บทที่ 1 ชายปริศนา

3466 Words
ณ ป่าพิศวงแห่งอวิ่นเมิ่ง แก๊กๆ~~~ "คุ้มกันท่านอ๋องกับองค์รัชทายาท"เสียของหัวหน้าทหารองครักษ์สั่งลูกน้องหลังจากได้ยินเสียงผิดปกติอยู่หลังพุ่มไม้ตรงหน้า ทหารองครักษ์ทุกคนวิ่งมาล้อม ชายหนุ่มหน้าหวานทั้งสองเพื่อป้องกันภัยรอบทิศทาง ทุกสายตาจับจ้องไปที่พุ่มไม้ที่สั่นไหว จู่ๆก็มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากพุ่มไม้นั่น "ก็แค่กระต่ายน้อย พวกเขาตื่นตระหนกกันไปได้" หนุ่มรูปร่างหน้าตางดงาม เส้นผมสีดำเงางามถูกมัดไว้ด้วยริบบิ้นสีแดงสด เดินตรงเข้าไปอุ้มกระต่ายน้อย "พวกเจ้ากลัวอะไรกระต่ายน้อยตัวนี้ออกจะน่ารักเพียงนี้" เขากล่าวขึ้นพร้อมชูกระต่ายในมือให้องครักษ์ดู "พวกองครักษ์ทำตามหน้าที่ ที่ต้องคอยระวังภัยทุกทิศทางให้กับเรา อย่างว่าเขาหนักเลยเจ้าเองก็โตแล้วนะเว่ยอู่เซียนทำตัวเป็นเด็กไปได้ เสด็จพ่อมีรับสั่งให้พวกเรามาตามล่าโจรป่าที่อาละวาดในเมืองเจ้าก็เอาแต่เล่น "หนุ่มหน้าหวาน ดวงตากลมโตเป็นเอกลักษณ์ลักษณะท่าทางดูเป็นผู้นำ ผมสีดำเงาปริวไสวมีริบบิ้นสีม่วงผูกไว้กว่าขึ้น "องค์รัชทายาทพระองค์ก็ตรัสเกิดไปนะ ข้าก็แค่เห็นมันน่ารักดีก็เท่านั่น" องค์รัชทายาทมองหน้าอ๋องของตนเองแล้วส่ายหน้าถอนหายใจ จู่ๆก็ได้ยินเสียงแปลกๆ เพล้ง เพล้ง เพล้ง~~~ "นั่นเสียงอะไร"องค์รัชทายาทกว่าขึ้น "เสียงเหมือนคนกำลังสู้กัน"ท่านอ๋องกล่าวตาม "ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทที่นี่คือป่าพิศวงนะ พะยะค่ะ จะมีคนมาสู้กันได้อย่างไร" หัวหน้าองครักษ์ตัดบทขึ้น "ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล งั้นเราไปดูกัน"ท่านอ๋องกว่าพร้อมเดินนำตรงไปทางต้นต่อของเสียง "คุ้มกันท่านอ๋องกับองค์รัชทายาท"เสียของหัวหน้าทหารองครักษ์ออกคำสั่งอีกครั้ง อีกฝั่งของป่าพิศวง ณ ลานกว้างขวางหน้าผาวังจีซีไอ่(ลืมรัก)ด้านล่างของหน้าผาเป็นธาราลืมเลือน ชายหนุ่มวัยออกเรือนกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่แต่งตัวรุ่มร่ามเสื้อผ้าขาดลุยสไตล์โจรป่า พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ว่าทางฝั่งของชายหนุ่มวัยออกเรือนใคร่ว่าจะเสียเปรียบเพราะคนน้อยกว่า อีกมุมทางด้านชายป่ามีคนกลุ่มหนึ่งซุ่มมองการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ ฉับ~~ ชายหนุ่มวันออกเรือนถูฟันจากด้านหลังแรงฟันของดาบทำให้เขาเสียหลักจนล้มลงแต่ยังโชคดีที่เขาร่างกายแข็งแรงมากใช้กระบี่ในมือค่ำจุ่นตนเองไว้ได้ทัน แต่โชคร้ายของเขายังไม่หมดไป เขาถูกโจรป่ารอบเอาไว้ทุกรอบทิศทาง พอหันไปรอบๆก็พบว่าพักพวกของตนได้ลงไปนอนกับพื้นจมกองเลือดจนหมดสิ้น ชายหนุ่มเหลือกไปมองหน้าหัวหน้าโจรป่าด้วยควานแค้นเครือง "ต่อให้ข้าตกตายกลายเป็นผีฆ่าก็จะตามราวีพวกเจ้า" "จะตายอยู่ล่อมร่อ ยังกล้ามาปากดีอีก" ถุย~~~ ชายหนุ่มถุยน้ำลายใส่หัวหน้าโจรป่าพร้อมหัวเราะและแสยะยิ้มที่มุมปาก "ตายฆ่าเถอะ"หัวหน้าโจรป่าพูดขึ้นด้วยความโมโหพร้อมเป็นยกดาบขึ้นเหนือหัวอยู่ในช่วงท่าพร้อมฟันด้วย คมดาบของโจรป่านั้นรับรองว่าชายหนุ่มตรงหน้าได้เด็ดขาดเป็น 2 ท่อนแน่นอน แต่จู่ๆก็มีธนูลูกนึงยิงมาจากทิศทางของชายป่าจนทะลุข้อมือของโจรป่า ทำให้ดาบในมือของโจรป่าหล่นลงพื้น ต่อมามีคนกลุ่มนึงพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ทางด้านของชายป่าเข้าสังหารโจรป่าจนราบเหลือเพียงหัวหน้าโจรป่าที่อยู่ที่ปลายดาบของชายหนุ่นหน้าหวานผู้หนึ่ง แล้วมีชายหนุ่มหน้าหวานผู้หนึ่งเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มไว้ออกเรือน พร้อมกับเอ่ยปากถาม "เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม"หลังจากสิ้นเสียงคำถามชายหนุ่มวัยออกเรือนก็สลบลงในอ้อมแขนของหนุ่มน้อยหน้าหวาน ด้วยความเจ็บยปวด "เอะ นี่เจ้า!!! เจ้าฟื้นสิ ไม่ใช่ว่าตายแล้วหรอกนะ"หนุ่มน้อยพูดขึ้นด้วยความตกใจที่จู่ๆชายหนุ่มก็สลบไป "คงเป็นเพราะบาดแผล ทำให้เขาสลบไป"หนุ่มน้อยหน้าหวานอีกคนกล่าวขึ้น "พวกเจ้าเป็นใครพวกเดียวกันใช่ไหม"ชายที่อยู่ตรงปลายดาบของหนุ่มน้อยหน้าหวานกล่าว "ถ้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ข้าคืออ๋องแห่งแคว้นอวิ่นเหมิ่ง นามเว่ยอู่เซียน" "ส่วนคนนั้น"ท่านอ๋องพูดพร้อมกับใช้สายตามองไปที่ชายหนุ่มหน้าหวานอีกคน "คือองค์รัชทายาทของแคว้นอวิ่งเหมิ่ง มัดเขาไว้แล้วลากกับวัง" ท่านอ๋องออกคำสั่งองครักษ์ที่ติดตามมา "แล้วคนผู้นั้นเล่าพะย่ะค่ะ" "เห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ช่วยได้หรือ พากลับไปด้วย สวนพักพวกของเขาถ้ารอดก็พากลับไปด้วย แต่ถ้าตายก็ฝังพวกเขาที่จะไปอย่างสงบ" "พะย่ะค่ะ" __________________________________________ วังหลวงของแคว้นอวิ่นเหมิง ณ ตำหนักเหลียนฮวาบูรพา =หลานฮ่วน= ข้าลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ไม่ใช่ที่ที่คุ้นเคย ข้ามองซ้ายมองขวาก็พบว่ามีชายหนุ่มหน้าหวานแววตางดงามราวกับดอกบัวที่หน้าทะนุถนอม ที่กำลังบิดผ้าผืนเล็กในกะละมังไม้ จู่ๆเขาก็หันมาจับมือข้า ถ้ารีบถกมือออกด้วยความตกใจ "เจ้าจะทำอะไร" "เจ้าฟื้นแล้วหรือ"เขาหันมาตอบข้าด้วยความตกใจที่ข้าถกมือออกเล็กน้อย "ที่นี่ที่ไหน ข้าไม่อยู่นี่ได้อย่างไร และเจ้าจะทำอะไรข้า " ข้าพูดสาดคำถามที่อยากรู้ออกไป "ข้าแต่จะเช็ดตัวให้เจ้า ไม่ได้จะทำอะไรมิดีมิร้ายเสียหน่อย อีกอย่างข้าก็เป็นคนช่วยเจ้าเอาไว้" "ช่วยข้า!?" จริงสิข้าจำได้ว่าครั้งสุดท้ายถ้าเห็นคนกลุ่มนึงวิ่งออกมาจากชายป่าเข้าช่วยข้าเอาไว้หลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้เลย เช่นนั้นกลุ่มคนที่เข้ามาช่วยข้าก็คือเขาสินะ "คนของข้าล่ะ" "ตายหมดแล้ว"มีเสียงคนผู้หนึ่งดังออกมาจากด้านหลังของประตูพร้อมกับประตูที่เปิดออก แล้วมีหนุ่มน้อยหน้าใสเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยอะไรสักอย่าง แล้วเขาก็เดินตรงมาตรงหน้าข้าพร้อมกับวางถาดที่มีถ้วยยาเอาไว้ข้างๆชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่บนเตียงนอนข้างๆตัวข้าทำไมข้าถึงรู้ว่ายาน่ะหรอกลิ่นฉุนซะขนาดนี้ "แต่เจ้าวางใจเถอะ พวกเราช่วยฝังพวกเขาให้พวกเขาไปอย่างสงบเรียบร้อยแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง" "ดื่มยาเถอะ แต่ระวังร้อนด้วย"ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆข้ายกถ้วยยาแล้วยื่นมาให้ข้า "พวกเจ้าเป็นใคร แล้วจะเอาอะไรให้เขากิน" หนุ่มน้อยหน้าใสถอนหายใจพร้อมกับกล่าวว่า "นามของข้าคือเว่ยอู่เซียน เป็นท่านอ๋องของแคว้นอวิ่นเหมิง" "ข้าเป็นองค์รัชทายาทของแคว้นนี้นามเจียงหวั่นอวิ่น ส่วนยานี่เป็นเพียงยาบำรุงร่างกายไม่ใช้ยาพิษเจ้ามีต้องกังวลไป"เขาพูดพร้อมหันมายิ้มให้ข้าเป็นรอยยิ้มที่งดงามหนัก "หากพวกเราคิดจะฆ่าเจ้าพวกเราปล่อยให้เจ้าถูกโจรป่าพวกนั้นฆ่าตายไม่ดีกว่าหรอจะต้องเปลืองแรงหอบเจ้าออกมาจากป่าพิศวงทำไม"เว่ยอู่เซียพูดขึ้นที่เขาพูดมาก็ถูก แต่เดี๋ยวนะพวกเขาบอกว่าที่นี่คืออวิ่นเหมิ่งหรอ "เมื่อครู่พบเจ้าบอกว่าที่นี่คือที่ไหนนะอวิ่นเหมิ่งหรอ" "ใช่ มีอะไรหรือเปล่า" เจียงหวั่นอิ่นถามด้วยความส่งสัย "เปล่าไม่มีอะไร" "จริงหรอ"เว่ยอู่เซียนพูดขึ้นด้วยความสงสัยในตัวข้า "ใช่ ไม่มีอะไร" เว่ยอู่เซียนมองข้าด้วยความสงสัย "ว่าแต่เจ้าเถอะเป็นใคร"เจียงหวันอิ่นถามข้า ข้าจะกล้าบอกได้อย่างไรว่าข้าคือฮ่องเต้แคว้นอวิ่นเชิ่นปู่จื่อฉู้ เพราะในตอนนี้แคว้นของข้ากับแคว้นของพวกเขากำลังทำศึกกันอยู่และเป็นศัตรูกันมาช้านาน "ข้ามีชื่อว่าอาฮ่วน เป็นพ่อค้าขายเกลือร่อนเร่มาจากซีเป่ย" "ซีเป่ยยังงั้นหรอ" "ใช่" "ซีเป่ยห่างจากที่นี่หลายพันลี้(1 ลี้ (จีน)เท่ากับ 0.5 กิโลเมตร)เจ้ามาไกลขนาดนี้เชี่ยว" "ก็ข้าเป็นพ่อข้าเร่ ย่อมร่อนเร่ขายสินค้าไปตามที่ต่างๆ" "ก็จริง" "ว่าแต่ตอนนี้ถ้าจะทำอย่างไรต่อคนของเจ้าก็ไม่อยู่สักคน"เจียงหวันอิ่นเอ่ยถาม อุตส่าห์ได้เข้าถ้ำเสือข้าจะปล่อยมือไปได้ง่ายๆได้อย่างไร "ข้าไม่รู้" "เช่นนั้น ในตอนนี้องครักษ์ของข้ายังว่างอยู่งั้นเจ้ามาเป็นองครักษ์ให้ข้าดีหรือไม่"เจียงหวันอิ่นพูดเสนอขึ้น "องค์รัชทายาท!"เว่ยอู่เขียนอุทานขึ้นหลังเจียงหนั่นอินพูดจบ ความเดิมตอนที่แล้ว "ว่าแต่ตอนนี้ถ้าจะทำอย่างไรต่อคนของเจ้าก็ไม่อยู่สักคน"เจียงหวันอิ่นเอ่ยถาม อุตส่าห์ได้เข้าถ้ำเสือข้าจะปล่อยมือไปได้ง่ายๆได้อย่างไร "ข้าไม่รู้" "เช่นนั้น ในตอนนี้องครักษ์ของข้ายังว่างอยู่งั้นเจ้ามาเป็นองครักษ์ให้ข้าดีหรือไม่"เจียงหวันอิ่นพูดเสนอขึ้น "องค์รัชทายาท!"เว่ยอู่เขียนอุทานขึ้นหลังเจียงหนั่นอินพูดจบ =เว่ยอู่เซียน= ข้าไม่พอใจกับคำพูดขององค์รัชทายาทเอามากๆ คนผู้นไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาจากไหน ที่เขาบอกว่ามาจากซีเป๋ยจริงหรือเท็จ "ตำแหน่งองครักษ์ของข้าก็ว่างอยู่ ตอนนี้ฮาฮ่วนก็ไม่มีที่ไป ก็ให้เป็นองครักษ์ของข้าก็เหมาะสมดีแล้ว" "แต่ว่าองค์รัชทายาท..." "ไม่มีแต่เจ้าหรือข้าที่เป็นรัชทายาทกันแน่เว่ยอู่เชียน"ดูท่าว่าเขาจะเถียงหัวชนฝา ดึงดันจะให้คนผู้นี้เป็นองครักษ์ข้่งกายให้ได้ ข้าก็ต้องยอมจำนนอย่างช่วยไม่ได้ "แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นทุกพระองค์กับผิดชอบเองนะข้าไม่ยุ่ง" ข้าทำได้แต่ผลักตนเองออกจากหลุมดำนี้ให้องค์รัชทายาทหัวรั้นคนนี้จมดิ่งลงไปเถอะข้าไม่เอาด้วยหรอก ชิ "ได้ ข้ารับผิดชอบเอง" ยังมีหน้ามาตอบกลับอีก "พะย่ะค่ะ ตามใจ ข้าขอตัวก่อน ได้ยินว่าท่านหญิงจะไปสระสันตบงกช ข้าจะตามเสด็จไปด้วย ข้าไปละ"หลังพูดจบข้าก็เดินออกมาจากห้องทันที แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ ตำหนักเหลียนฮวาอัสดง =เจียงหวั่นอิน= เจ้าอ๋องบ้านั่นงอลข้าอีกแล้ว ถ้าไม่เก็นะว่าเป็นอ๋องละก็จะสั่งทำโทษช่ะให้หราบ "ไม่ตามไปหรือ" เสียของอาฮ่วนทำให้ข้าให้ไปมองเขาหลังจากละสายตาจากเขามองตามเจ้าอ๋องบ้าไม่รู้จักโตนั่นไป "ไม่ละ เจ้านั่นโกรธข้าได้ไม่ข้ามวันหรอก นี้ยาเจ้าดื่มได้แล้วยาจะเย็นหมดแล้ว"ข้ายืนยาในมือให้อาฮ่วนเขารับไปแล้วดื่มที่เดี๋ยวหมดถ้วยทำให้ข้าตกใจมากเพราะยังไงยาก็ยังร้อนอยู่ แล้วยาที่นี่ดันขมราวกับบอระเพ็ด "เจ้าไม่ร้อนหรือขมบางเลยหรอ"ข้าถามด้วยความสงสัย "ร้อน แต่ชินแล้ว" "ชินแล้ว!!?" "ตอนเด็กข้าเคยนอนตากหิมะจนป่วย ท่านอาเลยให้ข้าดืมยาและชาร้อนมาตั่งแต่ตอนนั้น จนตอนนี้ ชินแล้ว ยาร้อนแค่นี้ข้าไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยช้ำ" "อ่อ เป็นเช่นนี้เอง" "ว่าแต่ท่านกับอ๋องของท่านทะเลาะกันเช่นนี้บ่อยหรือทำไม่ท่านดูไม่ใส่ใจที่เขาโกรธท่านเช่นนี้เลย" "ใช่ ข้ากับเขาเราทะเลาะกันบ่อย เพราะเขาเป็นเด็กไม่รู้จักโต และไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่กลัวทั้งนั้น กล้าก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน เพราะมีพี่หญิงกับเสด็จพ่อถือหางอยู่" "เช่นนั่นท่านไม่กลัวว่าเขาจะมาแย่งตำแหน่งรัชทายาทไปหรือ" "ไม่ละ เพราะเว่ยอู่เชียนไม่มีแม้ใจจะสนราชบัลลังก์ ตำแหน่งอ๋องนี้ข้าเองเป็นคนแต่งตั้งเขา" "อย่างนี้นี่เอง" "เจ้าอยากรู้เรื่องนี้ไปทำไม" "ข้าแค่สงสัยเท่านั้นเอง" "ช่างเถอะเจ้าพักผ่อนเถอะเดี๋ยวถ้าจะให้คนเอาชุดเครื่องแบบและป้ายคำสั่งองครักษ์มาให้" เช้าวันต่อมา ณ ตำหนักเหลียนฮวาบูรพา =หลานฮ่วน= ข้าเดินออกมาจากห้องเพื่อสำรวจสถานที่ วังหลวงของอวิ่นเหมิ่งใหญ่โตมากนัก ดูไปดูมาดูเหมือนจะใหญ่กว่าวังหลวงของอวิ่นเซิ่นปู่จืฉู่ข้าเสียอีก ข้าเดินเต่ไปเรื่อยๆจนมาถึงที่แห่งหนึ่งเป็นสระดอกบัวขนาดใหญ่มีสะพานทอดยาวไปถึงกลางสระตรงปลายสะพานมีศาลาขนาดใหญ่อยู่ ในศาลามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่ ข้ามัวแต่สนใจแต่คนที่นั่งอยู่ในศาลาจนไม่ได้สังเกตว่าตรงทางเข้ามีทหารยามยื่นอยู่ "เจ้าเป็นใครกล้าดีอย่างไร บุกรุกพระราชฐานชั้นในขององค์รัชทายาท" ทหารยามกล่าวขึ้นพร้อมเอียงหอกในมือมาทำต้นคอของข้า ถ้าข้าขยับแม้เพียงครึ่งก้าวหอกนี้มีหวังทะลุคอข้าเป็นแน่ ข้าจึงเอื้อมมือไปจับป้ายห้อยเอวที่นางกำนัลพึงให้มาเมื่อเย็นวาน แล้วชูขึ้นให้ทหารยามดูพร้อมพูดว่า "ข้าเป็นองครักษ์ข้างกายขององค์รัชทายาท ป้ายห้อยเอวนี้เป็นเครื่องยืนยัน"ทหารยามเอาป้ายของข้าไปดูแล้วมองหน้ากันเหมือนทำอะไรผิดไป ต่อมาพวกเขายืนคืนมาให้ข้าด้้วยสองมือ "ข้าน้อยเข้าใจผิด ใต้เท้าโปรดเมตตา"ใต้เท้าหรอ ป่านนี้เป็นเพียงป้ายขององครักษ์ข้างกายรัชทายาทไม่ใช่หรือ "พวกเจ้าไม่ต้องเกรงใจ ข้าพึ่งรับตำแหน่งใหม่ข้าเองก็ยังไม่ค่อยชิน ตั้งใจทำงานละ จ้าจะเข้าไปหาองค์รัชทายาท"ข้าพูดพร้อมเดินไปตบไหล่ของสองทหารยามตัวน้อย แล้วเดินตรงไปหาคนที่นั่งอยู่ในศาลากลางสระบัว "อาฮ่วนเจ้ามาแล้วหรือ เจ้าตามหาข้าเจอได้อย่างไร"ข้ายังไม่ได้ทักคนผู้นั้นก็มองเห็นข้าแล้วเอ่ยทักข้าขึ้นเสียก่อน "ข้าเพียงเดินสำรวจโดยรอบเพื่อให้ตนเองคุ้นชินจะได้ไม่เดินหลงทาง แต่เผอิญเดินมาเจอองค์รัชทายาทเองพะย่ะค่ะ"ข้าอธิบายเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เพราะความจริงข้ามาสำรวจโดยรอบไม่ใช่เพียงให้ตนเองคุนชิน แต่มีคำหมายอื่นนั้นคือเพื่อหาทางหนี้ที่ไร่ และช่องโหว่ของกำแพงเมือง ข้าเองก็สงสัยมานานแล้วเหตุใดข้าถึงตีแคว้นนี้ไม่แตกสักที "เจ้าเรียนรู้ได้เร็วดีจริง"องค์รัชทายาทเอ่ยชมข้า ข้ามองไปรอบได้ไปสดุดเขากับสิ่งแปลกปลอบบ้างอย่างเข้าให้ "องค์รัชทายาท ทำไมถึงจัดแจกันเช่นนี้ละพะย่ะค่ะ" ข้าถามออกไปด้วยความสงสัย มีอย่างที่ไหนเอาดอกปี๋อั๋น(ดอกฮิกันบานะ)มาจัดแจกัน หรือไม่รู้ความหมายของมันหรือ "เว่ยอิงเป็นคนจัดเอาไว้นะ" "ท่านอ๋องหรือ" "ใช่ เขาบอกว่าสีมันสวยดี" "แต่ความหมายขอมันไม่ดีเลยนะพะย่ะค่ะ" "ดอกไม้แห่งความตาย หรือเรียกอีกอย่างว่า ดอกไม้คนตายหรือดอกไม้ผี เหตุใด้ข้าจะไม่รู้"จู๋ๆก็มีเสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากด้านหลัง "คารวะท่านอ๋อง" "นับว่าเรียนรู้ได้เร็วจริงๆ ดั่งคำขององค์รัชทายาท" "ดอกไม้นี้!!?" "สีมันสวยดี ข้าไม่ได้สนใจความหมายของมันมากนักเพราะความหมายของมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร" "ดอกไม้คนตายนะหรือความหมายที่ไม่ได้เลวร้ายของท่านอ๋อง" "มีอยู่สามอย่างที่คนเราไม่อาจหนี้พ้นได้ 1คือ โชคชะตา 2 คือเวรกรรม 3คือความตาย อย่างไรเสียก็หนีไม่พ้นเหตุใดจึงคิดว่าน่ากล้วเล่า" ที่พูดมาก็ถูกบนโลกนี้ไม่มีใครนี้สามข้อนี้ได้จริงๆ "หุบปากที่พูดมากของเจ้าแล้วเอาออกไปจากหน้าข้าสักทีเว่ยอู๋เซียน" "ทราบแล้วองค์รัชทายาท"หลังพูดจบท่านอ๋องก็ได้ไปยกแจกันตรงหน้าขององค์รัชทายาทแล้วเดินจากไป "เขาชอบของพิเล้นเช่นนี้แหละอย่าใส่ใจเลย ไหนๆเจ้าก็มาแล้วข้าไปไปเดินเลยในอุทยานหลวงไปเป็นเพื่อนข้าที" "พะย่ะค่ะ" ณ อุทยานหลวง องค์รัชทายาทเดินชมทิวทัศน์อย่างสบายใจโดยแทบจะไม่สนใจข้าที่เดินเขาอย่างติดๆ ดูท่าทางขององค์รัชทายาท เหมือนกับแมวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนลานกวาง ดูน่ารักจริงเชียว "องค์รัชทายาทระวัง"ข้าเอ้ยร้องขึ้นหลังจากข้าเห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากพุ้มไม้ทิศทางที่มันเลยไปคือตรงที่องค์รัชทายาทยืนอยู่ "มีอะไ.. โอ้ย!!!!!!!!!!!!!"องค์รัชทายาทหันมามองข้ายังเอ่ยปากไม่สินเสียงก็โดนงูตัวนั่นฉกเข้า ให้เสียแล้ว ข้ารับใช้กระบี่ในมือปัดมันออกแล้วสับงูตัวนั้นเป็นชิ้น พอเห็นว่างูมันแน่นิ่งไปแล้วข้าก็มีไปดูองค์รัชทายาท "ขอข้าดูแผลได้หรือไม่พะย่ะค่ะ " หลังข้าพูดจบองค์รัชทายาทก็พยักหน้ารับเป็นการบอกว่าอนุญาต ข้ามองดูบาทแผลจากคมเคียวของเห็นว่ามีรอยดำคล้ำบงบอกว่ามีพิษ ข้ารีบถอดสายรัดเอวออกนำไปมัดขาองค์รัชทายาทไว้เพื่อไม่ให้พิษไหลเข้ากระแสเลือด "จะทำอะไรนะอาฮ่วน" "งูมีพิษ ต้องดูดพิษออก"หลังพูดจบข้าจบขาขององค์รัชทายาทแล้วดูดพิษจากบาดแผลออกให้ ถุย~~~ "พอแล้วอาฮ่วน เดียวให้หมอหลวงมาดู พิษคงจะออกไปเยอะแล้ว"องค์รัชทายาทพูดขึนด้วยความเป็นห่วงข้า ข้าเองก็ดูดพิษออกให้จนเกือบหมดแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ถึงแก่ชีวิต ข้าจึงพยุงเข่ขึ้น "เดินกลับไหวหรือไม่พะย่ะค่ะ" "ข้าไหว" ยังไม่ทันสิ้นคำก็ผลัดจะล้มเสียแล้ว ข้าเลยหันหลังให้พร้อมนั่งลงคุกเข่าหนึ่งข้าง "ทำอะไรของเจ้า" "ขึ้นหลังข้าเถอะพะย่ะค่ะ ข้าแบกพระองค์กลับตำหนักเอง" หน้าของเขาแดงกล่ำราวกับแม่หญิงที่เขิลอาย แต่ก็ยอมขึ้นหลังข้าเพราะคงรู้ตัวว่าเดินไปไม่ไว้ต้องให้มีข้าพยุงก็เถอะ "หากหนักก็ให้ข้าเดินเองได้นะฮาฮ่วน" "พระองค์เบายังปุ๋ยนุ่น ควรเสวยให้มากหน่อยนะพะย่ะค่ะ" "อาฮ่วน อย่าล่อข้าเล่นสิ เดินไปได้แล้ว" "กระหม่อมพูดความจริง" ข้าพูดจบก็เดินตรงไปทางด้านคำหนักเหลียยฮวาบูรพา ระหว่างทางกลับ ตำหนักเหลียฮวาบูรพา "อาฮ่วน เจ้าฝึกยุทธ์บ่อยหรือ" "พะย่ะค่ะ ช่วยว่างๆข้าชอบฝึกยุทธ์ พระองค์ทราบได้อย่างไร้" "ก็เจ้าแข็งแรงปานนี้ ข้าเลยเดาเองนะ เสด็จพ่อเคยตรัสว่าผู้ที่แข็งแรงมีอยู่หลายประเภทแต่จะมีสองประเภทหลัก คือทำงานหนัก กับฝึกยุทธ์บ่อยๆ" "เสด็จพ่อของพระองค์ตรัสไม่ผิดหรอกพะยะค่ะ" "อืม"เขาตอบข้าน้ำเสียงที่อ่อนล้าผิดปกติ "องค์รัชทายาท"ข้าเรียกเขาด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่ไม่มีแม้เสียงตอบกลับจนข้าวางเขาลงด้วยความผิดสังเกต พอวางลงก็พบว่าเขาสลบไปแล้ว เมื่อครู่ยังดีๆอยู่เลย พิษงูข้าก็เอาออกให้จนหมดแล้ว หากงูมีพิษร้ายแรงข้าเองก็คงตายไปแล้วด้วย แต่ข้าไม่ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เขาสลบไปได้อย่างไร้ ข้าจับดูชีพจรเขาพบว่าเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ ไม่ได้การแล้ว ข้ารีบอุ้มเขาขึ้นมาในอ้อมแขนอยู่ในท่าอุ้มเจ้าสาว แล้วรีบตรงดิ่งกลับตำหนักเหลียนอวาทั่คนที่ ตำหนักเหลียนฮวา "ตามหมอหลวง องค์รัชทายาทถูกงูกัด" ​​​​​
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD