ณ ป่าพิศวงแห่งอวิ่นเมิ่ง
แก๊กๆ~~~
"คุ้มกันท่านอ๋องกับองค์รัชทายาท"เสียของหัวหน้าทหารองครักษ์สั่งลูกน้องหลังจากได้ยินเสียงผิดปกติอยู่หลังพุ่มไม้ตรงหน้า ทหารองครักษ์ทุกคนวิ่งมาล้อม ชายหนุ่มหน้าหวานทั้งสองเพื่อป้องกันภัยรอบทิศทาง
ทุกสายตาจับจ้องไปที่พุ่มไม้ที่สั่นไหว จู่ๆก็มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากพุ่มไม้นั่น
"ก็แค่กระต่ายน้อย พวกเขาตื่นตระหนกกันไปได้" หนุ่มรูปร่างหน้าตางดงาม เส้นผมสีดำเงางามถูกมัดไว้ด้วยริบบิ้นสีแดงสด เดินตรงเข้าไปอุ้มกระต่ายน้อย
"พวกเจ้ากลัวอะไรกระต่ายน้อยตัวนี้ออกจะน่ารักเพียงนี้" เขากล่าวขึ้นพร้อมชูกระต่ายในมือให้องครักษ์ดู
"พวกองครักษ์ทำตามหน้าที่ ที่ต้องคอยระวังภัยทุกทิศทางให้กับเรา อย่างว่าเขาหนักเลยเจ้าเองก็โตแล้วนะเว่ยอู่เซียนทำตัวเป็นเด็กไปได้ เสด็จพ่อมีรับสั่งให้พวกเรามาตามล่าโจรป่าที่อาละวาดในเมืองเจ้าก็เอาแต่เล่น "หนุ่มหน้าหวาน ดวงตากลมโตเป็นเอกลักษณ์ลักษณะท่าทางดูเป็นผู้นำ ผมสีดำเงาปริวไสวมีริบบิ้นสีม่วงผูกไว้กว่าขึ้น
"องค์รัชทายาทพระองค์ก็ตรัสเกิดไปนะ ข้าก็แค่เห็นมันน่ารักดีก็เท่านั่น"
องค์รัชทายาทมองหน้าอ๋องของตนเองแล้วส่ายหน้าถอนหายใจ จู่ๆก็ได้ยินเสียงแปลกๆ
เพล้ง เพล้ง เพล้ง~~~
"นั่นเสียงอะไร"องค์รัชทายาทกว่าขึ้น
"เสียงเหมือนคนกำลังสู้กัน"ท่านอ๋องกล่าวตาม
"ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทที่นี่คือป่าพิศวงนะ พะยะค่ะ จะมีคนมาสู้กันได้อย่างไร" หัวหน้าองครักษ์ตัดบทขึ้น
"ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล งั้นเราไปดูกัน"ท่านอ๋องกว่าพร้อมเดินนำตรงไปทางต้นต่อของเสียง
"คุ้มกันท่านอ๋องกับองค์รัชทายาท"เสียของหัวหน้าทหารองครักษ์ออกคำสั่งอีกครั้ง
อีกฝั่งของป่าพิศวง ณ ลานกว้างขวางหน้าผาวังจีซีไอ่(ลืมรัก)ด้านล่างของหน้าผาเป็นธาราลืมเลือน
ชายหนุ่มวัยออกเรือนกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่แต่งตัวรุ่มร่ามเสื้อผ้าขาดลุยสไตล์โจรป่า พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ว่าทางฝั่งของชายหนุ่มวัยออกเรือนใคร่ว่าจะเสียเปรียบเพราะคนน้อยกว่า
อีกมุมทางด้านชายป่ามีคนกลุ่มหนึ่งซุ่มมองการต่อสู้ของพวกเขาอยู่
ฉับ~~
ชายหนุ่มวันออกเรือนถูฟันจากด้านหลังแรงฟันของดาบทำให้เขาเสียหลักจนล้มลงแต่ยังโชคดีที่เขาร่างกายแข็งแรงมากใช้กระบี่ในมือค่ำจุ่นตนเองไว้ได้ทัน แต่โชคร้ายของเขายังไม่หมดไป เขาถูกโจรป่ารอบเอาไว้ทุกรอบทิศทาง พอหันไปรอบๆก็พบว่าพักพวกของตนได้ลงไปนอนกับพื้นจมกองเลือดจนหมดสิ้น ชายหนุ่มเหลือกไปมองหน้าหัวหน้าโจรป่าด้วยควานแค้นเครือง
"ต่อให้ข้าตกตายกลายเป็นผีฆ่าก็จะตามราวีพวกเจ้า"
"จะตายอยู่ล่อมร่อ ยังกล้ามาปากดีอีก"
ถุย~~~
ชายหนุ่มถุยน้ำลายใส่หัวหน้าโจรป่าพร้อมหัวเราะและแสยะยิ้มที่มุมปาก
"ตายฆ่าเถอะ"หัวหน้าโจรป่าพูดขึ้นด้วยความโมโหพร้อมเป็นยกดาบขึ้นเหนือหัวอยู่ในช่วงท่าพร้อมฟันด้วย คมดาบของโจรป่านั้นรับรองว่าชายหนุ่มตรงหน้าได้เด็ดขาดเป็น 2 ท่อนแน่นอน แต่จู่ๆก็มีธนูลูกนึงยิงมาจากทิศทางของชายป่าจนทะลุข้อมือของโจรป่า ทำให้ดาบในมือของโจรป่าหล่นลงพื้น ต่อมามีคนกลุ่มนึงพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ทางด้านของชายป่าเข้าสังหารโจรป่าจนราบเหลือเพียงหัวหน้าโจรป่าที่อยู่ที่ปลายดาบของชายหนุ่นหน้าหวานผู้หนึ่ง
แล้วมีชายหนุ่มหน้าหวานผู้หนึ่งเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มไว้ออกเรือน พร้อมกับเอ่ยปากถาม
"เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม"หลังจากสิ้นเสียงคำถามชายหนุ่มวัยออกเรือนก็สลบลงในอ้อมแขนของหนุ่มน้อยหน้าหวาน ด้วยความเจ็บยปวด
"เอะ นี่เจ้า!!! เจ้าฟื้นสิ ไม่ใช่ว่าตายแล้วหรอกนะ"หนุ่มน้อยพูดขึ้นด้วยความตกใจที่จู่ๆชายหนุ่มก็สลบไป
"คงเป็นเพราะบาดแผล ทำให้เขาสลบไป"หนุ่มน้อยหน้าหวานอีกคนกล่าวขึ้น
"พวกเจ้าเป็นใครพวกเดียวกันใช่ไหม"ชายที่อยู่ตรงปลายดาบของหนุ่มน้อยหน้าหวานกล่าว
"ถ้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ข้าคืออ๋องแห่งแคว้นอวิ่นเหมิ่ง นามเว่ยอู่เซียน"
"ส่วนคนนั้น"ท่านอ๋องพูดพร้อมกับใช้สายตามองไปที่ชายหนุ่มหน้าหวานอีกคน
"คือองค์รัชทายาทของแคว้นอวิ่งเหมิ่ง มัดเขาไว้แล้วลากกับวัง" ท่านอ๋องออกคำสั่งองครักษ์ที่ติดตามมา
"แล้วคนผู้นั้นเล่าพะย่ะค่ะ"
"เห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ช่วยได้หรือ พากลับไปด้วย สวนพักพวกของเขาถ้ารอดก็พากลับไปด้วย แต่ถ้าตายก็ฝังพวกเขาที่จะไปอย่างสงบ"
"พะย่ะค่ะ"
__________________________________________
วังหลวงของแคว้นอวิ่นเหมิง ณ ตำหนักเหลียนฮวาบูรพา
=หลานฮ่วน=
ข้าลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ไม่ใช่ที่ที่คุ้นเคย ข้ามองซ้ายมองขวาก็พบว่ามีชายหนุ่มหน้าหวานแววตางดงามราวกับดอกบัวที่หน้าทะนุถนอม ที่กำลังบิดผ้าผืนเล็กในกะละมังไม้ จู่ๆเขาก็หันมาจับมือข้า ถ้ารีบถกมือออกด้วยความตกใจ
"เจ้าจะทำอะไร"
"เจ้าฟื้นแล้วหรือ"เขาหันมาตอบข้าด้วยความตกใจที่ข้าถกมือออกเล็กน้อย
"ที่นี่ที่ไหน ข้าไม่อยู่นี่ได้อย่างไร และเจ้าจะทำอะไรข้า " ข้าพูดสาดคำถามที่อยากรู้ออกไป
"ข้าแต่จะเช็ดตัวให้เจ้า ไม่ได้จะทำอะไรมิดีมิร้ายเสียหน่อย อีกอย่างข้าก็เป็นคนช่วยเจ้าเอาไว้"
"ช่วยข้า!?" จริงสิข้าจำได้ว่าครั้งสุดท้ายถ้าเห็นคนกลุ่มนึงวิ่งออกมาจากชายป่าเข้าช่วยข้าเอาไว้หลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้เลย เช่นนั้นกลุ่มคนที่เข้ามาช่วยข้าก็คือเขาสินะ
"คนของข้าล่ะ"
"ตายหมดแล้ว"มีเสียงคนผู้หนึ่งดังออกมาจากด้านหลังของประตูพร้อมกับประตูที่เปิดออก แล้วมีหนุ่มน้อยหน้าใสเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยอะไรสักอย่าง แล้วเขาก็เดินตรงมาตรงหน้าข้าพร้อมกับวางถาดที่มีถ้วยยาเอาไว้ข้างๆชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่บนเตียงนอนข้างๆตัวข้าทำไมข้าถึงรู้ว่ายาน่ะหรอกลิ่นฉุนซะขนาดนี้
"แต่เจ้าวางใจเถอะ พวกเราช่วยฝังพวกเขาให้พวกเขาไปอย่างสงบเรียบร้อยแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง"
"ดื่มยาเถอะ แต่ระวังร้อนด้วย"ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆข้ายกถ้วยยาแล้วยื่นมาให้ข้า
"พวกเจ้าเป็นใคร แล้วจะเอาอะไรให้เขากิน"
หนุ่มน้อยหน้าใสถอนหายใจพร้อมกับกล่าวว่า
"นามของข้าคือเว่ยอู่เซียน เป็นท่านอ๋องของแคว้นอวิ่นเหมิง"
"ข้าเป็นองค์รัชทายาทของแคว้นนี้นามเจียงหวั่นอวิ่น ส่วนยานี่เป็นเพียงยาบำรุงร่างกายไม่ใช้ยาพิษเจ้ามีต้องกังวลไป"เขาพูดพร้อมหันมายิ้มให้ข้าเป็นรอยยิ้มที่งดงามหนัก
"หากพวกเราคิดจะฆ่าเจ้าพวกเราปล่อยให้เจ้าถูกโจรป่าพวกนั้นฆ่าตายไม่ดีกว่าหรอจะต้องเปลืองแรงหอบเจ้าออกมาจากป่าพิศวงทำไม"เว่ยอู่เซียพูดขึ้นที่เขาพูดมาก็ถูก แต่เดี๋ยวนะพวกเขาบอกว่าที่นี่คืออวิ่นเหมิ่งหรอ
"เมื่อครู่พบเจ้าบอกว่าที่นี่คือที่ไหนนะอวิ่นเหมิ่งหรอ"
"ใช่ มีอะไรหรือเปล่า" เจียงหวั่นอิ่นถามด้วยความส่งสัย
"เปล่าไม่มีอะไร"
"จริงหรอ"เว่ยอู่เซียนพูดขึ้นด้วยความสงสัยในตัวข้า
"ใช่ ไม่มีอะไร" เว่ยอู่เซียนมองข้าด้วยความสงสัย
"ว่าแต่เจ้าเถอะเป็นใคร"เจียงหวันอิ่นถามข้า
ข้าจะกล้าบอกได้อย่างไรว่าข้าคือฮ่องเต้แคว้นอวิ่นเชิ่นปู่จื่อฉู้ เพราะในตอนนี้แคว้นของข้ากับแคว้นของพวกเขากำลังทำศึกกันอยู่และเป็นศัตรูกันมาช้านาน
"ข้ามีชื่อว่าอาฮ่วน เป็นพ่อค้าขายเกลือร่อนเร่มาจากซีเป่ย"
"ซีเป่ยยังงั้นหรอ"
"ใช่"
"ซีเป่ยห่างจากที่นี่หลายพันลี้(1 ลี้ (จีน)เท่ากับ 0.5 กิโลเมตร)เจ้ามาไกลขนาดนี้เชี่ยว"
"ก็ข้าเป็นพ่อข้าเร่ ย่อมร่อนเร่ขายสินค้าไปตามที่ต่างๆ"
"ก็จริง"
"ว่าแต่ตอนนี้ถ้าจะทำอย่างไรต่อคนของเจ้าก็ไม่อยู่สักคน"เจียงหวันอิ่นเอ่ยถาม อุตส่าห์ได้เข้าถ้ำเสือข้าจะปล่อยมือไปได้ง่ายๆได้อย่างไร
"ข้าไม่รู้"
"เช่นนั้น ในตอนนี้องครักษ์ของข้ายังว่างอยู่งั้นเจ้ามาเป็นองครักษ์ให้ข้าดีหรือไม่"เจียงหวันอิ่นพูดเสนอขึ้น
"องค์รัชทายาท!"เว่ยอู่เขียนอุทานขึ้นหลังเจียงหนั่นอินพูดจบ
ความเดิมตอนที่แล้ว
"ว่าแต่ตอนนี้ถ้าจะทำอย่างไรต่อคนของเจ้าก็ไม่อยู่สักคน"เจียงหวันอิ่นเอ่ยถาม อุตส่าห์ได้เข้าถ้ำเสือข้าจะปล่อยมือไปได้ง่ายๆได้อย่างไร
"ข้าไม่รู้"
"เช่นนั้น ในตอนนี้องครักษ์ของข้ายังว่างอยู่งั้นเจ้ามาเป็นองครักษ์ให้ข้าดีหรือไม่"เจียงหวันอิ่นพูดเสนอขึ้น
"องค์รัชทายาท!"เว่ยอู่เขียนอุทานขึ้นหลังเจียงหนั่นอินพูดจบ
=เว่ยอู่เซียน=
ข้าไม่พอใจกับคำพูดขององค์รัชทายาทเอามากๆ คนผู้นไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาจากไหน ที่เขาบอกว่ามาจากซีเป๋ยจริงหรือเท็จ
"ตำแหน่งองครักษ์ของข้าก็ว่างอยู่ ตอนนี้ฮาฮ่วนก็ไม่มีที่ไป ก็ให้เป็นองครักษ์ของข้าก็เหมาะสมดีแล้ว"
"แต่ว่าองค์รัชทายาท..."
"ไม่มีแต่เจ้าหรือข้าที่เป็นรัชทายาทกันแน่เว่ยอู่เชียน"ดูท่าว่าเขาจะเถียงหัวชนฝา ดึงดันจะให้คนผู้นี้เป็นองครักษ์ข้่งกายให้ได้ ข้าก็ต้องยอมจำนนอย่างช่วยไม่ได้
"แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นทุกพระองค์กับผิดชอบเองนะข้าไม่ยุ่ง" ข้าทำได้แต่ผลักตนเองออกจากหลุมดำนี้ให้องค์รัชทายาทหัวรั้นคนนี้จมดิ่งลงไปเถอะข้าไม่เอาด้วยหรอก ชิ
"ได้ ข้ารับผิดชอบเอง" ยังมีหน้ามาตอบกลับอีก
"พะย่ะค่ะ ตามใจ ข้าขอตัวก่อน ได้ยินว่าท่านหญิงจะไปสระสันตบงกช ข้าจะตามเสด็จไปด้วย ข้าไปละ"หลังพูดจบข้าก็เดินออกมาจากห้องทันที แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ ตำหนักเหลียนฮวาอัสดง
=เจียงหวั่นอิน=
เจ้าอ๋องบ้านั่นงอลข้าอีกแล้ว ถ้าไม่เก็นะว่าเป็นอ๋องละก็จะสั่งทำโทษช่ะให้หราบ
"ไม่ตามไปหรือ" เสียของอาฮ่วนทำให้ข้าให้ไปมองเขาหลังจากละสายตาจากเขามองตามเจ้าอ๋องบ้าไม่รู้จักโตนั่นไป
"ไม่ละ เจ้านั่นโกรธข้าได้ไม่ข้ามวันหรอก นี้ยาเจ้าดื่มได้แล้วยาจะเย็นหมดแล้ว"ข้ายืนยาในมือให้อาฮ่วนเขารับไปแล้วดื่มที่เดี๋ยวหมดถ้วยทำให้ข้าตกใจมากเพราะยังไงยาก็ยังร้อนอยู่ แล้วยาที่นี่ดันขมราวกับบอระเพ็ด
"เจ้าไม่ร้อนหรือขมบางเลยหรอ"ข้าถามด้วยความสงสัย
"ร้อน แต่ชินแล้ว"
"ชินแล้ว!!?"
"ตอนเด็กข้าเคยนอนตากหิมะจนป่วย ท่านอาเลยให้ข้าดืมยาและชาร้อนมาตั่งแต่ตอนนั้น จนตอนนี้ ชินแล้ว ยาร้อนแค่นี้ข้าไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยช้ำ"
"อ่อ เป็นเช่นนี้เอง"
"ว่าแต่ท่านกับอ๋องของท่านทะเลาะกันเช่นนี้บ่อยหรือทำไม่ท่านดูไม่ใส่ใจที่เขาโกรธท่านเช่นนี้เลย"
"ใช่ ข้ากับเขาเราทะเลาะกันบ่อย เพราะเขาเป็นเด็กไม่รู้จักโต และไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่กลัวทั้งนั้น กล้าก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน เพราะมีพี่หญิงกับเสด็จพ่อถือหางอยู่"
"เช่นนั่นท่านไม่กลัวว่าเขาจะมาแย่งตำแหน่งรัชทายาทไปหรือ"
"ไม่ละ เพราะเว่ยอู่เชียนไม่มีแม้ใจจะสนราชบัลลังก์ ตำแหน่งอ๋องนี้ข้าเองเป็นคนแต่งตั้งเขา"
"อย่างนี้นี่เอง"
"เจ้าอยากรู้เรื่องนี้ไปทำไม"
"ข้าแค่สงสัยเท่านั้นเอง"
"ช่างเถอะเจ้าพักผ่อนเถอะเดี๋ยวถ้าจะให้คนเอาชุดเครื่องแบบและป้ายคำสั่งองครักษ์มาให้"
เช้าวันต่อมา ณ ตำหนักเหลียนฮวาบูรพา
=หลานฮ่วน=
ข้าเดินออกมาจากห้องเพื่อสำรวจสถานที่ วังหลวงของอวิ่นเหมิ่งใหญ่โตมากนัก ดูไปดูมาดูเหมือนจะใหญ่กว่าวังหลวงของอวิ่นเซิ่นปู่จืฉู่ข้าเสียอีก ข้าเดินเต่ไปเรื่อยๆจนมาถึงที่แห่งหนึ่งเป็นสระดอกบัวขนาดใหญ่มีสะพานทอดยาวไปถึงกลางสระตรงปลายสะพานมีศาลาขนาดใหญ่อยู่ ในศาลามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่ ข้ามัวแต่สนใจแต่คนที่นั่งอยู่ในศาลาจนไม่ได้สังเกตว่าตรงทางเข้ามีทหารยามยื่นอยู่
"เจ้าเป็นใครกล้าดีอย่างไร บุกรุกพระราชฐานชั้นในขององค์รัชทายาท" ทหารยามกล่าวขึ้นพร้อมเอียงหอกในมือมาทำต้นคอของข้า ถ้าข้าขยับแม้เพียงครึ่งก้าวหอกนี้มีหวังทะลุคอข้าเป็นแน่ ข้าจึงเอื้อมมือไปจับป้ายห้อยเอวที่นางกำนัลพึงให้มาเมื่อเย็นวาน แล้วชูขึ้นให้ทหารยามดูพร้อมพูดว่า
"ข้าเป็นองครักษ์ข้างกายขององค์รัชทายาท ป้ายห้อยเอวนี้เป็นเครื่องยืนยัน"ทหารยามเอาป้ายของข้าไปดูแล้วมองหน้ากันเหมือนทำอะไรผิดไป ต่อมาพวกเขายืนคืนมาให้ข้าด้้วยสองมือ
"ข้าน้อยเข้าใจผิด ใต้เท้าโปรดเมตตา"ใต้เท้าหรอ ป่านนี้เป็นเพียงป้ายขององครักษ์ข้างกายรัชทายาทไม่ใช่หรือ
"พวกเจ้าไม่ต้องเกรงใจ ข้าพึ่งรับตำแหน่งใหม่ข้าเองก็ยังไม่ค่อยชิน ตั้งใจทำงานละ จ้าจะเข้าไปหาองค์รัชทายาท"ข้าพูดพร้อมเดินไปตบไหล่ของสองทหารยามตัวน้อย แล้วเดินตรงไปหาคนที่นั่งอยู่ในศาลากลางสระบัว
"อาฮ่วนเจ้ามาแล้วหรือ เจ้าตามหาข้าเจอได้อย่างไร"ข้ายังไม่ได้ทักคนผู้นั้นก็มองเห็นข้าแล้วเอ่ยทักข้าขึ้นเสียก่อน
"ข้าเพียงเดินสำรวจโดยรอบเพื่อให้ตนเองคุ้นชินจะได้ไม่เดินหลงทาง แต่เผอิญเดินมาเจอองค์รัชทายาทเองพะย่ะค่ะ"ข้าอธิบายเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เพราะความจริงข้ามาสำรวจโดยรอบไม่ใช่เพียงให้ตนเองคุนชิน แต่มีคำหมายอื่นนั้นคือเพื่อหาทางหนี้ที่ไร่ และช่องโหว่ของกำแพงเมือง ข้าเองก็สงสัยมานานแล้วเหตุใดข้าถึงตีแคว้นนี้ไม่แตกสักที
"เจ้าเรียนรู้ได้เร็วดีจริง"องค์รัชทายาทเอ่ยชมข้า
ข้ามองไปรอบได้ไปสดุดเขากับสิ่งแปลกปลอบบ้างอย่างเข้าให้
"องค์รัชทายาท ทำไมถึงจัดแจกันเช่นนี้ละพะย่ะค่ะ" ข้าถามออกไปด้วยความสงสัย มีอย่างที่ไหนเอาดอกปี๋อั๋น(ดอกฮิกันบานะ)มาจัดแจกัน หรือไม่รู้ความหมายของมันหรือ
"เว่ยอิงเป็นคนจัดเอาไว้นะ"
"ท่านอ๋องหรือ"
"ใช่ เขาบอกว่าสีมันสวยดี"
"แต่ความหมายขอมันไม่ดีเลยนะพะย่ะค่ะ"
"ดอกไม้แห่งความตาย หรือเรียกอีกอย่างว่า ดอกไม้คนตายหรือดอกไม้ผี เหตุใด้ข้าจะไม่รู้"จู๋ๆก็มีเสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากด้านหลัง
"คารวะท่านอ๋อง"
"นับว่าเรียนรู้ได้เร็วจริงๆ ดั่งคำขององค์รัชทายาท"
"ดอกไม้นี้!!?"
"สีมันสวยดี ข้าไม่ได้สนใจความหมายของมันมากนักเพราะความหมายของมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร"
"ดอกไม้คนตายนะหรือความหมายที่ไม่ได้เลวร้ายของท่านอ๋อง"
"มีอยู่สามอย่างที่คนเราไม่อาจหนี้พ้นได้ 1คือ โชคชะตา 2 คือเวรกรรม 3คือความตาย อย่างไรเสียก็หนีไม่พ้นเหตุใดจึงคิดว่าน่ากล้วเล่า" ที่พูดมาก็ถูกบนโลกนี้ไม่มีใครนี้สามข้อนี้ได้จริงๆ
"หุบปากที่พูดมากของเจ้าแล้วเอาออกไปจากหน้าข้าสักทีเว่ยอู๋เซียน"
"ทราบแล้วองค์รัชทายาท"หลังพูดจบท่านอ๋องก็ได้ไปยกแจกันตรงหน้าขององค์รัชทายาทแล้วเดินจากไป
"เขาชอบของพิเล้นเช่นนี้แหละอย่าใส่ใจเลย ไหนๆเจ้าก็มาแล้วข้าไปไปเดินเลยในอุทยานหลวงไปเป็นเพื่อนข้าที"
"พะย่ะค่ะ"
ณ อุทยานหลวง
องค์รัชทายาทเดินชมทิวทัศน์อย่างสบายใจโดยแทบจะไม่สนใจข้าที่เดินเขาอย่างติดๆ ดูท่าทางขององค์รัชทายาท เหมือนกับแมวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนลานกวาง ดูน่ารักจริงเชียว
"องค์รัชทายาทระวัง"ข้าเอ้ยร้องขึ้นหลังจากข้าเห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากพุ้มไม้ทิศทางที่มันเลยไปคือตรงที่องค์รัชทายาทยืนอยู่
"มีอะไ.. โอ้ย!!!!!!!!!!!!!"องค์รัชทายาทหันมามองข้ายังเอ่ยปากไม่สินเสียงก็โดนงูตัวนั่นฉกเข้า ให้เสียแล้ว
ข้ารับใช้กระบี่ในมือปัดมันออกแล้วสับงูตัวนั้นเป็นชิ้น พอเห็นว่างูมันแน่นิ่งไปแล้วข้าก็มีไปดูองค์รัชทายาท
"ขอข้าดูแผลได้หรือไม่พะย่ะค่ะ " หลังข้าพูดจบองค์รัชทายาทก็พยักหน้ารับเป็นการบอกว่าอนุญาต ข้ามองดูบาทแผลจากคมเคียวของเห็นว่ามีรอยดำคล้ำบงบอกว่ามีพิษ ข้ารีบถอดสายรัดเอวออกนำไปมัดขาองค์รัชทายาทไว้เพื่อไม่ให้พิษไหลเข้ากระแสเลือด
"จะทำอะไรนะอาฮ่วน"
"งูมีพิษ ต้องดูดพิษออก"หลังพูดจบข้าจบขาขององค์รัชทายาทแล้วดูดพิษจากบาดแผลออกให้
ถุย~~~
"พอแล้วอาฮ่วน เดียวให้หมอหลวงมาดู พิษคงจะออกไปเยอะแล้ว"องค์รัชทายาทพูดขึนด้วยความเป็นห่วงข้า ข้าเองก็ดูดพิษออกให้จนเกือบหมดแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ถึงแก่ชีวิต ข้าจึงพยุงเข่ขึ้น
"เดินกลับไหวหรือไม่พะย่ะค่ะ"
"ข้าไหว" ยังไม่ทันสิ้นคำก็ผลัดจะล้มเสียแล้ว ข้าเลยหันหลังให้พร้อมนั่งลงคุกเข่าหนึ่งข้าง
"ทำอะไรของเจ้า"
"ขึ้นหลังข้าเถอะพะย่ะค่ะ ข้าแบกพระองค์กลับตำหนักเอง" หน้าของเขาแดงกล่ำราวกับแม่หญิงที่เขิลอาย แต่ก็ยอมขึ้นหลังข้าเพราะคงรู้ตัวว่าเดินไปไม่ไว้ต้องให้มีข้าพยุงก็เถอะ
"หากหนักก็ให้ข้าเดินเองได้นะฮาฮ่วน"
"พระองค์เบายังปุ๋ยนุ่น ควรเสวยให้มากหน่อยนะพะย่ะค่ะ"
"อาฮ่วน อย่าล่อข้าเล่นสิ เดินไปได้แล้ว"
"กระหม่อมพูดความจริง" ข้าพูดจบก็เดินตรงไปทางด้านคำหนักเหลียยฮวาบูรพา
ระหว่างทางกลับ ตำหนักเหลียฮวาบูรพา
"อาฮ่วน เจ้าฝึกยุทธ์บ่อยหรือ"
"พะย่ะค่ะ ช่วยว่างๆข้าชอบฝึกยุทธ์ พระองค์ทราบได้อย่างไร้"
"ก็เจ้าแข็งแรงปานนี้ ข้าเลยเดาเองนะ เสด็จพ่อเคยตรัสว่าผู้ที่แข็งแรงมีอยู่หลายประเภทแต่จะมีสองประเภทหลัก คือทำงานหนัก กับฝึกยุทธ์บ่อยๆ"
"เสด็จพ่อของพระองค์ตรัสไม่ผิดหรอกพะยะค่ะ"
"อืม"เขาตอบข้าน้ำเสียงที่อ่อนล้าผิดปกติ
"องค์รัชทายาท"ข้าเรียกเขาด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่ไม่มีแม้เสียงตอบกลับจนข้าวางเขาลงด้วยความผิดสังเกต พอวางลงก็พบว่าเขาสลบไปแล้ว เมื่อครู่ยังดีๆอยู่เลย พิษงูข้าก็เอาออกให้จนหมดแล้ว หากงูมีพิษร้ายแรงข้าเองก็คงตายไปแล้วด้วย แต่ข้าไม่ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เขาสลบไปได้อย่างไร้ ข้าจับดูชีพจรเขาพบว่าเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ ไม่ได้การแล้ว
ข้ารีบอุ้มเขาขึ้นมาในอ้อมแขนอยู่ในท่าอุ้มเจ้าสาว แล้วรีบตรงดิ่งกลับตำหนักเหลียนอวาทั่คนที่
ตำหนักเหลียนฮวา
"ตามหมอหลวง องค์รัชทายาทถูกงูกัด"