถามเธออย่างขบขัน เพราะทั้งคู่นั้นคบกันเป็นสหายมามากกว่าสามพันปี มีหรือจะไม่รู้นิสัยของกันและกัน “เจ้าเสียดายที่ผ่านด่านเคราะห์ไม่สำเร็จใช่หรือไม่”
“เทพแห่งจันทราอย่างเจ้า ไม่ไปวางเดือนวางดาวหรือ”
“เจ้านี่นะ! ข้ารู้แล้วไว้พบกันยามเฉินที่เรือนบุพผา” เธอตบไหล่เวินซีอิ๋นเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินไปที่ลานแห่งจันทราที่เป็นหน้าที่ของเธอ “ไว้พบกัน”
เวินซีอิ๋นมองด้านหลังของสหายสนิทจนเธอเดินไปจนลับสายตา หันมามองที่คันฉ่องส่องอดีตที่ฉายภาพที่เธอลงไปผ่านด่านเคราะห์ครั้งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หรือมีใครคอยขัดการผ่านด่านเคราะห์ของข้ากันนะ”
“อุ๊ย!นี่มันเซียนกระรอกน้อยนี่นา เห็นว่าไปผ่านด่านเคราะห์มาเป็นอย่างไรบ้าง” เซียนหงส์หยกเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรมากนัก “ทำหน้าแบบนี้ ไม่ผ่านด่านเคราะห์ละสิ..ก็อย่างว่าแหละนะ เซียนชั้นล่างที่บำเพ็ญตบะไม่ถึง อายุแค่สามพันปีอยากลงไปผ่านด่านเคราะห์ก็ยากหน่อยนะ”
“ไม่ใช่เรื่องของท่าน”
“ไม่เอา..อย่าอารมณ์เสียไปเลย ข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่น” เธอพูดแล้วเดินจากไปอย่างผู้ถือชัยชนะ
นี่อาจจะไม่ใช่การผ่านด่านเคราะห์ธรรมดา เพราะนี่คือครั้งที่สามที่เธอลงไปผ่านด่านเคราะห์รักที่โลกมนุษย์ แต่ยังไม่ทันได้รักเธอก็ต้องมีเหตุให้เสียชีวิตอย่างปริศนา เวินซีอิ๋นเดินใช้ความคิดเพียงเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังประตูผ่านด่านเคราะห์
“ท่านเซียน” ยามเฝ้าประตูด่านเคราะห์กล่าวทักทายเมื่อเห็นเซียนน้อยอย่างเธอกลับมาที่ประตูนี้อีกครั้ง ในเวลาไม่กี่ชั่วยาม “ท่านมาอีกทำไมหรือ”
“ข้าต้องการไปผ่านด่านเคราะห์” เธอตอบอย่างไม่ได้สนใจนัก สายตามองไปยังประตูที่อยู่ด้านหลังของยามเฝ้าประตู
“ตอนนี้ยังไม่ได้ หากท่านต้องการผ่านด่านเคราะห์ท่านมาใหม่ยามซื่อเถิด”
“ยามซื่อนานเกินไป..หากข้าไม่ลงไปตอนนี้ร่างแม่นางต๋าวคงจะไม่อยู่แล้ว”
“ไม่ได้ ท่านเซียนน้อยกลับไปเถิด” ยามทั้งสองปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้เธอได้ลงไป หากเป็นเช่นนี้กายเนื้อที่โลกมนุษย์ของเธอต้องถูกทำพิธีเป็นแน่
“แต่ข้า..” เธอยังไม่ทันได้กล่าวจบ ร่างกายของยามเฝ้าประตูด่านเคราะห์ทั้งสองยืนหลับตาสนิทราวกับคนที่กำลังหลับใหลอย่างไรอย่างนั้น “เกิดอะไรขึ้น”
เธอหันซ้ายหันขวามองหาสาเหตุ แต่ก็ไร้ซึ่งใครอื่นในบริเวณนั้น เวินซีอิ๋นไม่รอช้าเธอเดินเข้าไปใกล้น้ำลืมเลือนเดิมทีเธอตั้งใจจะดื่มก่อนลงไปโลกมนุษย์ แต่เพราะเธอเองอยากจะสืบหาคนที่มาขัดการผ่านด่านเคราะห์ของเธอ เวินซีอิ๋นจึงเลือกที่จะไม่ดื่มมันแล้วกระโดดเข้าไปในประตูเคราะห์ทั้งอย่างนั้น