บทที่ 3 รุกราน

936 Words
เมืองหลวงแคว้นอวินเซินปู่จือฉู่ ณ ตำหนักเมฆาวิเวก "ตามหาฝ่าบาทเจอหรือยัง" เสียงชายหนุ่มรูปงามน่าตาหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของเล่าสตรี ลักษณะเด่นคือมีผ้าคาดหน้าเป็นสัญลักษณ์ของราชวงค์ตระกูลหลานแห่งแคว้นอวินเชินปู่จือฉู เอ่ยถามข้าราชการของตน "ยังไม่มีร่องรอยใดๆเลยพะยะค่ะท่านอ๋อง" "จะเป็นไปได้อย่างไร ฝ่าบาทพาคนไปตั้งมากมาย" "ท่านอ๋องใจเย็นเถิด ฝ่าบาทปลอมตัวเขาเป็นสายด้วยตันเองคานี้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวพระองค์คงจะมีแผนในใจอยู่เป็นแน่" เสียงของชายวัยกลางคนกล่าวเตื่อนหลายชายของตนเองที่กำลังลุกรีลุกลนเพราะเป็นห่วงพี่ชายที่แผงตัวไปแคว้นของศัตรู "ท่านอาข้าแค่เป็นห่วงฝ่าบาท"หลานชายตอบ "รายงาย~~~~"เสียงร้องตะโกนของทหารยามทำให้อ๋องทั้งสองหัดไปมองทางต้นเสียง "คารวะท่านอ๋อง อ๋องผู้เฒ่า" "มีเรื่องอะไร"อ๋องหนุ่มเปิดประเด็น "มีจดหมายจากนกพิราบส่งข่าวพะย่ะค่ะ"พูดจบทหารองครักษ์ก็ยืนจดหมายฉบับหนึ่งให้กับอ๋องหนุ่มด้วยสองมือ อ๋องหนุ่มรับมาแล้วรีบเปิดออกดูทันที =เนื้อหาในจดหมาย= รวมทับไพร่พลราวหนึ่งแสนมากทางทิศใต้แคว้นอวิ่นเหมิ่งเป็นทางช่องทางเปลี่ยว ข้าจะรอที่ประตูเมืองทางทิศใต้ ใครขว้างฆ่าไม่เว้น แต่จับเป็นรัชทายาทอวิ่นเหมิ่ง _________________________________________ หลังอ่านจบอ๋องหนุ่มทำหน้าสงสัยแล้วหันไปมองอ๋องเฒ่าผู้เฝ้ารอคำตอบ "มีอะไรงั้นหรือวั่งจี"อ๋องเฒ่าเอ่ยถามหลานชายด้วยความสงสัย "ฝ่าบาทให้ยกทับไปตีอวิ่นเมิ่ง พระองค์จะรออยู่ที่ประทางทิศใต้พะยะค่ะท่านอา" "แล้วเหตุใดเจ้าถึงทำหน้าเช่นนั้น" "ในจดหมายบอกว่าฆ่าไม่เว้น แต่จับเป็นรัชทายาทอวิ่นเมิ่ง" "จับเป็นรัชทายาทอวิ่นเมิ่งมาทำไม" "นั่นนะสิพะย่ะค่ะท่านอา" สองอ๋องทำได้แค่มึนงงแต่ไม่อาจขัดพระประสงค์ได้จำเป็นต้องทำตามทั้งที่สงสัย ณ ศาลากลางสระลินจง =เจียงหวั่นอิน= ข้านั่งอ่านตำราอยู่ที่ประจำของข้า คือศาลากลางสระลินจง ที่นี่รมรื่น มีกลิ่นโซยของเกษรดอกบัวทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่เสียงอย่างเดียว เพราะมีคนทำให้อากาศเป็นพิษไปเสียได้ เห็นหน้าเขาแล้วข้ารู้สึกหมั่นใส้นัก ข้ายกถ้วยน้ำชาขึ้นหวังจะดื่มแต่กลับไม่มีน้ำชาแม่แต่หยดเดียว ข้าวางถ้วยลงพร้อมกับยื่นมือไปหยิบกาน้ำชา แต่ก็มีมือหนาๆมาขว้างไปเสียก่อนข้าเหลือกมองเขาอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ยังรินน้ำชาให้ขาอยู่ดี รินเสร็จก็ยกมาให้ข้า ผ่านมาสามวันแล้วตั้งแต่วันนั้นข้าไม่เคยพูดกับเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ไม่ว่าจะทำอะไรเขาล้วน ทำก่อนหน้าข้าเสมอราวกับอ่านใจข้าได้ "ยังไม่หายโกรธข้าอีกหรือ" "..........." "ท่านโกรธข้าเรื่องอะไรข้าไม่เข้าใจ หมอหลวงก็อธิบายบายแล้วว่าเขาเป็นคนบอกให้ข้าทำ แล้วอีกอย่างข้าไม่ลวงเกินท่านหารือย้ำยีท่านแม้แต่น้อย" ที่เขาพูดมาก็ถูกข้าโกรธเขาเรื่องอะไรข้าจะไม่รู้เลย รู้แค่ว่าโกรธ "เพราะเจ้าไม่ขออนุญาตข้าก่อน"ข้าแถไปเรื่อย "ರ⁠_⁠ರ องค์รัชทายาทจะให้ข้าขออนุญาตท่านอย่างไรในเมื่อท่านสลบไปแล้ว" (⁠●⁠_⁠_⁠●⁠)จริงด้วย ข้าบางตำราในมือแล้วลุกขึ้นยืน "ข้าจะเป็นหาพี่หญิง" พูดจบข้าเดินออกมาทันที แต่ยังไม่พ้นศาลาข้าก็สดุด แต่ทว่ามือหนาของอาฮ่วนก็ขว้างข้าเอาไว้เขาดึงข้าเขาไปหาตัว ด้วยความตกใจข้าเผลอไปสบตาเขา เราสบตากันอยู่สักพักใคร พอข้าตั้งสติได้จึงพลักเขาออก เพราะความเขินอายที่ข้าแถแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยข้าเลยเฉไฉจะไปหาพี่หญิง ข้ารีบจนลืมไปว่าศาลาเป็นพื้นต่างระดับ ข้านี้ชังเขาลานัก "เดินระวังด้วยพะย่ะค่ะ" "รู้แล้ว" ช้ารีบเดินออกจากตรงนั้นทันทีก่อนที่เขาจะเห็นว่าข้าเขินจนแก้มแดงกล่ำ "ช้าก่อนองค์รัชทายาท"เสียงของเขาตระโกนตามหลังทำให้ข้าหยุดชะงัก พร้อมกับหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ "ทาลงไปตำหนักองค์หญิงทางนี้พะย่ะค่ะ"ข้าพิจารณามองดูดีๆก็พบว่าทางที่ข้าเดินมานั่นเป็นทางกลับตำหนักตัวเอง ทำให้ข้าเขินหนักกว่าเดิม "ไม่ไปแล้ว!!!จะกลับตำหนัก" ข้าพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับตำหนัก แต่ก็ไม่วายหันกับไปมองเห็นเขายิ้มระรื่นทำหน้าพอใจชังน่าหมั่นใส่นัก =หลานฮ่วน= ข้ายืนมองตาหนุ่มน้อยดอกบัวงามเดินเต่ไปด้วยควาเขินอาย ชังน่ารักยิ่งนัก เห้ย~~~ ข้าถอนหายใจด้วยความกังวนเล็กน้อย ถ้าเจ้ารู้ว่าอีกสามวันจะมีทับยกมาตีเมืองเจ้าจะรู้สึกอย่างไร จะโกรธข้ามาก็ไปมากกว่านี้อีกหรือไม่ หรืออาจถึงขั้นเกลียดข้าไปเลยก็ได้ แต่ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะโกรธหรือเกลียดข้า อยากไร้เสียทั้งอวิ่นเหมิ่งทั้งตัวเจ้าย่อยต้องตกเป็นของข้า *************************************************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD