เมื่อทั้งคู่ออกไปแล้ว มิ้นท์อยากจะนอนพักให้เต็มที่ หลายวันมานี้เตชินทร์ทรมานเธอทุกวัน วันนี้คงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว
เตชินทร์พาน้ำอิงไปทานข้าว แต่ในใจกลับนึกห่วงมิ้นท์ขึ้นมา วันนี้ดูท่าทางของเธออ่อนเพลียมาก เขาพาน้ำอิงมาทานข้าวแต่ใจกลับนึกถึงแต่มิ้นท์ป่านนี้ได้ทานอะไรรึยังนะ เขาฉุกคิดขึ้นมาในใจ
"เตชินทร์..เตชินทร์คะ ..เป็นอะไรหรือคะ เห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนาน" น้ำอิงถามเขาออกมาเพราะดูแล้วเหมือนไม่มีสมาธิเลย
"อ้อ ปล่าว..ผมก็แค่ เอิ่ม..ดีใจมากที่ได้พบคุณอีกครั้ง " เขาพูดขึ้นแต่สีหน้าเหมือนไม่ตรงกับคำพูด น้ำอิงยื่นมือมาจับมือของเตชินทร์ และมองเข้าไปในดวงตาที่เหมือนจะเหม่อลอยตาลอดเวลา
"เตชินทร์คะ ตลอดเวลาฉันคิดถึงคุณมาโดยตลอด ฉันถูกตัดการติดต่อจากคุณทุกช่องทางเพราะมิ้นท์ แต่ช่างเถอะ ยังไงจากวันนี้ฉันจะไม่ไปจากคุณอีกแล้ว " น้ำอิงพูดขึ้นและกำมือเขาแน่น
เตชินทร์จับมือของน้ำอิงขึ้นมาแล้วยิ้มให้กับเธอบางๆ ทำไมสิ่งที่เขากำลังกระทำอยู่นี้มันรู้สึกขัดใจเขาจริงๆ ที่ผ่านมาน้ำอิงคือคนที่เขาต้องการมาโดยตลอด แต่ทำไมมิ้นท์กลับวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา
"เราไปเต้นรำเถอะค่ะ " น้ำอิงลุกขึ้นและดึงมือของเตชินทร์ไป เขายอมลุกขึ้นตามเธอไป
เธอดึงเตชินทร์ไปเต้นรำ ทุกอย่างที่เขาทำกับน้ำอิงวันนี้ เขากลับไม่รู้สึกมีความสุขเลยสักนิด แต่กลับคิดถึงแต่มิ้นท์ เขาเต้นรำได้ไม่นาน เขาจึงดึงมือของน้ำอิงออก แล้วพูดขึ้นมา
"น้ำอิง ผมขอโทษ ผมมีงานด่วนตอนเช้าวันพรุ่งนี้ วันนี้ผมขอตัว เดี๋ยวผมให้เลขาไปส่งคุณที่โรงแรม " พูดจบเขาก็เดินออกไป ทิ้งให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว น้ำอิงมองตามเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวด เตชินทร์เคยรักและถนอมเธอมาโดยตลอด ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
"เตชินทร์ คนที่คุณคิดถึงมาตลอดในใจคงไม่ใช่ฉันอีกต่อไปแล้วสินะ " น้ำอิงพึมพำออกมาพร้อมกับกำมือแน่น เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะเธอคนเดียว มิ้นท์ เธอคิดและเก็บความแค้นนั้นไว้ในใจ
เตชินทร์ขับรถมาอย่างรวดเร็วและเข้ามาจอดภายในบ้าน เขารีบเดินขึ้นบันไดมาแล้วเปิดห้องของมิ้นท์ทันที เขามองเห็นเธอนอนหลับอย่างสบายใจ ปล่อยให้เขานั้นกระวนกระวายใจอยู่ได้ เตชินทร์ไม่รอช้าเขาเดินเข้าไปคร่อมทับตัวเธอ แล้วบดจูบมิ้นท์ที่กำลังหลับอย่างอ่อนเพลียอยู่ทันที
มิ้นท์ตกใจ แต่ก็ถูกร่างใหญ่คร่อมทับไปเสียแล้ว เสื้อผ้าหลุดรุ่ยลงอีกครั้ง เธอไม่สามารถหลุดจากพันธนาการจากเขาได้ คืนนี้เตชินทร์ได้ครอบครองตัวเธออีกหนึ่งคืน
มิ้นท์ไม่อาจจะขัดขืนเขาได้เลยแม้สักครั้งเดียว เขาทำลงไปเพื่อเอาชนะเธอ ชนะแล้วชนะอีก เขาชนะเธอทุกอย่างแล้ว เขาเผาไหม้เธอจนมอดไหม้เป็นผุยผงเเล้ว เขายังไม่สะใจพอเลยหรือยังไง
มิ้นท์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอไม่พบเตชินทร์แล้ว เพียงแต่มีคนขับรถมารับเธอออกไปที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง มิ้นท์เดินเข้าไปและเธอถูกพาตัวเดินเข้าไปที่แห่งหนึ่ง
มิ้นท์นั่งลงและมองไปรอบๆ ใครกันนะ เธอนั่งรออยู่สักครู่แต่ก็ต้องตกใจเมื่อคนที่เดินเข้ามานั่งต่อหน้าของเธอคือน้ำอิง นั่นทำให้เธอหวนนึกถึงวันเวลาที่เธอบีบบังคับให้น้ำอิงนั้นเลิกรากับเตชินทร์
วันนี้ทุกสิ่งกำลังย้อนกลับมาหาเธอแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นสีหน้าราบเรียบไม่ว่าน้ำอิงจะเสนออะไรเธอจะรับมันไว้ทั้งหมด มันถึงเวลาที่เธอต้องชดใช้ให้น้ำอิงแล้ว ทางเดียวที่จะไปจากเตชินทร์ได้คือน้ำอิงเพียงคนเดียวเท่านั้น
"ไม่คิดสินะว่าเป็นฉัน คุณหนูมิ้นท์ ตอนนี้คุณมันน่าทุเรศสิ้นดี หย่ากับเตชินทร์เเล้วยังจะอยู่อีกทำไม?"
"ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหนูหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีสถานะหรือตำแหน่งอะไรทั้งนั้น ที่ฉันอยู่กับเตชินทร์ เพราะเขาคิดว่าฉันคงไม่มีที่ไป เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันหรอกค่ะ สบายใจได้" มิ้นท์พูดขึ้น
ในตอนนี้ความใจกล้า ความมั่นใจ ความเข้มแข็งเหมือนเมื่อก่อนมันไม่หลงเหลืออีกเเล้ว เธอมันก็แค่เศษใบไม้ ที่ใครจะทำอย่างไรกับชีวิตเธอก็ได้ อยู่ๆเชคเงินสดห้าสิบล้านถูกเลื่อนมาต่อหน้า มิ้นท์เงยหน้าขึ้น
"เงินนี้ฉันคืนคุณ คุณหนูมิ้นท์ฉันขอซื้อผู้ชายของฉันคืน และนี่ตั๋วเครื่องบินไปแคนนาดาพร้อมที่อยู่ ที่นั่นเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่เตชินทร์จะกลับมาเป็นของฉันเช่นเดิม ออกไปจากชีวิตเขาและฉันสักทีเถอะ คุณทำร้ายเราสองคนมามากพอแล้ว มันสมควรจบได้แล้ว " น้ำอิงพูดออกมา มิ้นท์เงียบไปและเธอก็ลุกขึ้น
มิ้นท์รู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้เป็นอิสระจากเตชินทร์ พร้อมกับเงินมหาศาลที่เธอพอจะตั้งตัวได้ โชคดีจริงๆที่สวรรค์ยังมีเมตตาให้น้ำอิงคืนเงินก้อนนั้นมาให้เธอ ต่อจากนี้ก็รอแค่หาวิธีหนีไปจากเขาให้ได้
"เงินนี้ฉันจะรับไว้ แล้วฉันจะรีบไปให้ไกลจากชีวิตของพวกคุณสองคนคุณวางใจได้ " เป็นโอกาสที่ดีที่มิ้นท์จะได้หลุดออกไปจากชีวิตของพวกเขาทั้งสองแล้ว เธอจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอย่างแน่นอน ต่อจากนี้พวกเขาสองคนคงจะต้องได้พบกับความสุขที่แท้จริงเสียที
"ฉันรู้คุณก็คงจะร้อนเงิน ดูจากสภาพแล้ว ขอให้คุณไปให้พ้นจากเตชินทร์เพียงแค่นั้น อย่าให้เขาและคุณพบเจอกันอีก .." น้ำอิงพูดขึ้นอย่างหนักแน่นพร้อมเสียงแข็งกระด้าง แบบเดียวกับที่เธอเคยพูดกับน้ำอิงในวันนั้น
มิ้นท์ที่กำลังเดินออกไปและได้ยินคำพูดของเธอแล้วรู้สึกปวดใจขึ้นมาอย่างมากมาย ฉันคงหลอกตัวเองต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เธอเงียบและเดินออกจากที่ตรงนั้นอย่างเจียมตัว
มิ้นท์กลับมาที่บ้านของเตชินทร์ ตอนนี้เขาไม่กักขังเธออีกแล้วเพราะหากน้ำอิงอยากมาพักผ่อนที่นี่เขาไม่อยากจะขัดใจเธอ แต่เขาก็วางใจ อย่างน้อยก็มีคนเฝ้าดูแลมิ้นท์ไม่ให้คลาดสายตาเช่นกัน
มิ้นท์กลับมาทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ซักเสื้อผ้า ทำทุกอย่างจนดีแล้ว เธอลงมือทำอาหารเย็นเพื่อรอเขาไม่ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะกินอาหารที่เธอทำวันนี้หรือเปล่า
มิ้นท์ใส่ยานอนหลับไว้ในอาหารทุกจาน แม้แต่ขวดน้ำและเครื่องดื่ม เธอทำไว้ทั้งหมด รวมทั้งใจดีทำอาหารจานพิเศษไปให้คนเฝ้าดูแลเธอด้วย
ตอนนี้จะห้าทุ่มแล้ว เสียงรถเลื่อนเข้ามาจอด และเตชินทร์ที่เดินเข้ามา เขาเห็นมิ้นท์นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว เขากลับรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เธอมารอเขาเหมือนมีเรื่องพิเศษแน่ๆ เขาแอบดีใจนิดๆ ที่วันนี้เธอมองมาที่เขาและส่งยิ้มให้เขาด้วย
"วันนี้มีอะไร ทำไมมารอ?" คำพูด พูดออกมาปนดีใจที่กลับมาเหนื่อยๆก็ได้เห็นหน้าของเธอ เขารู้สึกหายเหนื่อยและผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกอารมณ์ดี
"อ้อ.. ช่วงนี้ฉันคิดว่าคุณคงเหนื่อยดูหน้าตาคุณอ่อนเพลีย ฉันก็เลยอยากทำอาหารดีๆให้ " มิ้นท์พูดออกมา ท่าทางของเธอดูจะเอาใจเขาเป็นพิเศษ เตชินทร์เลิกคิ้วขึ้น เพราะรู้สึกพอใจมากอย่างบอกไม่ถูก เขาถอดเสื้อสูทแล้วเดินเข้ามานั่ง มองไปที่ร่างบาง
"ผมกินมาแล้วกับน้ำอิง อิ่มพอดีคงกินไม่ไหว แต่ถ้ากินอย่างอื่นผมคงไม่มีวันอิ่ม" เตชินทร์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปลูบไล้ต้นคอของมิ้นท์ เธอไม่ขัดขืนถ้าเขาอยากทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำตามใจ สิ่งสำคัญตอนนี้ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาทานของบนโต๊ะหรือทานอะไรสักอย่างหนึ่ง
"อ่อ..งั้นฉันไปเอาน้ำให้คุณนะคะ " เธอตัดบทและรีบเดินออกมา หัวใจของมิ้นท์เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอจะมีพิรุธไม่ได้ หากเขารู้ขึ้นมาโอกาสแบบนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว มิ้นท์พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด
"วันนี้กินยาอะไรผิด มาทำดีแบบนี้ต้องการอะไรฮึ?" เตชินทร์ถามขึ้น เพราะวันนี้ดูอาการผิดแปลกไปจากทุกวัน หรือว่าคิดหวงแหนเขาขึ้นมาเพราะน้ำอิง แค่คิดขึ้นมาเขาก็ชอบใจ นานมาแล้วที่กว่าจะเห็นมิ้นท์หึงเขาแบบนี้ เขาคิด
"ปล่าว ฉันแค่..เอิ่ม อยากทำหน้าที่..." มิ้นท์ก้มหน้าลงและพูดออกมาเบาๆ
"นางบำเรอ" เตชินทร์พูดต่อคำของเธอออกมา เขายังคงตอกย้ำคำพูดนี้กับเธอ ทำให้มิ้นท์รู้สึกเวทนาตัวเองขึ้นมา วันนี้เธอจะต้องจากเขาไปให้ได้ เธอจะต้องหนีไปให้พ้นคนใจร้ายแบบนี้ หากเธอหนีไปได้เธอจะไม่มีวันหวนคืนกลับมา เธอเงียบไป
มิ้นท์จึงรีบลุกขึ้น ไปเปิดตู้เย็นเพื่อจะเอาขวดน้ำให้เขา ขณะเปิดตู้เย็นกลับถูกเตชินทร์เข้ามากอดจากด้านหลัง มือสองข้างกอดกุมหน้าอกของเธอและเลื่อนลงไปกอบกุมบริเวณต้นขาของเธอ
และค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมาวนเวียนตรงส่วนนั้นของมิ้นท์ ปากก็ซุกไซร้ไปตามซอกคอหอมหวานจากด้านหลัง ขึ้นไปยังใบหูอ่อนนุ่มของเธอ มิ้นท์ก็เหมือนกับของหวานที่เขากินเท่าไรก็ไม่รู้จักคำว่าอิ่มได้สักที
เธอรีบถือขวดน้ำแล้วรีบหันหน้ามา เตชินทร์จึงไม่รอช้า บดจูบเธออย่างหิวกระหายแล้วอุ้มเธอขึ้นมาและพาไปที่โซฟาด้านหน้าทันที เขาจัดการเธอตรงนั้นตรงโซฟานั่น เขาอดใจไม่ไหวที่จะไปถึงห้องนอน วันนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้มิ้นท์ดูเอาอกเอาใจเขานักหรือว่าจะคิดได้ หรือว่า หึงน้ำอิงกับเขา
เตชินทร์ค่อยๆวางเธอลงและถอดเสื้อเชิตของตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วกดเธอลงไป พร้อมกับบดจูบมิ้นท์อย่างเร่าร้อน มือก็ค่อยๆเลื่อนสอดเข้าไปใต้กระโปรงและสอดแทรกนิ้วเรียวยาวเข้าไปยังจุดสงวนส่งให้เธอต้องบิดลำตัวไปมา
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความยั่วยวนจนเตชินทร์ไม่อาจจะละสายตาได้เลย เขาจะจำปฏิกิริยาที่เธอตอบสนองเขาในครั้งนี้ไว้ เป็นครั้งที่เขาพอใจที่สุด และเขาไม่อยากหยุดตอบสนองเธอเลย
เขาใช้จังหวะนี้ สอดแทรกความเป็นชายลงไปยังร่างกายของเธอที่สอดรับกับอารมณ์ของเขาที่มากมายในตอนนี้
จังหวะรักในวันนี้เขาจะไม่มีวันลืม มิ้นท์ทำหน้าที่ของเธอได้ดีจนเขาก็ไม่ต้องอารมณ์เสียได้อีก เธอพลิกตัวและขึ้นคร่อมเขาด้วยท่าทางยวนเย้า และใช้จังหวะทางอารมณ์โยกไปตามความร้อนเร่าของความต้องการทางเพศเพื่อให้ถึงขีดสุด
เตชินทร์พอใจในรสรักของเธอในวันนี้มาก ฉากรักพลิกกลับไปมาหลายตลบจนทั้งคู่หมดแรงและทิ้งกายลงนอนกอดก่ายกันอย่างกับว่าจะไม่มีวันแยกจากกันได้อีก เขารู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นถลำลึกมากเกินไปกับมิ้นท์ เขารู้ทันทีว่าไม่อาจขาดเธอได้จริงๆ
เตชินทร์ยิ้มกรุ้มกริ่มพอใจกับมิ้นท์ที่วันนี้เธอทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมาก เขากอดก่ายเธอไว้จากด้านหลังทั้งกอดและหอมไปตามแผ่นหลังนวลเนียน ทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสิ่งใดต่อกันมีเพียงแค่เสียงหอบเหนื่อยจากพันธนาการรักให้ได้ยินเพียงแค่สองคน เมื่อบทรักเร่าร้อนบนโซฟาจบลงแล้ว เตชินทร์ลุกขึ้น สายตาของมิ้นท์จ้องมองขวดน้ำนั้นตลอดเวลา อยู่ๆเขาก็พูดขึ้น
"อย่าบอกนะ ว่าเธอทำแบบนี้เพราะอิจฉาน้ำอิงขึ้นมาอีก หรือว่าคิดจะวางแผนทำร้ายเธออีกห๊ะ! อย่าลืมนะ ฐานะเธอตอนนี้ไม่ต่างจากคนใช้ และเมียเก็บ คนอย่างเธออยู่ได้แค่นี้ก็ดีเท่าไรแล้ว" เตชินทร์ ยังมองเธอไปในทางที่แย่ๆอยู่เสมอ
คำพูดที่พูดออกมาจากปากของเขาเป็นการตอกย้ำในใจของมิ้นท์ว่า เธอเป็นได้แค่นางบำเรอ และเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นของเขาก็เพียงเท่านั้น วันนี้ตัวจริงของเขากลับมามันก็คงถึงเวลานั้นแล้วจริงๆ ใบหน้านิ่งเงียบสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว เธอไม่โต้ตอบใดๆ และพยายามทำใจให้เย็นไว้มากที่สุด
มิ้นท์ไม่พูดจาโต้ตอบ เธอมองเตชินทร์ที่จับขวดน้ำขึ้นมาดื่มพลางคิดในใจ กรรมที่ฉันได้ก่อไว้กับพวกคุณทั้งสองได้จบสิ้นลงแล้ว แม้ฉันจะเจ็บปวดมากมาย แต่ต่อจากนี้ ฉันขอภาวนาอย่าได้พบเจอพวกคุณทั้งสองอีกเลย ต่อจากนี้ฉันกับคุณไม่มีสิ่งใดตกค้างต่อกันอีกต่อไปแล้ว ลาก่อน..
เตชินทร์วางขวดน้ำลงเขานอนลงข้างๆเธออีกครั้งและกอดเธอเข้ามาไว้แนบอก ปากก็พรมจูบไปตามผิวนวลเนียนของเธอไม่หยุดหย่อน
แต่ทว่าวันนี้เขาเป็นอะไรนะ ทำไมจึงง่วงนอนมากมายขนาดนี้คงจะเหนื่อยสะสมมาหลายวันสินะ เขาค่อยๆหลับตาลงและหลับไปพร้อมกับแขนยังโอบกอดเธออยู่
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเตชินทร์เขาหลับไปแล้ว มิ้นท์รีบสวมเสื้อผ้าแล้วลุกขึ้น เทอาหารและขวดน้ำเครื่องดื่มทั้งหมดทิ้งถังขยะแล้วรีบขึ้นไปแต่งตัว
กระเป๋าเดินที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วถูกลากออกมา แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าโซฟา พร้อมกับมองไปยังเตชินทร์ที่ตอนนี้หลับไม่รู้เรื่องใดๆอีกแล้ว
"เตชินทร์ ต่อจากนี้ฉันขอลาขาดจากคุณ ขอให้เราอย่าได้พบเจอกันอีก..ขอให้คุณสมหวังในความรักที่คุณรอคอยเถอะนะ ฉันชดใช้กรรมให้พวกคุณเพียงพอแล้ว จากนี้เราจะไม่มีวันได้พบกันอีกตลอดไป.. "
มิ้นท์ลากกระเป๋าออกไป ครั้งนี้เธอทำสำเร็จ เพื่อคืนเตชินทร์ให้กับน้ำอิงแล้วสามปีที่ติดคุกกับอีก หนึ่งปีที่อยู่กับเขา เธอถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจทุกวันทุกคืน วันนี้เธอจะได้เป็นอิสระ จบสิ้นสักทีความรักที่ฉันคิดว่าฉันจะแย่งมาได้ ตอนนี้ฉันส่งมันกลับคืนให้พวกคุณทั้งสองแล้ว หมดเวรหมดกรรมต่อกันสักที
มิ้นท์มาถึงสนามบิน ไฟล์บินตีสาม เธอกำลังจะเข้าไปเช็คอิน แต่อยู่ๆ ก็มีฝรั่งคนหนึ่งวิ่งร้องห่มร้องไห้เข้ามา
"ขอโทษนะคะ คุณจะบินไปแคนนาดารึปล่าวคะ พอดีฉันต้องบินกลับด่วนหากคุณไม่รีบ ฉันขอซื้อตั๋วต่อจากคุณได้มั้ยคะ พอดีลูกฉันป่วยต้องเข้ารักษาอย่างเร่งด่วนฉันกลัวจะกลับไปไม่ทัน " ฝรั่งคนนั้นทั้งพูดทั้งร้องไห้ ส่งให้เธอเห็นใจฝรั่งคนนั้น
"ไม่ต้องค่ะ ตั๋วนี่ฉันให้คุณเลย รีบไปเถอะค่ะ " มิ้นท์ยื่นตั๋วนั้นให้กับฝรั่งคนนั้นไป
"ขอบคุณมากๆ" ฝรั่งคนนั้นทั้งขอบคุณและร้องไห้ แล้วรีบวิ่งเข้าไป
ตอนนี้มิ้นท์ไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหน โลกทั้งใบกลับมาเคว้งคว้างอีกครั้ง เหมือนวันที่เธอออกจากคุก เธอไม่รู้จะไปที่ไหนได้อีก
นอกจากนั้น อาการป่วยของเธอก็รุนแรงขึ้น วันนี้ก็เช่นกันอยากจะอาเจียนตลอด ดีนะที่มีลูกอมรสเปรี้ยวอมไว้คลายอาการอยากอาเจียนได้บ้าง เธอเดินออกมาจากสนามบินอย่างเลื่อนลอย อยู่ๆก็หันไปเจอป้ายโฆษณาป้ายหนึ่ง เป็นโฆษณาการท่องเที่ยว
สวรรค์อยู่ในมือของคุณเพียงแค่เอื้อมมือออกมาแล้วไปให้ถึง น่านเมืองเก่าแก่สงบและรื่นรมณ์จะทำให้คุณพบกับสวรรค์ในแดนมนุษย์อย่างแท้จริง..
มิ้นท์ยิ้มออกมา ครั้นให้คิดถึงความทรงจำของพ่อของเธอที่เคยเล่าว่า หากไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เขาจะเปิดร้านขายกาแฟเครื่องดื่มร้านเล็กๆที่น่าน ที่นั่นสงบ อีกทั้งผู้คนใจดี
มิ้นท์ยิ้มออกมา และคิดขอบคุณพ่อของเธอที่ทำให้เธอจำคำพูดของพ่อได้ เธอคิดได้ไม่รอช้า เและคิดว่าจะซื้อตั๋วเครื่องบินบินไปที่น่านทันที แต่แล้วความคิดอีกความคิดแทรกเข้ามา เธอไม่ควรเดินทางไปที่ไหนก็ตามด้วยการซื้อตั๋ว เพราะเตชินทร์คงสามารถเชคได้
ไม่ได้ เธอจะไม่มีวันให้เขาตามหาเธอเจอ เธอจะไม่กลับมาที่นี่อีก ชีวิตใหม่รอเธออยู่..ชั่วชีวิตนี้ฉันจะไม่ขอพบคุณทั้งสองอีกตลอดไป มิ้นท์เข้าห้องน้ำจากนั้นซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนในร้าน กระเป๋าเดินทาง เธอทิ้งไว้ที่สนามบินแล้ว เธอในลุ๊คการแต่งตัวที่ดูเผินๆเหมือนผู้ชายตัวผอมๆ เดินฝ่าฝูงชนออกไป และรอจนธนาคารเปิดทำการ
เธอจะต้องทำทุกอย่างอย่างไร้ร่องรอย วันนี้เธอต้องอยู่ที่กรุงเทพก่อน เพื่อเปลี่ยนชื่อ นามสกุล แล้วค่อยเอาเชคของน้ำอิงไปขึ้นเงิน เธอจะต้องทำธุรกรรมทางการเงินในเมืองหลวงแห่งนี้ เพื่อหลบการถูกเขาตาม จากนั้นค่อยเหมารถยนต์ไปยังเมืองที่พ่อเธอเคยฝันไว้
"พ่อคะ..ขอให้ครั้งนี้หนูขอหนีเขาไปให้พ้นทีนะคะ"
จบตอนที่15