เมืองหลวงแคว้นอวินเซินปู่จือฉู่
ณ ตำหนักเมฆาวิเวก
"ตามหาฝ่าบาทเจอหรือยัง" เสียงชายหนุ่มรูปงามน่าตาหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของเล่าสตรี ลักษณะเด่นคือมีผ้าคาดหน้าเป็นสัญลักษณ์ของราชวงค์ตระกูลหลานแห่งแคว้นอวินเชินปู่จือฉู เอ่ยถามข้าราชการของตน
"ยังไม่มีร่องรอยใดๆเลยพะยะค่ะท่านอ๋อง"
"จะเป็นไปได้อย่างไร ฝ่าบาทพาคนไปตั้งมากมาย"
"ท่านอ๋องใจเย็นเถิด ฝ่าบาทปลอมตัวเขาเป็นสายด้วยตันเองคานี้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวพระองค์คงจะมีแผนในใจอยู่เป็นแน่" เสียงของชายวัยกลางคนกล่าวเตื่อนหลายชายของตนเองที่กำลังลุกรีลุกลนเพราะเป็นห่วงพี่ชายที่แผงตัวไปแคว้นของศัตรู
"ท่านอาข้าแค่เป็นห่วงฝ่าบาท"หลานชายตอบ
"รายงาย~~~~"เสียงร้องตะโกนของทหารยามทำให้อ๋องทั้งสองหัดไปมองทางต้นเสียง
"คารวะท่านอ๋อง อ๋องผู้เฒ่า"
"มีเรื่องอะไร"อ๋องหนุ่มเปิดประเด็น
"มีจดหมายจากนกพิราบส่งข่าวพะย่ะค่ะ"พูดจบทหารองครักษ์ก็ยืนจดหมายฉบับหนึ่งให้กับอ๋องหนุ่มด้วยสองมือ อ๋องหนุ่มรับมาแล้วรีบเปิดออกดูทันที
=เนื้อหาในจดหมาย=
รวมทับไพร่พลราวหนึ่งแสนมากทางทิศใต้แคว้นอวิ่นเหมิ่งเป็นทางช่องทางเปลี่ยว
ข้าจะรอที่ประตูเมืองทางทิศใต้
ใครขว้างฆ่าไม่เว้น แต่จับเป็นรัชทายาทอวิ่นเหมิ่ง
_________________________________________
หลังอ่านจบอ๋องหนุ่มทำหน้าสงสัยแล้วหันไปมองอ๋องเฒ่าผู้เฝ้ารอคำตอบ
"มีอะไรงั้นหรือวั่งจี"อ๋องเฒ่าเอ่ยถามหลานชายด้วยความสงสัย
"ฝ่าบาทให้ยกทับไปตีอวิ่นเมิ่ง พระองค์จะรออยู่ที่ประทางทิศใต้พะยะค่ะท่านอา"
"แล้วเหตุใดเจ้าถึงทำหน้าเช่นนั้น"
"ในจดหมายบอกว่าฆ่าไม่เว้น แต่จับเป็นรัชทายาทอวิ่นเมิ่ง"
"จับเป็นรัชทายาทอวิ่นเมิ่งมาทำไม"
"นั่นนะสิพะย่ะค่ะท่านอา"
สองอ๋องทำได้แค่มึนงงแต่ไม่อาจขัดพระประสงค์ได้จำเป็นต้องทำตามทั้งที่สงสัย
ณ ศาลากลางสระลินจง
=เจียงหวั่นอิน=
ข้านั่งอ่านตำราอยู่ที่ประจำของข้า คือศาลากลางสระลินจง ที่นี่รมรื่น มีกลิ่นโซยของเกษรดอกบัวทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่เสียงอย่างเดียว เพราะมีคนทำให้อากาศเป็นพิษไปเสียได้ เห็นหน้าเขาแล้วข้ารู้สึกหมั่นใส้นัก ข้ายกถ้วยน้ำชาขึ้นหวังจะดื่มแต่กลับไม่มีน้ำชาแม่แต่หยดเดียว ข้าวางถ้วยลงพร้อมกับยื่นมือไปหยิบกาน้ำชา แต่ก็มีมือหนาๆมาขว้างไปเสียก่อนข้าเหลือกมองเขาอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ยังรินน้ำชาให้ขาอยู่ดี รินเสร็จก็ยกมาให้ข้า ผ่านมาสามวันแล้วตั้งแต่วันนั้นข้าไม่เคยพูดกับเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ไม่ว่าจะทำอะไรเขาล้วน ทำก่อนหน้าข้าเสมอราวกับอ่านใจข้าได้
"ยังไม่หายโกรธข้าอีกหรือ"
"..........."
"ท่านโกรธข้าเรื่องอะไรข้าไม่เข้าใจ หมอหลวงก็อธิบายบายแล้วว่าเขาเป็นคนบอกให้ข้าทำ แล้วอีกอย่างข้าไม่ลวงเกินท่านหารือย้ำยีท่านแม้แต่น้อย" ที่เขาพูดมาก็ถูกข้าโกรธเขาเรื่องอะไรข้าจะไม่รู้เลย รู้แค่ว่าโกรธ
"เพราะเจ้าไม่ขออนุญาตข้าก่อน"ข้าแถไปเรื่อย
"ರ_ರ องค์รัชทายาทจะให้ข้าขออนุญาตท่านอย่างไรในเมื่อท่านสลบไปแล้ว" (●__●)จริงด้วย
ข้าบางตำราในมือแล้วลุกขึ้นยืน
"ข้าจะเป็นหาพี่หญิง" พูดจบข้าเดินออกมาทันที แต่ยังไม่พ้นศาลาข้าก็สดุด แต่ทว่ามือหนาของอาฮ่วนก็ขว้างข้าเอาไว้เขาดึงข้าเขาไปหาตัว ด้วยความตกใจข้าเผลอไปสบตาเขา เราสบตากันอยู่สักพักใคร พอข้าตั้งสติได้จึงพลักเขาออก เพราะความเขินอายที่ข้าแถแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยข้าเลยเฉไฉจะไปหาพี่หญิง ข้ารีบจนลืมไปว่าศาลาเป็นพื้นต่างระดับ ข้านี้ชังเขาลานัก
"เดินระวังด้วยพะย่ะค่ะ"
"รู้แล้ว" ช้ารีบเดินออกจากตรงนั้นทันทีก่อนที่เขาจะเห็นว่าข้าเขินจนแก้มแดงกล่ำ
"ช้าก่อนองค์รัชทายาท"เสียงของเขาตระโกนตามหลังทำให้ข้าหยุดชะงัก พร้อมกับหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ
"ทาลงไปตำหนักองค์หญิงทางนี้พะย่ะค่ะ"ข้าพิจารณามองดูดีๆก็พบว่าทางที่ข้าเดินมานั่นเป็นทางกลับตำหนักตัวเอง ทำให้ข้าเขินหนักกว่าเดิม
"ไม่ไปแล้ว!!!จะกลับตำหนัก" ข้าพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับตำหนัก แต่ก็ไม่วายหันกับไปมองเห็นเขายิ้มระรื่นทำหน้าพอใจชังน่าหมั่นใส่นัก
=หลานฮ่วน=
ข้ายืนมองตาหนุ่มน้อยดอกบัวงามเดินเต่ไปด้วยควาเขินอาย ชังน่ารักยิ่งนัก
เห้ย~~~
ข้าถอนหายใจด้วยความกังวนเล็กน้อย ถ้าเจ้ารู้ว่าอีกสามวันจะมีทับยกมาตีเมืองเจ้าจะรู้สึกอย่างไร จะโกรธข้ามาก็ไปมากกว่านี้อีกหรือไม่ หรืออาจถึงขั้นเกลียดข้าไปเลยก็ได้ แต่ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะโกรธหรือเกลียดข้า อยากไร้เสียทั้งอวิ่นเหมิ่งทั้งตัวเจ้าย่อยต้องตกเป็นของข้า
*************************************************