ตอนที่ 19 แม้กระทั่งชีวิตก็ยินยอมที่จะชดใช้

1981 Words
เตชินทร์ค่อยๆลืมตาขึ้น เขารู้สึกปวดหัวอย่างมากเพราะอาการไข้ เนื่องจากการตากฝนในตอนกลางดึกที่ผ่านมา เตชินทร์ยกมือขึ้นมากุมศรีษะของเขา และค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ เขามองไปรอบๆและคิดว่ามานอนโรงพยาบาลได้อย่างไร มองไปที่แขนก็มีสายน้ำเกลือติดอยู่ ทุกอย่างดูว่างเปล่าเขาหมดสติไปได้ยังไงนะ เตชินทร์ยกมือขึ้นมากุมศรีษะของตัวเอง ไม่ได้ เขาจะมานอนแบบนี้ไม่ได้ต้องรีบลุกขึ้นเขาจะต้องรีบไปหามิ้นท์ แต่พอจะลุกขึ้นกลับเซถลาจะล้มเขาจึงรีบคว้าขอบเตียงเพื่อทรงตัวและค่อยๆยืนขึ้นอีกครั้งอย่างทรมาน เตชินทร์ยิ้มออกมาน้อยๆพร้อมกับน้ำตา นี่สินะความโดดเดี่ยวมองไปทางไหนก็ไม่มีใครเลยสักคน มิ้นท์คงทรมานแบบนี้สินะ เขาคิดได้และรู้สึกรักและคิดถึงเธอมากขึ้นเป็นสองเท่า ตอนนี้เขาอยากจะชดใช้วันเวลาทั้งหมดที่ผ่านมาให้กับเธออย่างไม่รู้ว่าจะชดใช้พอหรือไม่ เตชินทร์ค่อยๆนั่งลงเพราะรู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาเขาจะต้องรีบหายเร็วๆเพื่อจะต้องกลับไปตามเธอกลับมาให้ได้ เขาจะต้องไปสืบว่า เธอแต่งงานไปแล้วหรือยัง ถ้าแต่งงานมีความสุขไปแล้วทำไมสีหน้ายังดูเศร้าอยู่เลย เขาค่อยๆนอนลงและครุ่นคิดถึงแต่เธอ ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเพราะทานยาลงไป ...... มิ้นท์นั่งอยู่หน้าเคาท์เตอร์กาแฟ เธอกำลังนั่งคิดและเหม่อลอย เตชินทร์มาคนเดียวแล้วน้ำอิงล่ะหายไปไหน จริงๆแล้วเขากับน้ำอิงน่าจะแต่งงานกันไปแล้วนี่ก็ห้าปีแล้ว ทำไมเตชินทร์จึงกลับมาหาเธออีก "คิดอะไรอยู่?" หมอณัฐเดินเข้ามาถามเธอขึ้น และนั่งลงข้างๆ มิ้นท์สะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปมองณัฐวัฒน์ที่เดินเข้ามานั่งประจันหน้ากับเธอ "คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ" เธอตอบออกไปอย่างเนือยๆ "เรื่องผู้ชายที่หมดสติที่ร้านวันนี้หรือเปล่า?" หมอณัฐถามออกมาเพราะดูแล้วท่าทางเธอจะเป็นห่วงเขามากกว่าลูกค้าปกติ "อ่ะอ่อ..ไม่นี่คะ..ก็ลูกค้าปกติ" มิ้นท์ตอบออกไปด้วยคำพูดตะกุกตะกัก "มิ้นท์หากมีอะไรต้องการให้ผมช่วยบอกได้ตลอดนะ..ผมช่วยคุณได้ทุกอย่าง" หมอณัฐหันหน้ามาสบตาของเธอแล้วจับมือของเธอแน่นและพูดขึ้น "ผู้ชายคนนั้นเกี่ยวข้องกับน้องมาร์คใช่มั้ย?" หมอณัฐถามเธอขึ้นมาเพราะแววตาเศร้าสร้อยของเธอนั้นมันบ่งบอกว่าเธอนั้นกังวลมาก มิ้นท์ก้มหน้าลงหลบสายตาของเขา "ผมรู้..ว่าคุณลำบากใจแต่ผมก็อยากจะช่วยคุณและอยู่ข้างๆคุณไม่อยากให้เกรงใจกันอีก" ณัฐวัฒน์พูดออกมาเพราะเขาก็ชอบพอและไปมาหาสู่กับเธอตลอด แต่ความดีที่เขามอบให้กับทำให้เธอคิดกับเขาแค่เพื่อนที่ดีคนหนึ่ง พร้อมกับมีเรื่องที่เก็บงำไว้ในใจมากมาย แต่ยังไงเขาก็ยินดีจะรอ สายตาที่อ่อนโยนถูกส่งมาให้เธอที่กำลังก้มหน้าคิดอะไรบางอย่าง และเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา เธอรู้สึกดีใจที่ได้รู้จักคนดีๆอย่างหมอณัฐ แต่ใจของเธอยังยึดติดกับเตชินทร์ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดเขา ทั้งๆที่หัวใจบอกว่าลืมเขาไปหมดแล้ว แต่แค่ได้พบเขาอีกครั้งมันก็ยังผูกพันธ์อยู่แต่กับเขา แม้จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แต่ก็มิอาจจะลบเขาออกจากใจได้จริงๆ น้ำตาไหลลงมาเพราะไม่สามารถอดกลั้นได้อีก มิ้นท์รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตา ต่อหน้าณัฐวัฒน์ "หมอณัฐคะ ฉันขอบคุณที่ผ่านมาคุณอยู่คอยช่วยเหลือฉันและลูก หากไม่มีคุณเราสองแม่ลูกคงแย่เช่นกัน" มิ้นท์อยากจะพูดความในใจนี้ออกมานานมากแล้ว หากไม่มีหมอณัฐเธอกับลูกก็คงอยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่จะให้เปลี่ยนความรู้สึกมันไม่ได้จริงๆ เธอยังรักเตชินทร์ฝังใจไปแล้ว เธอรับได้แค่ความหวังดีกับเขาเพียงเท่านั้น มากกว่านั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะในใจของเธอจนถึงตอนนี้ยังคิดถึงเเต่เตชินทร์เท่านั้น แม้เขาจะทำให้เธอเจ็บปวดใจทรมานใจมากแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถสลัดเขาออกจากใจได้แม้เพียงแต่วินาทีเดียว หมอณัฐ ยิ้มแห้งๆออกมา เขารู้สึกชอบเธอมานานแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจรับให้ได้ เธอปฏิเสธเขาออกมาแบบนี้เขาก็พอจะรู้ดีอยู่ เขายิ้มแห้งๆออกมา และถอนหายใจแม้ว่ามิ้นท์จะคิดกับเขาแค่เพื่อน แต่ถึงยังไงเขาก็จะไม่เปลี่ยนความหวังดีที่มีต่อเธออย่างแน่นอน "เอาล่ะ ผมมานานแล้วถ้างั้นผมกลับก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย อ่อ..ผู้ชายคนนั้นไข้สูงมาก ไม่มีคนดูแลเขาเลย" หมอณัฐตบไหล่ของมิ้นท์เบาๆพร้อมกับยิ้มน้อยๆปกปิดความเจ็บไว้ภายในใจ เขาเดินออกไปในทันที มิ้นท์รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก และคิดถึงเตชินทร์ขึ้นมา ป่านนี้ใครจะดูแลเขานะ คิดได้มิ้นท์รีบออกไปที่โรงพยาบาลทันทีพลางกับคิดว่าใจเอ๋ยใจ ใจไม่เคยจำกับความเจ็บที่ผ่านมาได้เลย แม้ต้องเจ็บอีกสักร้อยครั้งเธอก็จะยอมรับมันแต่โดยดี เธอเข้ามาและติดต่อสอบถาม เมื่อรู้ว่าอยู่ห้องไหนเธอก็เดินเข้ามา และหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของเขาพร้อมลอบมองผ่านกระจกบานเล็กที่มองเข้าไปเห็นเพียงแค่แผ่นหลังเพราะเขานอนตะแคงหันหน้าออกไปอีกด้าน มิ้นท์มองดูเขาอยู่สักครู่ก็คิดว่าควรจะกลับได้แล้วเขาคงไม่เป็นอะไรมากเธอจึงเดินออกไปสวนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมแว่นตาดำเดินผ่านเธอมา ความรู้สึกคุ้นเคยทำให้เธอมองผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่วางตา ผู้หญิงคนนั้นหันมามามองมิ้นท์แล้วยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินผ่านไป น้ำอิงเธอคงตามมาดูแลสามีของเธอ มิ้นท์รู้สึกปวดใจขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเป็นอย่างนั้น เธอควรอยู่ห่างเตชินทร์ให้มากขึ้น มิ้นท์รีบขึ้นแท็กซี่กลับไปอย่างรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง ....... มิ้นท์เปิดประตูเข้ามายังห้องของเตชินทร์ เขาพลิกตัวกลับมาเพื่อมองว่าใครเข้ามา เขาเบิกตากว้าง น้ำอิงแอบตามเขามา แต่เขาก็พยายามทำใจให้สงบ "เตชินทร์คุณมาป่วยอยู่ไกลเกินไปมั้ย? " น้ำอิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเต็มไปด้วยแผนการ "คุณมาทำไม? " เขาถามออกมาห้วนๆ "เตชินทร์..ฉันก็มาด้วยเหตุผลเดียวกับคุณนั้นล่ะ คุณมาตามหาใครฉันก็มาตามหาคนนั้นนั่นล่ะ" น้ำอิงพูดขึ้น เตชินทร์รู้สึกโมโหตาขวางขึ้นมา เรี่ยวแรงที่ไม่มีกลับฝืนลุกขึ้นมาทันที "คุณอย่ายุ่งกับเธอนะ..ออกไปให้พ้นพวกเราเสียที" เขาพูดออกมาทั้งยังเหนื่อยหอบ "ไม่ยุ่งได้ยังไงเตชินทร์ มันทำร้ายชีวิตเราสองคนนะ ถ้าไม่มีมันเรื่องทั้งหมดคงไม่เป็นแบบนี้" น้ำอิงพูดออกมาพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดตัวไปจุ่มน้ำและบิดหมาดๆ "ผิดแล้วน้ำอิง ถ้าไม่มีมิ้นท์ผมก็คงไม่รู้ธาตุแท้ของคุณเช่นกัน" เขาพูดขึ้นอีกครั้ง "ฮ่ะๆๆ เตชินทร์ คุณแน่ใจหรือว่ามิ้นท์จะยอมรับคุณได้อีก" น้ำอิงพูดขึ้นมาอีกพร้อมน้ำเสียงเย้ยหยัน "ยอมรับไม่ยอมรับผมไม่สนใจแต่คุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง..อย่ามายุ่ง" เตชินทร์ดึงผ้าจากมือของน้ำอิงแล้วปาลงพื้น "จะไม่ยุ่งได้ยังไง ในเมื่อมันทำร้ายความรักของฉันกับคุณ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะมันเป็นคนเริ่ม เตชินทร์นอกจากมิ้นท์แล้วคุณก็เป็นอีกคนที่ทำร้ายจิตใจของฉัน" น้ำอิงพูดขึ้นพร้อมกับถอดแว่นทำให้เขาได้เห็นแววตาของน้ำอิงที่เต็มไปด้วยความแค้น ไม่ต่างกับเขาเมื่อห้าปีก่อนนั้นเช่นกัน ผ่านมาตั้งห้าปี น้ำอิงไม่เคยลดละความพยามจะราวีเขาและมิ้นท์เลยเช่นกัน ไฟแค้นของเขาและมิ้นท์ได้จบลงไปแล้ว ตอนนี้น้ำอิงกลับจุดมันขึ้นมาในใจของเธออีกครั้ง แทนที่เธอจะกลับไปหาสามีของเธอ แต่กลับมาเพื่อแก้แค้นมิ้นท์ และตอนนี้ก็มีเขาที่ต้องตกเป็นจำเลยของน้ำอิงอีกเช่นกัน เตชินทร์ไม่พูดสิ่งใดออกมาอีก เขานิ่งเพราะไม่อยากจะคุยกับเธออีกแล้ว "เย็นชาเหรอ..ดี..ถ้าฉันไม่มีความสุข คุณก็อย่าหวังว่าลูกเมียคุณจะมีความสุขเลย ฉันจะทำลายครอบครัวของคุณให้พังพินาศ เหมือนกับที่มันและคุณทำกับฉันไว้ในครั้งนี้ ดูสิ..ลูกของคุณน่ารักก็จริง หากฉันจัดการเขาทิ้งซะคุณกับมิ้นท์จะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเคยได้รับบ้าง" น้ำอิงพูดออกมาเพราะความแค้นในใจที่มีมานาน เธอหยิบปืนจากในกระเป๋าขึ้นมาพร้อมกลับพลิกไปมาต่อหน้าเตชินทร์ เขาเบิกตากว้างเพร้อมกับรู้สึกตกใจที่น้ำอิงพูดว่า มิ้นท์กับเขามีลูกด้วยกัน "อะไรนะ..มิ้นท์มีลูกกับผม " เตชินทร์รู้สึกมึนงงสับสนกับคำพูดของน้ำอิง แสดงว่าเด็กคนนั้น.. เตชินทร์รู้สึกดีใจขึ้นมา แต่ก็ดีใจได้ไม่นานก็ต้องหันไปมองปืนที่มือของน้ำอิง หากเป็นเรื่องจริงมิ้นท์คงเลี้ยงลูกมาอย่างลำบากแน่ๆเขานี่มันทำเลวกับเธอไว้จริงๆ ไม่ได้ เขาจะต้องรีบออกไปจากโรงพยาบาลแห่งนี้ก่อนที่น้ำอิงจะพบตัวเธอ น้ำอิงยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็นเหมือนรู้ว่าเขาจะทำอะไร "ไม่ต้องรีบหรอกเตชินทร์ มิ้นท์มาที่นี่แล้ว ฉันเจอเธอแล้ว แต่ต่อไปไม่แน่ว่าคุณจะได้พบเธออีกรึปล่าวนะ ฮ่าๆๆ" พูดจบน้ำอิงก็เปิดประตูเดินออกไปพร้อมส่งสายตาเยาะเย้ยเขา ที่น้ำอิงพูดออกมาแบบนั้นเธอต้องทำอะไรไม่ดีต่อมิ้นท์อีกแน่ๆ เตชินทร์รู้สึกใจไม่ดีเขารีบกดออดเรียกหมอมาในทันที เตชินทร์คิดว่าที่มิ้นท์มาหาเขา เธอยังรักเขาอยู่ แต่ว่าหากทุกอย่างเป็นเรื่องจริงอย่างที่น้ำอิงพูดเขาก็คงอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้ มิ้นท์ ผมอยากจะขอโทษคุณที่ทำให้ชีวิตของคุณทั้งหมดต้องพังพินาศจนคุณหมดสิ้นซึ่งอิสระภาพและชวิตที่ดี ต่อจากนี้ แม้ผมจะต้องแลกด้วยชีวิตของผม ผมก็ยอมหากจะเป็นการได้ไถ่โทษให้คุณ ผมยอม.." เตชินทร์พูดออกมาด้วยแววตาที่แน่วแน่ ทั้งหมดชีวิตนี้เขารักใครอีกไม่ได้แล้ว ชีวิตของเขาเป็นของมิ้นท์แค่คนเดียวเพียงเท่านั้น จบตอนที่ 19
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD