สามวันผ่านไป..
น้ำอิงได้ตัดสินใจแล้วเพื่อเตชินทร์คนที่เธอรักสุดหัวใจแล้วเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาและครอบครัวไม่ต้องพบเจอปัญหาอะไร เธอพยายามคิดตรึกตรองไปมาอย่างถี่ถ้วน และไม่แสดงอาการใดๆว่าจะจากเขาไปเลย ทั้งที่ในใจลึกๆเธอจำใจต้องจากเขาไปโดยไม่มีคำร่ำลาใดๆ เพราะคำร่ำลาอาจเป็นการผูกมัดให้เธอตัดใจจากเขาไม่ได้..
"มิ้นท์สักวันเธอจะต้องถูกสวรรค์ลงโทษ"
น้ำอิงหันมาพูดกับมิ้นท์ที่สนามบินแล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนจากไปโดยไม่หันกลับมามอง เตชินทร์ต่อจากนี้ขอให้คุณพบเจอแต่ความสุข หากไม่มีฉันครอบครัวของคุณก็จะไม่มีวันเดือดร้อน..น้ำอิงสวมแว่นดำทันทีขณะที่กำลังคิดถึงเตชินทร์ เพื่อปกปิดรอยช้ำจากการร้องไห้ที่ต้องจากลาคนรักไปตลอดกาล
มิ้นท์รู้สึกดีใจอย่างมากที่เธอได้กำจัดศัตรูหัวใจออกไปจากชีวิตได้สำเร็จ ตอนนี้เตชินทร์ไมีมีน้ำอิงอีกต่อไปแล้ว เหลือแค่เขาต้องรับผิดชอบเธอและหันมารักเธอแค่คนเดียวเพียงเท่านั้น มิ้นท์ยิ้มให้กับความคิดของตัวเองที่เอาหนามยอกอกออกไปได้ ในที่สุดเธอก็สมหวังเสียที มิ้นท์ยกยิ้มอย่างมีความสุข
"สวรรค์ลงโทษเหรอ ฮึ..คนอย่างฉันแม้แต่สวรรค์ก็ไม่มีทางแตะต้องได้หรอกน้ำอิง" มิ้นท์ยิ้มดีใจที่กำจัดน้ำอิงออกไปจากชีวิตของเธอและแล้วต่อจากนี้ไปเธอจะดูแลเตชินทร์เอง
......
วันนี้เป็นวันที่ผิดปกติ เตชินทร์โทรหาน้ำอิงเป็นร้อยๆสายแต่เธอก็ไม่รับสาย เขาจึงโทรหาพริ้งเพื่อนของน้ำอิง..
"ว่าไง..เตชินทร์" พริ้งรับสาย
"น้ำอิงอยู่กับเธอมั้ย..ขอคุยด้วยหน่อย" เตชินทร์พูดกับพริ้งด้วยความคุ้นเคย ในใจคิดว่าเขาทำอะไรผิดไปรึปล่าวน้ำอิงไม่เคยเงียบไปขนาดนี้ มีแต่พริ้งเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นที่พอจะช่วยเขาได้
"อ้าว..เตชินทร์นี่นายไม่รู้เหรอว่าน้ำอิง..จะไปอเมริกา"
"อะไรนะ!.." เตชินทร์ตกใจอย่างสุดขีด กับเรื่องที่ได้ฟังออกจากปากเพื่อนรัก ของน้ำอิง
"น้ำอิงจะขึ้นเครื่องไฟล์5โมงนี้นะ..อย่าบอกนะว่าน้ำอิงไม่บอกนาย" พริ้งตอบออกไปแบบงงๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะไม่ได้คุยกัน
"งั้นแค่นี้นะ..พริ้ง" เตชินทร์รีบวางสายแล้วรีบขับรถออกไปที่สนามบิน ตอนนี้ 4 โมง 50นาที เหลืออีกแค่10นาทีเครื่องก็จะออกแล้ว เตชินทร์ขับรถอย่างไวเพื่อมาให้ทัน...
เสียงประกาศจากท่าอาศยานประกาศให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปอเมริกาเตรียมตัวขึ้นเครื่อง
มาถึงเขาวิ่งตามหาน้ำอิงไปทั่วทั้งร้องเรียกทั้งตะโกนหาเธอเหมือนคนบ้าจนเตชินทร์วิ่งมาถึงทางเข้า น้ำอิงเดินเข้าไปแล้วแต่ทั้งคู่กลับคลาดกันแค่เสี้ยววินาที เตชินทร์เข่าอ่อน ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นน้ำตาไหลออกมาเพราะน้ำอิงที่เขารักมากได้จากไปโดยที่ไม่มีคำร่ำลาใดๆ ต่อกัน..และที่ผ่านมาก็ไม่มีท่าทางหรือท่าทีว่าจะไปจากกันง่ายๆแบบนี้
น้ำอิงหน้าตาสงบนิ่งในใจเธอภาวนาขอให้ต่อจากนี้ขอให้เตชินทร์มีแต่ความสุขในชีวิตตลอดไปเธอยกมือขึ้นใช้นิ้วปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอกับเตชินทร์จะจบกันง่ายดายขนาดนี้ คงเป็นเพราะตัวเธอในวันนั้นที่ปล่อยให้เขาต้องไปนอนโดดเดี่ยวในห้องพักของโรงแรมแห่งนั้น หากเธอไม่สนใจรางวัลพวกนั้น เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเตชินทร์
เครื่องบินได้บินขึ้นทะยานฟ้าและค่อยๆ ลับตาไปเตชินทร์ตอนนี้ใจสลายและหมดเรี่ยวแรงที่แม้จะลุกขึ้นยืนเขานั่งร้องไห้โอดครวญหาน้ำอิง..คนที่เขาคิดว่าจะร่วมเดินทางกันไปพร้อมกับความรักและครอบครัวที่มีความสุขไปจนตลอดชีวิตทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนความฝันและพังทลายลงไป..โดยไร้สาเหตุ
หลังจากวันนั้นผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วที่น้ำอิงได้จากเขาไป เธอไม่มีแม้แต่จะติดต่อมาหาเขาเลย เขาต้องใช้ชีวิตอย่างไร้หลักไร้รอย ซื้อตั๋วไปอเมริกาเพื่อไปสืบหาว่าน้ำอิงไปอยู่ที่ไหน สุดท้ายก็ไม่เจอแม้แต่เงา
เขาได้ยินข่าวเบาะแสจากที่ไหนเขาก็รีบซื้อตัวและบินไปเลยแต่ทุกอย่างก็ว่างเปล่า ปล่อยให้เตชินทร์ต้องหัวใจสลายอยู่เพียงโดดเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว ขวดเหล้าและแก้วเหล้ามากมายคือเครื่องดับทุกข์ของเขาในตอนนี้...
ตื๊ดๆๆๆ
เสียงโทรศัพท์ของพริ้งดังขึ้น เมื่อเตชินทร์กดดูเห็นเป็นเบอร์ของพริ้งเขาจึงรีบกดรับสายทันทีเพราะคิดว่าอาจจะมีเบาะแสของน้ำอิงบ้างก็ได้
"ฮัลโหลเตชินทร์นายเป็นอย่างไรบ้างฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกนายสักหน่อย" พริ้งพูดออกมาจากปลายสาย
"มีอะไรอีก.." เตชินทร์พูดขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย ตอนนี้จิตใจของเขาย่ำแย่เกินกว่าที่จะรับฟังใครทั้งนั้น เขากำลังจะวางสายแต่แล้วปลายสายกลับพูดขึ้น
"ฟังนะ...สาเหตุที่น้ำอิงต้องไปเมืองนอกเพราะ คุณหนูมิ้นท์บังคับให้เธอต้องเลิกกับนายนะโดยเอาเรื่องจะทำลายบริษัทของนายให้ล้มละลายน้ำอิงไม่มีทางเลือกนะเตชินทร์..วันนั้นน้ำอิงไปกับฉันแต่เธอเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับมิ้นท์น่าจะเป็นเรื่องนี้ที่ทำให้น้ำอิงต้องจากไป เตชินทร์ที่ฉันรู้เพราะได้ยินบอดี้การ์ดของมิ้นท์คุยกันพอดี.." ตอนที่ฉันไปติดต่อบริษัทของพ่อของมิ้นท์
เตชินทร์ได้ฟังเช่นนั้นเขารู้สึกโกรธขึ้นมาและกำหมัดแน่น
"พริ้งแล้วเธอมีข่าวคราวของน้ำอิงบ้างมั้ย?" เตชินทร์ถามขึ้นเพราะรู้สึกมีหวังขึ้นมา
"ไม่เลย..แม้แต่ข้อความต่างๆ ก็ไม่มี เดี๋ยว..งั้นแค่นี้ก่อนนะเตชินทร์ลูกค้าฉันมา" พริ้งวางสายลงไปทันที
เตชินทร์รู้สึกโมโหขึ้นมามิ้นท์ช่างร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ เขารู้สึกแค้นเธอขึ้นมาอย่างมากมือนั้นได้กำหมัดแน่นแล้วทุบลงไปยังพื้นอย่างแรงจนลืมความเจ็บไป
ต่อจากนี้ไป...เขาจะทำลายเธอทุกอย่างเหมือนที่เธอได้ทำลายเขาและน้ำอิง ผู้หญิงอย่างเธอจะไม่มีวันได้รับความรักจากเขาแน่นอน มิ้นท์เธอจะต้องเจ็บปวดแสนสาหัสมากกว่าเขาและน้ำอิงเป็นร้อยเป็นพันเท่าเธอจะต้องทุกข์ทรมานร้องขอชีวิตจากเขาคอยดูมิ้นท์...
ดวงตาแดงก่ำพร้อมทำความโมโหและโกรธเกลียดบังเกิดขึ้นในใจของเตชินทร์ ที่ผ่านมาเขาเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เฝ้าแต่คิดว่าเขาทำอะไรผิดไปอีกทำไมน้ำอิงถึงได้จากเขาไป
แท้จริงแล้วกลับกลายเป็นผู้หญิงแสนชั่วช้าคนนี้ที่ทำลายความรักของเขามาโดยตลอดความแค้นบังเกิดขึ้นในหัวใจหากระเบิดได้คงแตกทะลุออกมาเหมือนภูเขาไฟระเบิด มิ้นท์ เขาจะตอบแทนให้เธออย่างสาสม ผู้หญิงสารเลวที่ทำลายความรักของคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ
เตชินทร์แค้นจัดสายตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยไฟแค้นในใจที่เจอหญิงชั่วมาทำลายความรักความฝันที่งดงามของเขาและน้ำอิงเขาจะทำให้ชีวิตของเธอไม่เหลืออะไรสักอย่างชีวิตของผู้หญิงเลวคนนี้จะต้องทุกข์ระทมเหมือนหมาจรจัดข้างถนน!!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เตชินทร์รีบลุกขึ้นไปทำความสะอาดร่างกายทั้งหมดแล้วเริ่มวางแผนให้กับชีวิตของเขาใหม่เขาจะอยู่เพื่อแก้แคนเธอจะทรมานเธอให้ตายทั้งเป็นคอยดู
เตชินทร์ต่อจากนี้นายจะไม่ใช่คนเดิมที่อ่อนแออีกแล้ว..เขาคิดพลางใช้ผ้าขนหนูซับหน้าของตัวเองแล้วจ้องมองตัวเองผ่านบานกระจก ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาคมสันต์และดูสุภาพ ในดวงตาตอนนี้เต็มไปด้วยไฟแค้นที่แทบพุ่งทะลุออกมา เขาลงไปหาพ่อกับแม่ของเขาเพื่อที่จะคุยเรื่องตกลงแต่งงานกับมิ้นท์
ประทีปและอมรา พ่อแม่ของเตชินทร์ได้นั่งคุยกัน เขาไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่เขาฟัง เพียงแค่บอกว่า น้ำอิงไม่สะดวกที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาแค่นั้น ซึ่งข้อนี้พ่อแม่ของเตชินทร์พอจะรู้อยู่ว่าสาเหตุมาจากคุณหนูมิ้นท์แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะก็ถูกทางนั้นข่มขู่มาเช่นกัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้พ่อแม่ของเตชินทร์พอสมควร
"เตชินทร์ลูกตัดใจจากน้ำอิงได้แล้วเหรอลูกคิดๆแล้วแม่ก็เสียดายน้ำอิงมาก เธอเป็นเด็กน่ารักที่สุดเท่าที่แม่เจอมา..." อมราเธอก็รักน้ำอิงเหมือนกับลูกสาวของเธอเช่นกัน
"ครับแม่ผมตัดสินใจแล้ว" เตชินทร์ตอบออกไปอย่างราบเรียบไร้ความรู้สึก
"พ่อต้องขอบใจแกถ้าบริษัทของเราตอนนี้ไม่ลำบากต้องพึ่งพาตระกูลธัญญวิวัฒน์ยังไงพ่อก็ไม่ยอมให้ลูกแต่งงานกับลูกสาวของพร้อมพงษ์แน่นอน ยังไงพ่อก็ขอบใจแกมาก" ประทีปพูดออกมา แต่ในใจก็นึกสงสารลูกชายจนแทบจะขาดใจเช่นกัน
"ผมต้องรับผิดชอบเขาครับพ่อกับแม่สบายใจได้ครับ ผมจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังแน่นอนครับ"เตชินทร์พูดออกมากับแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นตระกูลธัญญวิวัฒน์ ทั้งหมดจะต้องพังพินาศด้วยน้ำมือของเขา
เตชินทร์ตกลงแต่งงานกับมิ้นท์ทันที เธอพอใจที่เธอชนะน้ำอิงที่เป็นแค่ลูกกำพร้าที่ต่ำต้อยคนที่คู่ควรกับเตชินทร์คือเธอ มิ้นท์ ชยาภา คนนี้คนเดียวเท่านั้น
......
ง่านแต่งถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตแขกเหลื่อที่มาในงานมีแต่ระดับวีไอพีทั้งนั้นสีหน้าของเจ้าบ่าวนั้นช่างดูราบเรียบตลอดทั้งงานจนงานจบ จนถึงเวลาเข้าหอแล้ว
เมื่อมิ้นท์และเตชินทร์อยู่ในห้องหอด้วยกันแล้วเธอไม่รอช้า เธอเข้าไปกอดด้านหลังของเตชินทร์ เขาก้มลงมองดูมือของมิ้นท์ที่กอดเขาและประสานกันไว้แน่น
เตชินทร์แกะมือของมิ้นท์ออกอย่างแรงและสะบัดเธอจนเธอล้มลงไปบนเตียงนอนที่ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้ไว้อย่างสวยงาม
"เตชินทร์เราแต่งกันแล้วนะคะทำไมคุณถึง..."
มิ้นท์เริ่มไม่พอใจที่เตชินทร์ไม่ตอบสนองเธอ เตชินทร์จึงเดินเข้าไปและก้มหน้ามองไปที่ใบหน้าของมิ้นท์ สายตาของเตชินทร์ดูเกลียดชังขยะแขยงเธอมาก เขายื่นมือไปบีบแก้มของของมิ้นท์อย่างแรง สายตาเต็มไปด้วยความโกรธ และเกลียดชังเธออย่างรุนแรง
"ผู้หญิงอย่างคุณมันน่ารังเกียจจิตใจอำมหิตเน่าเฟะผมคงทำอะไรคุณไม่ลงหรอกต่อจากนี้ไม่ว่าคุณจะทำอะไรคุณไม่มีวันได้หัวใจของผมแน่นอนเพราะหัวใจของผมนั้นมันอยู่ที่น้ำอิงคนเดียวจำไว้ มิ้นท์ อีสาระเลว!" เตชินทร์สบถด่ามิ้นท์ออกมาอย่างอดทนอดกลั้นไม่ไหว
"หึ! คุณอย่าลืมนะเตชินทร์ว่าบริษัทของพ่อคุณยังต้องการให้พ่อของฉันดูแลอยู่!" มิ้นท์พูดขึ้น
"จุ๊ๆๆๆ ในเมื่อผมแต่งกับคุณแล้วทุกอย่างที่นี่ของคุณก็เท่ากับเป็นของผมไปแล้วครึ่งหนึ่งคุณจะทำอะไรผมได้มิ้นท์!"
"ได้ยังไง สินสมรสก็คือ สมบัติที่เราหาร่วมกันหลังแต่งงานต่างหาก!" มิ้นท์พูดขึ้น
"แล้วไง! ถึงยังไงคุณก็ได้ผมมาเป็นผัวอยู่แล้ว แต่อย่าหวังว่าคุณจะได้รับความอ่อนโยนหรือรับความรักจากผมแม้แต่น้อย เรื่องสมบัติและเรื่องบริหารธุรกิจคุณไม่ต้องห่วงผมทำทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีคุณ คนโง่ๆอย่างคุณ ก็คิดได้แต่เรื่องบ้าผู้ชาย ทำลายความรักคนอื่น เรื่องงานผมจะจัดการให้คุณ อย่าง สา สม!"
เตชินทร์สะบัดมือของเขาออกจากหน้าของมิ้นท์ออกอย่างแรงแล้วเปิดประตูออกจากห้องไป
มิ้นท์ลุกขึ้นแล้วปัดถ้วยน้ำชาที่อยู่บนโต๊ะลงกับพื้นเพราะไม่พอใจที่สามีหมาดๆ ประกาศว่าเกลียดชังเธอ...
"ต้องมีสักวันสิที่คุณจะสลัดน้ำอิงออกจากหัวใจของคุณได้ ฉันจะรอวันนั้นเตชินทร์"
ในตอนเช้าของวันต่อมามิ้นท์ลงมาด้านล่างพร้อมกับเตชินทร์ที่นั่งรอยู่ ท่าทางของเตชินทร์ดูอ่อนโยนขึ้นไม่เหมือนกับในตอนกลางดึกที่ผ่านมาทำให้มิ้นท์ รู้สึกใจชื่นขึ้นมานิดหน่อยเขาคงจะคิดอะไรได้หลายอย่างที่พูดไปก็อาจจะเพราะโกรธ แต่สุดท้ายแล้วเธอคือผู้หญิงที่จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต
"อะไรกันคะคุณพ่อ เตชินทร์" มิ้นท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ที่รักผมก็จะพาคุณไปฮันนิมูนน่ะสิ" เตชินทร์แสดงละครต่อหน้าพ่อของมิ้นท์
"ดีลูกดีคู่รักข้าวใหม่ปลามันต้องไปฮันนิมูนพ่อจะได้อุ้มหลานเร็วๆ ไงลูก"
"ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังครับ..." เตชินทร์พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเป็นเชิงรับปากพร้อมกับยิ้มออกมา ทำให้พร้อมพงษ์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจเพราะรู้สึกดี
เขาน่าจะได้อุ้มหลานเร็วๆนี้แน่นอน ความหวังเกิดขึ้นในใจของผู้ชายสูงอายุที่ยืนอยู่ระหว่างลูกสาวและลูกเขย มิ้นท์มองดูทั้งคู่คุยกันแต่ก็ยังงงกับเตชินทร์ที่เมื่อคืนยังด่าว่าเธออยู่เลย เขาเปลี่ยนอารมณ์ได้ไวมาก คงจะคิดได้แล้วมั้ง ขืนต่อต้านเธอไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
"ไปกันเถอะมิ้นท์" เตชินทร์เดินเข้ามาจับมือของมิ้นท์ต่อหน้าพ่อของเธอและจูงมือเธอเดินออกไปมิ้นท์รู้สึกดีไม่น้อยที่ต่อไปนี้เธอจะได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กับเตชินทร์เธอจะต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดมือเธอไปแน่ๆ
ก่อนออกไปเธอหันกลับมามองบิดาที่มายืนส่งคนทั้งคู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดูท่าจะมีความสุข พร้อมพงษ์ ส่งยิ้มให้ลูกสาว พร้อมกับโบกมือให้ทั้งคู่และยิ้มกว้างอย่างมีความสุข มิ้นท์ปล่อยมือของเตชินทร์ แล้ววิ่งกลับไปกอดบิดาแน่น
"พ่อค่ะ หนูรักพ่อที่สุดเลยค่ะ" มิ้นท์พูดออกมาขณะกอดพ่อแน่น เพราะทุกอย่างในชีวิตที่พ่อให้ทำให้ เธอไม่เคยผิดหวังหรือเสียใจเลยสักครั้งเดียว พร้อมพงษ์กอดลูกสาวแน่น
"พ่อก็รักหนูที่สุดในโลกเหมือนกัน ขอให้ต่อจากนี้พบเจอแต่ความสุขนะลูกนะ" พร้อมพงษ์พูดก่อนจะคลายกอดลูกสาวและยืนมองลูกสาวขึ้นรถออกไป ด้วยรอยยิ้มที่หวานกว่าทุกวัน มิ้นท์มองหน้าของบิดา จนรถแล่นไปจนลับสายตา
จบตอนที่3