ตอนที่ 7 ไม่เหลือใครให้พึ่งพา

1934 Words
เตชินทร์ที่นั่งกอดมิ้นท์ ตอนนี้เธอนั้นคลั่งอย่างคนบ้า เธอเอาแต่กรีดร้องและจะวิ่งออกนอกรถไปหาพ่อของเธอจนหมดสติไปในอ้อมกอดของเขา เตชินทร์ไม่รอช้ารีบขับรถกลับไปที่บ้านทันที เขาอุ้มมิ้นท์ไปที่ห้องของเธอแล้วให้คนมาดูแล ไม่นาน เธอก็รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเเล้วลุกขึ้นอย่างไว จากนั้นรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อที่จะต้องรีบไปหาพ่อของเธอ เตชินทร์ที่เห็นเธอเป็นแบบนี้ อยู่ๆ ก็นึกสงสารเธอขึ้นมาในใจ แต่แล้วจิตใต้สำนึกก็บอกเขาขึ้นมาอีกว่าเธอสมควรแล้วที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เขารีบวิ่งเข้าไปขวางเธอและจับตัวของเธอไว้ "มิ้นท์ คุณมีสติหน่อย พ่อของคุณ ตายไปแล้ว!" เขาตั้งใจพูดตอกย้ำมิ้นท์ขึ้นมา "ไม่จริงงงง! พ่อของฉันจะกลับมาหาฉัน พ่อของฉันจะไม่ทิ้งฉันคุณเกลียดฉันคุณโกหก กรี๊ดดดด!" มิ้นท์ขาดสติเหมือนคนบ้า ทั้งบ้านต่างพากันช่วยจับเธอขึ้นไปบนห้องแล้วเชิญหมอมาฉีดยานอนหลับให้เธอ ในเวลาต่อมาเธอฟื้นขึ้นมาน้ำตาของเธอไหลรินไม่มีการโวยวายใดๆ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "ลุงสุขุมคะ ศพพ่อฉันอยู่ที่ไหน? " มิ้นท์ถามพ่อบ้านขึ้นมา "เอ่อ คุณหนู " "ฉันถามว่าศพ พ่อฉันอยู่ที่ไหน!"มิ้นท์กระแทกเสียง " ยะอยู่ ที่โรงพยาบาล S ครับ" ลุงสุขมตอบบอกไป "เตรียมรถ ฉันจะไปดูพ่อของฉัน!" มิ้นท์พูดขึ้น "ครับ" ลุงสุขุมขัดไม่ได้ มิ้นท์แต่งตัวเดินลงมาอย่างสงบ "เอากุญแจรถมา ลุงสุขม" มิ้นท์สีหน้านิ่งเรียบขอกุญแจรถกับพ่อบ้าน "คะครับ" ลุงสุขุมกำลังจะยื่นกุญแจรถให้กับมิ้นท์ แต่แล้วก็มีมือของเตชินทร์ยื่นมาหยิบกุญแจไว้ได้ทัน "ผมจะพาคุณไปดูพ่อของคุณเอง เป็นโอกาสสุดท้ายในการร่ำลาด้วย เพราะพรุ่งนี้ต้องทำพิธีแล้ว " มิ้นท์ไม่พูดอะไรเพียงแค่เธอเดินนำหน้าเขาออกไปแบบคนหมดเรี่ยวแรง ตอนนี้ในหัวของเธอว่างเปล่าไปหมด ไม่ได้คิดถึงเรื่องอะไรอีกแล้ว แค่ตอนนี้เธอก็โดดเดี่ยวจนไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครได้อีก มิ้นท์มาดูศพพ่อของเธอ และน้ำตาของเธอไหลออกมา ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เธออ่อนแอที่สุดต่อจากนี้เธอไม่มีใครเป็นที่พึ่งทางกายและทางใจให้เธอได้อีกแล้ว น้ำตาของเธอไหลออกมาชีวิตของเธอไร้คนเหลียวแลแล้วพ่อของเธอจากไปแล้วชีวิตของเธอจะเป็นเช่นไรต่อไป หลังจากจบจากงานศพของพ่อเธอ มรดกทุกอย่างตกเป็นของเธอทายาทโดยตรงของพ่อเธอ แต่ประสบการณ์ในการบริหารของเธอไม่มีจึงทำให้บริษัทตกอยู่ในสภาวะขาดทุนอย่างหนัก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อบริษัทของเธอใกล้ล้มละลายเพราะการบริหารไม่ได้เรื่องและความเอาแต่ใจของเธอ มิ้นท์รู้สึกเครียดขึ้นมาที่ผลสุดท้ายแล้วบริษัทอาจไม่สามารถไปรอดได้ซึ่งบริษัทนี้พ่อของเธอได้สร้างมันมากับมือความเอาแต่ใจของเธอทำให้ผู้ถือหุ้นถอนทุนออกไปเกือบทั้งหมด มิ้นท์เธอไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรเธอดื่มเหล้าจนมึนเมาแล้วขับรถออกมา บวกกับเธอร้องไห้พร้อมทั้งขับรถออกไป ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ทางข้างหน้าเริ่มมืดมัว เธอมองไม่ค่อยเห็นทาง เพราะอาการมึนเมา และแล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเธอ ตู้ม! ปึ้งง!! เสียงชนดังขึ้นพร้อมกับเสียงเบรครถดังสนั่น มิ้นท์จอดรถแล้วนั่งในนั้นอย่างตกใจเธอขับรถชนคนแต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจว่าคนที่ถูกชนนั้นอยู่ตรงไหนยังมีชีวิตอยู่หรือตายเธอช้อคสุดขีด จนหมดสติไป ในวันต่อมาข่าวการขับรถชนของเธอดังไปทั่วเธอถูกควบคุมตัวเพื่อไปรับโทษ เธอขับรถชนคนแต่ยังโชคดีที่คนคนนั้นไม่ตายแค่บาดเจ็บขาหักแต่โทษหนักที่เธอได้รับนั้นคือเธอเมาแล้วขับขี่ มิ้นท์ลงจากรถของตำรวจเเสงแฟลชจากนักข่าวต่างส่องมาทางเธอ เสียงนักข่าวถามดังจอแจไม่สามารถจับใจความได้เธอต้องโทษจำคุก3ปี ทุกอย่างที่พ่อเธอสร้างขึ้นมาใกล้จบสิ้นหมดแล้ว เธอทำทุกอย่างที่พ่อสร้างมากับมือพังลงหมดทุกอย่าง บริษัทมหาอำนาจในประเทศต้องพังลงไม่เป็นท่า เพราะลูกไร้ความสามารถ สร้างแต่ปัญหา มรดกที่ทิ้งไว้ให้กลับดูแลไม่ได้ จบสิ้นไปทั้งหมดแล้ว มิ้นท์ถูกนำตัวออกมาเพื่อพบกับสามีเธอ เขาหน้านิ่งแล้วเดินมานั่งประจันหน้าเธอ แล้วยื่นเอกสารมาให้สองแผ่น "มิ้นท์..นี่เอกสารมอบอำนาจยกบริษัทของพ่อเธอให้ฉันบริหาร..เซ็นซะ ถึงยังไง บริษัทนี้ก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน" เตชินทร์พูดขึ้น สายตาและใบหน้าที่มองเธอดูไร้อารมณ์และความรู้สึก เขาไม่คิดที่จะช่วยเธอเลยทั้งที่เขาทำได้ นั่นสินะ ผลกรรมที่เขาพูดไว้ มิ้นท์ไม่มีคำพูดใดๆโต้ตอบเขาออกมาสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งผิดพลาดทั้งสิ้นรวมทั้งยื้อแย่งคนที่อยู่ด้านหน้าเธอมาด้วยความรักแบบผิดๆ สุดท้ายเธอต้องเสียทุกอย่างไปอย่างน่าเสียดาย เพราะตัวเองทั้งนั้น ตอนนี้เธอเป็นคนที่ไร้ค่าไปซะแล้วสำหรับเตชินทร์ "ได้..ฉันขอคุณเพียงแค่อย่างเดียว ช่วยรักษาบริษัทของพ่อฉันไว้ด้วย " มิ้นท์เริ่มพูดออกมาด้วยใบหน้าเศร้าหมองไร้ความรู้สึก นี่คงเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายที่เธอจะขอเขาได้ " ได้สิ..เซ็นสิแผ่นนี้ด้วย " เตชินทร์ส่งกระดาษให้อีกแผ่น มิ้นท์ขมวดคิ้วแล้วเงยหน้ามองเตชินทร์ที่ดูแล้วสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีท่าทีห่วงใยเธอแม้สักนิด " นี่คือ.. " มิ้นท์รู้สึกปวดใจขึ้นมาที่เห็นกระดาษอีกแผ่น "ใช่..ใบหย่า เธอควรจะหย่ากับฉันเพราะถ้าหากในบริษัทยังมีชื่อของเธอที่มีคดีติดตัวพวกเขาคงถอนหุ้นกันหมด อีกอย่างที่เธอขอร้องฉันจะดูแลบริษัทของพ่อเธอเอง ฉันรับปาก แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะยื้อไว้ได้ไปอีกนานแค่ไหน แต่ว่าฉันจะทำให้ดีที่สุด..เซ็นซะ ต่อจากนี้เราจะได้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก" เขาพูดขึ้นอย่างไร้เยื่อใย มิ้นท์มองหน้าของเตชินทร์ ดูท่าทางเขาจะพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ ชีวิตของเธอต้องจบสิ้นไปหมดทุกอย่าง เพราะการกระทำของตัวเธอเอง หลังจากวันนี้ เธอไม่ใช่คุณหนูมิ้นท์ เธอไม่ใช่ภรรยาของเขาอีกต่อไป ชีวิตที่แสนล้ำค่าของเธอคงเป็นได้แค่ผู้หญิงขี้คุกคนหนึ่งเท่านั้น มิ้นท์หยิบปากกามาเซ็นเอกสารทั้งหมดแล้วลุกขึ้นเดินออกไป โดยที่ไม่มีคำกล่าวใดๆกับเตชินทร์อีก ต่อจากนี้เธอก็คงเป็นได้แค่ผู้หญิงไร้ค่าเท่านั้น เตชินทร์มองตามหลังเธอไปจนเธอลับตาเขารู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมา ทำไม? เธอไม่ขอร้องอ้อนวอนให้เขาช่วย ช่างหยิ่งยโสเหลือเกินนะมิ้นท์ เตชินทร์เดินออกมาพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมา " ให้คนเข้ามาดูแลเธอข้างในด้วยตามดูเธอตลอดแล้วรายงานผมทุกครั้งจนกว่าเธอจะพ้นโทษ" เตชินทร์สั่งให้คนคอยจับตาดูมิ้นท์ ที่ตอนนี้เขาเป็นอิสระจากเธอ เขาไม่อยากใยดีต่อเธอ แต่ทำไมเขาจึงอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเธอตลอดเวลาที่อยู่ในคุก แต่ถึงอย่างไรต่อจากนี้ทุกสิ่งของเธอ เขาคือผู้กำหนด มิ้นท์ถึงเวลาของฉันบ้างแล้ว แค่นี้..แค่เวลาสามปีที่เธออยู่ในคุก ก็คงไม่อาจชดเชยกับสิ่งที่เธอพรากความรักของเขาไป เตชินทร์คิด เขาเดินยกยิ้มที่มุมปากออกมาแล้วก้าวขาขึ้นรถกลับออกไป ..สามปีผ่านไป.. ถึงเวลาที่มิ้นท์ต้องพ้นโทษ เธอก้าวขาออกมา พร้อมกับกระเป๋าใบเล็กของเธอ เธอมองไปมาเพื่อมองหาคนที่จะมารับเธอ เตชินทร์ ไม่สิเธอหย่ากับเขาแล้วและเขาเกลียดเธอขนาดนั้นคงไม่มีวันมาดูเธออย่างแน่นอน ตอนนี้เธอกลายเป็นคนอื่นสำหรับเขาไปแล้ว สีหน้าเศร้าก่อตัวขึ้น แต่เธอกลับถอนหายใจดังๆ เพื่อกลบความขื่นขมเอาไว้ เธอหยิบบัญชีธนาคารของเธอขึ้นมาเปิด ในนั้นมีตัวเลขของเงินในบัญชีแค่สี่หมื่นบาท เธอคิด ถ้าเป็นสามปีก่อนเงินแค่นี้ยังซื้อรองเท้าที่เธอใส่ไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ช่างมีค่าซะเหลือเกิน เธอเดินออกมาเพื่อจะเรียกแท็กซี่ และจะกลับไปที่บ้านของเธอ เมื่อแท็กซี่มาจอดที่หน้าบ้าน ความตื่นเต้นดีใจที่จะได้กลับบ้านนั้นมันช่างรู้สึกดีเหลือเกิน มิ้นท์คิดถึงรอยยิ้มของพ่อเธอขึ้นมาเมื่อเธอมายืนอยู่ที่หน้าบ้าน เธอกดกริ่ง จนมีคนมาเปิดประตู "มาหาใครเหรอคะ? " เสียงผู้หญิงวัยกลางคน ถามขึ้นมา "อ้าว คุณลุงสุขุมล่ะคะ แล้วนี่เธอมาอยู่ที่บ้านของฉันได้ยังไง?" มิ้นท์ชักสีหน้าอย่างไม่พอใจและถามออกไป หญิงวัยกลางคนคนนั้นเป็นแม่บ้านใหญ่ของบ้านหลังนี้ เธอมองดูมิ้นท์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้หญิงแต่งตัวซอมซ่อขนาดนี้มาแอบอ้างบ้านคนอื่น สงสัยต้องเป็นมิจฉาชีพแน่ๆ "นี่นังหนู..บ้านหลังนี้เป็นของคุณทวี เครือบริษัทยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจส่งออก ท่านซื้อบ้านหลังนี้อยู่ที่นี่3ปีแล้วจำผิดรึปล่าว รีบออกไปเถอะแล้วอย่ามาที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นฉันแจ้งตำรวจแน่" แม่บ้านคนนั้นพูดออกมา ด้วยใบหน้าดุดัน ปึ้ง!! เสียงประตูปิดใส่ต่อหน้าของเธออย่างเสียงดัง เวลาแค่สามปีอะไรก็เปลี่ยนไปทั้งนั้น เตชินทร์ขายบ้านของฉัน เขาช่างเลวร้ายเสียจริง น้ำตาได้ล้นเอ่อออกมาจากดวงตาอย่างมากมาย ต่อจากนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้เธอหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง เธอเดินไปเรื่อยๆ จนหมดแรงและนั่งพักที่ป้ายรถเมย์ ในใจก็คิดถึงเตชินทร์ คุณอยู่ที่ไหนนะ ทำไมทำกับฉันถึงขนาดนี้ ไม่นานเธอก็คิดได้ ก่อนอื่น เธอต้องหาที่อยู่ให้ตัวเองก่อน และต้องหางานทำก่อน ใช่เธอเรียนจบมานี่นา และแล้วมิ้นท์ก็คิดได้เธอจะต้องลุกขึ้นใหม่ใช้ชีวิตใหม่ให้ได้เพื่อพ่อของเธอจะได้ภูมิใจในตัวเธอบ้าง เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ต่อจากนี้เธอจะเป็นคนใหม่ เธอจะไม่สนใจเตชินทร์อีกต่อไปแล้ว ยังไง เขาและเธอก็คงไม่มีวันได้มาบรรจบกันอีกอย่างแน่นอน จบตอนที่7
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD