ตอนที่ 17 ตอกย้ำในสิ่งที่ไม่อยากจดจำ

4033 Words
น้ำอิงวิ่งเข้าไปกอดเตชินทร์จากด้านหลังทันทีในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป โดยไม่ใยดีต่อเธอเลยสักนิด น้ำอิงหยุดและยืนตัวตรง เรียกเขาขึ้นมา "เตชินทร์หยุดนะ ฉันไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น! " น้ำอิงเข้ามากอดเอวของเขาแน่นอีกครั้ง พร้อมกับร้องไห้ออกมา เขาค่อยๆแกะมือทั้งสองข้างที่กอดเอวของเขาไว้อย่างแน่น ในตาแดงก่ำเพราะรู้สึกเสียใจปนโมโห "น้ำอิง..ปล่อยผมไปเสียที" ในที่สุดเตชินทร์ก็พูดออกมา เขาแกะมือของน้ำอิงออกแล้วเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองเธอเลย น้ำอิงได้แต่ร้องไห้เสียใจมีแค่เสียงร้องตะโกนตามหลังของเขาดังออกมา "เตชินทร์ได้โปรด อย่าทิ้งฉัน " น้ำอิงเปิดประตูและร้องตามหลังเขาออกมา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เตชินทร์นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดตอนนี้แม้กระทั่งใบหน้าของน้ำอิงเขาก็ยังไม่อยากจะมอง เตชินทร์ขับรถออกมาจากที่บ้าน หลายวันมานี้เขาตามหามิ้นท์ไปทุกที่ที่เคยไป ใบปลิวหรือประกาศตามหาคนหาย ถูกร่อนส่งไปทั่วประเทศ แต่ไม่พบเธอเลย แม้กระทั่งข่าวคราวก็เงียบ เหมือนกับตอนนี้เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขานั่งลง และมองไปรอบๆบ้าน คิดถึงวันเวลาที่เขาได้ทำร้าย ทรมานเธอทุกอย่าง คิดถึงความเลวร้ายของตัวเองที่ทุกครั้งต้องทำให้เธอมีแต่รอยน้ำตา แก้วเหล้าถูกยกขึ้นมาดื่ม แล้วขว้างปาออกไปเพราะความโมโห เสียงแก้วแตกแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับหัวใจของเขาที่กำลังแตกละเอียด ครั้งนี้เขาโหยหาเธอ เหมือนกับหมาที่โหยหาเจ้าของ ทรมานเหลือเกิน เขาหัวเราะเยาะตัวเองออกมาเพราะความโง่เง่าของตัวที่ไม่รู้จักสิ่งมีค่าในกำมือ น้ำตาไหลออกมาเพราะรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เขาลุกขึ้นเดินโซเซไปที่ห้องนอนของเธอ เหลือเพียงผ้าขนหนูที่แขวนไว้เท่านั้น เขาดึงผ้าขนหนูผืนนั้นมากอด แล้วสูดดมเข้าไปอย่างสุดลมหายใจ ความคิดถึงมันแสนทรมานยิ่ง เหลือแค่กลิ่นกายอ่อนๆของเธอ ที่พอทำให้เขาได้คลายความคิดถึง เตชินทร์ร้องไห้ออกมาอย่างกับว่าหัวใจของเขานั้นได้แตกสลายไปแล้ว เขานอนกอดผ้าขนหนูผืนนั้นหลับไปทั้งน้ำตา ปากก็ร้องเรียกหาแต่มิ้นท์ ความเจ็บความทรมานนี้ ก็คงไม่ต่างกับเธอ ที่ต้องเจ็บปวดมากมายแค่ไหนในสิ่งที่เขากระทำต่อเธอในเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่อยู่ในคุก จนออกมาเจอเขา ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว เข้าใจในความเจ็บปวดนั้นจริงๆ แตกต่างกับตอนนั้น เขาเสียใจ แต่พอเห็นน้ำอิง ไปแต่งงานกับคนอื่น เขาถึงได้แค้นและโทษมิ้นท์มาตลอดว่าเป็นเพราะเธอ ครั้งนี้เป็นความทรมานจากหัวใจของเขาจริงๆ เขาจะไปตามหาเธอที่ไหน ผ่านไปหลายเดือนแล้ว แม้แต่เบาะแสก็ยังหาไม่เจอ เธอซ่อนตัวได้เก่งมาก แม้จะต้องตามหาเธอตลอดชีวิต เขาก็จะไม่ลดละความพยายาม เขาจะต้องแน่ใจก่อน ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และมีชีวิตที่ดีกว่าตอนที่อยู่กับเขา หรือไม่ หากวันหนึ่ง ใจของเธอไม่ได้เป็นของเขาแล้ว เขาก็จะได้สบายใจ และพร้อมจะชดเชยทุกอย่างคืนให้กับเธอ และของๆเธอทั้งหมด ที่เขาเอามา ขอแค่สักครั้งขอแค่ได้เจอเธอ น้ำตาหลั่งรินลงไปพร้อมกับดวงตาที่ค่อยๆปิดสนิทลงอย่างทรมาน ........ ห้าปีผ่านไป ... "ลุงณัฐครับ แม่ไม่มารับน้องมาร์คด้วยหรือครับ? " น้องมาร์ค ณัฐดนัย เด็กน้อยวัยสี่ขวบกว่าพูดออกมาด้วยเสียงอ้อนๆ กับคนที่มารับเขาในวันที่แม่เขาไม่ว่าง "น้องมาร์ค วันนี้คุณแม่ลูกค้าเยอะเลยขอให้ลุงมารับ เอาล่ะ อย่ามัวแต่ทำหน้าบึ้งตึง ขึ้นรถเถอะเดี๋ยวลุงพาไปซื้อไอศครีมดีมั้ย?" ณัฐวัฒน์พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น "เย่.." น้องมาร์คกระโดดดีใจกอดคอของณัฐวัฒน์ทันทีที่จะได้กินของที่ชอบ น้องมาร์ครีบขึ้นรถแล้วไปพร้อมกับหมอณัฐและแวะร้านไอครีม ทั้งคู่เดินจูงมือกันและคุยกันไปอย่างสนุกเมื่อได้ไอศรีมก็พากันเดินออกมาน้องมาร์คมัวแต่มองไอศครีมจนลืมมองทางแล้วไปชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง จนไอศครีมหล่นจากมือ เด็กน้อยหยุดนิ่ง แล้วมองดูไอศครีมที่ตกลงพื้น อย่างตะลึง เขา..ยืนมองดูเมืองนี้แล้วเหม่อลอยไป เมื่อได้เบาะแสของมิ้นท์ เขาไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ เขามาที่นี่ทันที ห้าปีแล้วที่เขาตามหาเธอ เขาไม่เคยคิดย่อท้อเขาจะต้องขอโทษเธอและรอให้เธอให้อภัยเขาให้ได้ แม้กระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองชนเข้ากับไอศครีมของเด็กน้อยจนกางเกงเลอะ "ฮรืออ!" เสียงร้องของเด็กดังขึ้นเมื่อไอศครีมตกลงพื้น พลันให้สติของเตชินทร์กลับคืนมา เขาก้มลงมองดูเด็กน้อยที่กำลังเบะปากจะร้องไห้ ส่วนน้องมาร์คมองไปยังคนตัวใหญ่ข้างหน้า เขารู้สึกกลัว แล้วรีบวิ่งไปบังด้านหลังของณัฐวัฒน์ เตชินทร์ก้มลงมองมาที่เด็กน้อยที่ตอนนี้วิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของพ่อเขา ด้วยสายตาหวาดกลัวทั้งเสียดายไอศครีมที่เพิ่งกินได้แค่หนึ่งคำ "ต้องขอโทษด้วยครับผมพาเด็กเดินไม่ระวังเอง " ณัฐวัฒน์พูดขึ้นมาย่างสุภาพและจริงใจ ทำให้เตชินทร์เงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงพูด เขาไม่ถือสาเด็กน้อยเลย เตชินทร์ได้แต่ก้มมองดูเด็กน้อยที่หน้าตาคล้ายใครคนหนึ่งรู้สึกเหมือนจะคุ้นตาแต่คิดไม่ออก แต่แล้วเตชินทร์ก็ตอบออกไป "ไม่เป็นไรครับ ผมก็ยืนขวางทางโดยไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นทางเดิน เขาก้มมองเด็กน้อยแล้วย่อตัวนั่งลง มองไปยังคนตัวเล็กที่โผล่หน้าจากที่กำบังหลังขาของลุงณัฐมองมาที่คนตัวใหญ่คนนั้นที่ย่อตัวลงมาหาเขา "หนูน้อย ฉันขอโทษนะ" เตชินทร์พูดออกมาอย่างอ่อนโยน เขารู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้มาก น้องมาร์คที่ยืนมองเขา ไม่นานเด็กน้อยก็ไม่กลัวเตชินทร์แล้วและกลับยิ้มหวานตอบรับคำขอโทษของเขา น้องมาร์คจ้องเขานิ่ง เพราะรู้สึกว่าเขาหล่อ เตชินทร์รู้สึกถูกชะตา และมองว่าช่างน่ารักจริงๆเขายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วลุกขึ้น พร้อมกับคุยกับณัฐวัฒน์ว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ณัฐวัฒน์บอกว่า ไอศกรีมราคาไม่ได้แพง ไม่เป็นอะไร เมื่อคุยเข้าใจกันดีแล้ว เตชินทร์เดินออกไป น้องมาร์คมองตามหลังของเตชินทร์ที่เดินออกไปจนสุดสายตา ณัฐวัฒน์หันหน้ามาแล้วย่อตัวลง ต่อหน้าของน้องมาร์ค "น้องมาร์คครับ ลุงขอโทษด้วยที่ลุงพาน้องมาร์คเดินไม่ดีเดี๋ยวลุงซื้ออันใหม่ให้นะ " เขาพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไรครับคุณลุงน้องมาร์คอยากหาแม่แล้วครับ รีบพาน้องมาร์คไปหาแม่เถอะครับ..ผมคิดถึงแม่แล้ว" เด็กน้อยพูดขึ้นและหยุดงอแง "ได้ๆ ถ้าน้องมาร์คต้องการแบบนั้นลุงก็จะไม่ขัดใจ ป่ะ กลับไปหาแม่กันเถอะ " ณัฐวัฒน์ยิ้มชอบใจ เขายื่นมือไปลูบหัวของเด็กน้อยอย่างเอ็นดู "ครับ" น้องมาร์คตอบออกไปอย่างว่าง่าย พลันให้เขาคิดว่าเด็กสี่ขวบฉลาดมากจริงๆ ณัฐเดินจูงมือเด็กน้อยไปขึ้นรถและขับออกไป ...... วันนี้ทั้งวันเตชินทร์ตามหามิ้นท์มาทั้งวัน เขา ไปตามเบาะแสต่างๆที่ได้มา เขาขี่รถไปทั่วเมืืองน่าน จนดึกดื่นไม่ยอมพัก แต่ก็ไม่พบเธอแม้แต่เงา สุดท้ายจึงหาที่พักเพื่อพักผ่อนและคิดว่าจะตามหาตามหมู่บ้าน และบริษัทต่างๆในแถบเมืองแห่งนี้ เมื่ออาบน้ำเสร็จ เตชินทร์นั่งลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูงาน อยู่ๆก็นึกถึงหน้าเด็กเมื่อช่วงเย็น หน้าคุ้นๆ เขาคิดแต่แล้วก็รีบสะบัดหัวออกจากความคิดนั้นเขาไม่ควรคิดเรื่องอื่น ยังไงเขาก็ต้องตามหามิ้นท์ให้เจอเสียก่อน วันนี้เขาขีดทับสถานที่ที่เขียนไว้ในโทรศัพท์ไว้ ว่าวันนี้เขาไปที่ใดมาบ้าง และยังมีที่ไหนที่เขาต้องไปอีกเมื่อเสร็จเรียบร้อย เขายกเหล้าขึ้นดื่มเพื่อคลายเครียด และเป็นการกล่อมให้ตัวเองหลับไปในทุกๆวัน จากนั้นเตชินทร์ก็นอนลงไปยังที่นอนของโรงแรม ในใจเฝ้าคิดถึงมิ้นท์มาโดยตลอด เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างหมดหวัง แต่เขาไม่คิดท้อ ยังไงเขาก็ต้องได้เห็นเธอ ได้แน่ใจว่าเธอสุขสบาย และอยากจะคืนของที่เป็นของเธอทั้งหมดให้ แม้ว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เธออาจจะสร้างอนาคตกับคนใหม่แล้วก็ตาม เขาคิดถึงความทรงจำที่ผ่านมา คนโง่ที่สุดไม่ใช่ใคร เป็นเขาเอง เขาเฝ้าตำหนิตัวเองแบบนี้เรื่อยมา ถ้าหากยอมรับหัวใจตัวเองตั้งแต่แรก เขาคงไม่ขื่นข่มขนาดนี้ แม้ว่าก่อนนอนของทุกๆวันจะเป็นเรื่องเดิมๆที่คิดถึง เขาก็เจ็บปวดไม่เสื่อมคลาย น้ำตาไหลลงปลายหางตาเมื่อเขาหลับตาลง เป็นแบบนี้ทุกวันมาตลอดห้าปีเต็ม เป็นห้าปีที่เขาเหมือนคนที่ตายทั้งเป็น เวลาได้พิสูจน์แล้วว่าคนที่ดีที่สุดสำหรับเขา คือมิ้นท์คนเดียวเท่านั้น ตอนนี้ตามหาครบทุกภาค เหนือ ใต้ ออก ตก ก็ไม่มีแม้แต่วี่แววแล้ว ที่ต้องมาที่นี่เพราะนักสืบได้ภาพจากโซเชียลว่าเห็นเธอมาเดินซื้อของที่ห้าง มีภาพเธอติดอยู่ในคลิปมาด้วย แต่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แทบมองไม่ออกเลย แต่ว่ายังไง เขาก็มีความหวังอยู่ดี "มิ้นท์ ยังไงก็ผมจะตามหาคุณจนกว่าจะได้พบ ไม่ว่าจะนานเท่าไรก็ตาม" เขาลืมตาขึ้น สายตาที่มุ่งมั่นทำให้เขาเองมีกำลังใจขึ้นมา ในวันต่อมา .. เตชินทร์แต่งตัวแล้วลงมานั่งที่รถ วันนี้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จากนั้นเขาขับรถออกไปตามที่ต่างๆตามจุดที่เขามาร์คไว้ มาจนถึงช่วงบ่าย เขารู้สึกว่าเพลียและง่วง อยากหาร้านกาแฟนั่งพักสักหน่อยก็คงจะดี ไม่งั้นคงไปต่อไม่ไหวแน่ๆ เตชินทร์คิด และเขาขับรถเข้ามาที่.. Cafe’ mémoire ร้านกาแฟที่นี่ดูเป็นธรรมชาติและดูผ่อนคลายเข้ากับบรรยากาศเมืองเก่าเเก่เขาจอดรถและเดินเข้าไปในร้านนั้นไปเพื่อหากาแฟดื่มสักหน่อย เตชินทร์เข้ามาในร้าน เขามองไปรอบๆร้าน ที่นี่รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและดูเป็นธรรมชาติ แตกต่างกับที่อื่นดี ไม่นานพนักงานเดินเข้ามาต้อนรับด้วยความเป็นกันเองและพาเขาไปนั่ง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อสั่งกาแฟเสร็จเขาก็มองบรรยากาศภายในร้านซึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคยนังไงบอกไม่ถูก ผู้คนที่นี่ดูสงบเงียบไม่วุ่นวายเหมือนที่กรุงเทพ อย่างน้อยก็รู้สึกใจสงบอย่างบอกไม่ถูก ขณะรอกาแฟ สายตามองไปรอบๆร้านอย่างละเอียด ร้านนี้น่ารัก เป็นธรรมชาติและให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว เจ้าของร้านคงเป็นคนที่อบอุ่นรักครอบครัวมากๆ ทำให้บรรยากาศที่ตกแต่งร้านสะท้อนความรู้สึกมาถึงลูกค้า เมื่อพนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟและเดินออกไป เขาเหลือบไปเห็นภาพถ่ายบนผนัง ช่างรู้สึกเหงาเดียวดาย และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน สีของภาพโทนดำเทา ให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น แต่ก็ผสมความเศร้าและเหงา รูปถ่ายของผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ถ่ายเพื่อตกแต่งติดผนัง เห็นแค่ท้องที่กำลังตั้งครรภ์เรียงลำดับการเจริญเติบโตในแต่ละเดือนจนถึงเดือนที่เก้า รูปที่สิบเป็นรูปเด็กทารกที่ถูกถ่ายไว้ ทางด้านข้างใกล้ๆกัน ก็มีรูปเด็กทารกและรูปเด็กที่ถ่ายต่อๆกันมาเรื่อยๆทุกปีเรียงกันไป แต่ก็แปลกอีก รูปกลับเป็นภาพของผู้หญิงและเด็กน้อยไม่ใส่เสื้อนั่งตักแม่แล้วยิ้มฉีก ที่มุมปากเล็กๆมีลักยิ้มดูน่ารัก และคนที่กอดเด็กไว้ที่ตักน่าจะเป็นแม่ที่ถ่ายคู่กันมา กลับกันเธอกลับไม่ถ่ายใบหน้าติดมาด้วย มองเห็นแค่ครึ่งตัว เขามองไปเรื่อยๆ ช่างรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน เขาก้มลง ภาพเก่าๆก็ผุดขึ้นมาในหัวของเตชินทร์ ไม่มีวันเวลาดีๆระหว่างมิ้นท์กับเขาเลย มีแค่วันสุดท้ายที่เธอมอบความอบอุ่นให้เขาไม่เคยลืมอ้อมกอดของเธอได้เลย เตชินทร์ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างรวดเร็ว เขารีบหยิบเเว่นดำขึ้นมาใส่ทันทีเพราะตอนนี้แววตาของเขาแดงก่ำเพราะน้ำตามากมาย แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่ในทุกๆวันยิ่งทำให้เขาคิดถึงเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นความเจ็บปวดที่เขาสร้างบาดแผลในใจให้กับเธอ ความทรมานนี้เขารู้ซึ้งแล้ว เขาก้มหน้าดื่มกาแฟภายในร้าน แต่ภายนอกร้าน มิ้นท์กลับเดินจูงมือของน้องมาร์คผ่านหน้ากระจกที่แค่กั้นแค่หน้าร้านกับเขาที่นั่งอยู่ พอดีกับเตชินทร์กำลังก้มหน้ามองรูปในโทรศัพท์ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ในจังหวะที่มิ้นท์เดินผ่านกระจกกั้นนั้นไป ตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะ เขายิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะความสุขในใจคือการได้เห็นเธอ แม้จะเป็นแค่รูปถ่ายก็ตาม ติ๊งงง! เสียงประตูร้านเปิดดังขึ้น "คุณมิ้นท์มาแล้วหรือคะ? " เสียงพนักงานทักขึ้น ทำให้คนบางคนถึงกับใจหวิว เตชินทร์ที่กำลังก้มดื่มกาแฟเขาได้ยินจึงรีบเงยหน้าแล้วมองไปตามเสียงที่ดังเข้ามาภายในโสตประสาท แต่ก็ไม่เห็นใครคงเป็นเสียงคนแค่ทักทายกัน เขาคงคิดไปเอง เตชินทร์ก้มหน้าลงจิบกาแฟ แล้วยกข้อมือขึ้นมองดูเวลา เขานั่งที่นี่นานเกินไปแล้ว และคิดว่าควรจะรีบไป เสียเวลามากแล้ว เขาลุกขึ้น แต่แล้วเด็กที่เขาชนวันนั้นกลับวิ่งเล่นไปมาภายในร้านเสียงดัง จนที่เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น "น้องมาร์ค อย่าซนค่ะลูก เดี๋ยวคุณลูกค้าจะตกใจนะครับ" เสียงที่เขาปรารถนาจะได้ยินอีกครั้งดังขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ยังจำเสียงหวานๆนี้ได้ขึ้นใจ เด็กน้อยวัยสี่ขวบกว่าๆวิ่งมาชนเขาที่กำลังจะเดินออกไป ในขณะที่เขาหยุดฟังเสียง จนเด็กน้อยล้มลง เขาหันหลังกลับมาช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ใช่แล้ว เขาไม่ได้ตาฝาด และคิดว่าภาพตรงหน้าเป็นภาพหลอน นี่คือความจริง เจอแล้ว คนที่เขาตามหาและรอคอยมานานห้าปี ในที่สุดเขาก็ได้เจอ ขอบตาของเตชินทร์ร้อนผ่าวขึ้นมาภายใต้แว่นตาสีดำที่ปกปิดดวงตาของเขา และเขาขบกรามแน่น สายตาจ้องมองภาพตรงหน้า น้ำตาไหลหยดลงมาอย่างมิอาจจะควบคุมได้ ในขณะที่มิ้นท์ก้มลงเพื่อดึงตัวลูกชายแสนซนที่ล้มลงไปขึ้นมา โดยที่ไม่ทันได้มองผู้ชายที่เธอไม่ต้องการอยากพบเจอ ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ มิ้นท์ใช้มือลูบหัวของน้องมาร์ค พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆ เตชินทร์กำมือแน่น เขารีบหันหลังและก้าวเดินกลับออกไปทันที เมื่อมิ้นท์เงยหน้าขึ้นจะขอโทษที่ลูกของเขาซนเกินไป แต่ก็ไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็ออกไปซะแล้ว เธอก็เลยหันมาพูดกับลูกชาย "น้องมาร์คครับ อย่าซนแบบนี้อีกนะ ดีนะ ที่ลูกค้าของคุณแม่ไม่เอาเรื่อง ไปเล่นกับพี่อุ้มทางนั้นนะ เดี๋ยวแม่จะต้องทำงานต่อ " มิ้นท์พูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน "ครับคุณแม่" เสียงเด็กน้อยพูดเจื้อยแจ้วแล้วเดินไปหาพี่อุ้มพนักงานในร้าน ........ เตชินทร์กลับเข้ามานั่งที่รถ เขานิ่ง และอึ้งไปกับสิ่งที่เขาเห็น สุดท้ายเขากลับขี้ขลาดและไม่กล้าที่แม้แต่จะทักทายเธอ เขาก้มลงซบไปกับพวงมาลัยรถยนต์ และร้องไห้ออกมา เขาละอายใจจริงๆ ในเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ถนอมสิ่งมีค่านั้นเอง ตอนนี้เธอคงมีความสุขไปแล้ว สุดท้ายเขาก็ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ เตชินทร์ตั้งสติและรีบเช็ดน้ำตาแต่น้ำตากลับไหลออกมาไม่หยุด มันจุกและเจ็บเกินกว่าที่จะบรรยายได้ เขาสิ้นหวัง ไม่กล้าแม้กระทั่งจะเข้าไปกอดเธอ โอกาสคงหมดไปแล้ว เธอคงไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว มิ้นท์คงไม่ต้องการเขาอีกต่อไป ตอนนี้ต้องกลายเป็นเขาที่เจ็บปวดขึ้นมาเอง น้ำตาไหลหยดออกมาจากดวงตา ความเจ็บปวดมันแผ่ซ่านไปทั้งตัว เตชินทร์ต้องแบกความเจ็บปวดกลับมายังที่พัก เขาคิดว่า หรือจะลองตามเธอแล้วถามเธอให้รู้เรื่องและต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะยอมรับทุกอย่าง แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาที่มืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะต้องทำสิ่งใดก่อน ความคิดสับสนไปหมด ทั้งๆที่ใจของเขามันต้องการเธอเหลือเกิน ตอนนี้เธออยู่เเค่เอื้อมแต่กลับไขว่คว้าไปไม่ถึงความกลัดกลุ้มมาตกอยู่ที่เขา ความทุกข์ครั้งนี้มันทำให้เขาต้องหยิบเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างกลุ้มในใจ ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำยังไงต่อไป ภาพวันนี้ทำให้เขากลายเป็นคนขี้ขลาดขึ้นมา เตชินทร์ดื่มไปหลายแก้ว สุดท้ายเขาก็ทนต่อความต้องการของตัวเองไม่ไหว เขาต้องการเธอมากจนไม่คิดถึงผิดถูกความคิดที่ไตร่ตรองที่ผ่านมาทั้งหมดถูกกดลงไปเหลือแต่ความต้องการจากใจ ที่ไม่อาจจะรอต่อไปได้อีก เขาวางแก้วลงอย่างแรงเพราะอาการมึนตึง ใจของเขามันบอกว่า ปล่อยไปไม่ได้อีกแล้ว เขาทนไม่ได้อีกแล้ว เขาต้องพบเธอและสารภาพบาปกับเธอทั้งหมด เมื่อสติขาดหายไป เขาตัดสินใจขับรถออกมาที่ร้านไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดเขาจะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง แม้จะต้องทำสิ่งที่เห็นแก่ตัวแล้วก็ตาม ...... "อุ้มจ๊ะ วันนี้พี่จะเชคของก่อน วันนี้รบกวนพาน้องมาร์คกลับไปรอที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวพี่ให้ค่าแรงเพิ่ม " มิ้นท์พูดขึ้น เพราะทุกๆวันศุกร์เธอจะต้องเชคของทุกครั้งว่ามีอะไรขาดไปบ้าง วันเสาร์ร้านปิดถึงจะมาเติมของ "ได้ค่ะ..ไปกันเถอะครับน้องมาร์ค" อุ้มจับมือของน้องมาร์คแล้วพากันเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากร้าน หลังจากอุ้มพาน้องมาร์คกลับไปแล้วอีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง มิ้นท์จะปิดร้านซึ่งเป็นช่วงใกล้หัวค่ำพอดี เธอเชคของต่างๆว่ามีอะไรขาดเหลือบ้างเมื่อเชคเสร็จเธอปิดไฟ และกำลังจะเดินออกมาเพื่อปิดประตูร้านอยู่ๆประตูก็เปิดขึ้น ติ๊งงงง! เสียงดังขึ้นทำให้มิ้นท์พูดขึ้นมา "ขอโทษนะคะร้านปิดเเล้วค่ะ" มิ้นท์พูดยังไม่ทันจะครบประโยค เธอหันหน้ามาก็ต้องตกใจกับภาพตรงหน้าในความมืดสลัว แม้แสงไฟจะน้อยนิด แต่ใบหน้านั้นเธอก็ยังจำขึ้นใจ ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นมา คนนั้นคนที่เธออยากจะลืมมาโดยตลอด มิ้นท์ตกใจ เธอทำอะไรไม่ถูก และรีบเดินถอยหลังพร้อมจับกระเป๋าสะพายขึ้นไหล่แล้วจะรีบเดินออกไปจากเคาท์เตอร์ แต่ก็ต้องถูกจับแขนและกระชากเข้าไปกอดทันทีอย่างรวดเร็วจนเธอยังไม่ทันจะตั้งตัว "มิ้นท์ ผมดีใจมาก ผมตามหาคุณมาห้าปี ห้าปีแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มพูดออกมาจากใจด้วยความสำนึกที่ทำผิดต่อเธอ "ปล่อยนะ เวลาของคุณกับฉันมันหมดไปนานแล้ว แล้วฉันก็ไม่อยากเจอคุณอีกแล้ว" น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นข้างๆใบหูของเตชินทร์ เขาค่อยๆจับไหล่ของเธอแล้วค่อยๆดันตัวของเธอออกมา และมองหน้าเธอชัดๆ ใบหน้าหวานปนเศร้าของเธอทำให้เขานึกเสียใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณ ที่ผ่านมาเขาทำผิดต่อเธอทำร้ายเธอสารพัด แต่สิ่งอื่นใดความต้องการเธอทำให้เขาต้องทำผิดซ้ำสอง "ตอนนี้ฉันไม่เคยรู้จักคุณออกไปร้านปิดแล้ว ถ้าทำอะไรมากกว่านี้ฉันจะแจ้งความ " เสียงปฏิเสธซ้ำๆดังออกมาจากปากของมิ้นท์ เสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกดังขึ้นจากปากของเธอ ทำให้ความเจ็บปวดเพิ่มเป็นทวีคูณ " ต่อให้คุณทรมานผมมากแค่ไหน คุณจะด่าจะต่อว่าผมขนาดไหน ครั้งนี้ผมไม่มีทางปล่อยคุณไปแน่ มิ้นท์ ผมรักคุณ คุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น" เตชินทร์กำลังเอาแต่ใจตัวเองจนลืมจุดมุ่งหมายไป เขาจูบเธอทันที ความคิดถึงความโหยหาทำให้เขาไม่สามารถอดใจได้ มิ้นท์พยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากเขาจนเธอนั้นหมดแรง เธอทั้งตบทั้งตี และแม้กระทั่งกัดเขาสุดแรง แต่เขาก็ไม่ตอบโต้ แม้จะต่อสู้ดิ้นรนยังไงก็ไม่เคยจะชนะเขาได้เลย เตชินทร์กอดเธอจูบเธอจนทั้งคู่ล้มลงไปหลังเคาท์เตอร์ท่ามกลางเเสงไฟสลัวเขาไม่อาจหักห้ามใจได้ เขาต้องการเธอ แม้จะทำผิดมหันต์อีกครั้ง เขาก็คงปล่อยเธอไปไม่ได้อีกแล้ว มิ้นท์ไม่สามารถต่อสู้กับเขาได้ เธอต้องถูกเขาตามเจออีกเท่าไรกันนะ เธอต้องอยู่ในเงื้อมมือของเขาไปอีกนานเท่าไรกัน " ฉันไม่มีวันอภัยให้คุณอย่างเด็ดขาด คนเลวอย่างคุณไม่สมควรได้รับความรักจากใคร" มิ้นท์พูดออกมาอย่างโกรธแค้น เตชินทร์แม้ในใจจะเจ็บปวดแสนสาหัสจากคำพูดของมิ้นท์ แต่ความต้องการความโหยหาของเขาไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้ ความคิดถึงอย่างล้นในใจทำให้เขาต้องทำในสิ่งที่ผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา เขาจะต้องทำให้เธอให้อภัยเขาให้ได้..แม้ว่าตอนนี้เขาไม่อาจปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดของเขาได้อีกแล้ว เขายังคงล่วงล้ำเธอที่ต่อสู้กับแรงมหึมาของเขาไม่ไหว เสื้อผ้าถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว ร่างบางถูกสอดแทรกความโหยหาเข้าออกเป็นจังหวะอย่างไม่อาจจะหยุดนิ่งได้ ไม่ว่าจะผิดขนาดไหนเขาก็จะยอม แม้เธอจะให้เขาเป็นทาสชีวิตตลอดไป เขาก็ยอม.. จบตอนที่17
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD