คนเจ็บที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บถลึงตามองคนตัวสูงที่เขาคุ้นเคย เราเคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมาก่อนแถมยังค่อนข้างสนิทกันมากด้วย ไอ้ตี๋นี่มันเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ใบหน้ายิ้มแย้มใจดีของมันไม่สามารถสะท้อนถึงความคิดอันชั่วร้ายในใจจิตได้เลย
“เอ่อ สวัสดีครับ จะ จำพวกผมได้ไหมครับ”
ภิภูพูดขึ้นทักทายปลาวาฬที่ยังยืนงงอยู่ในดงผู้ชายที่สูงตั้งแต่ 175 เซนติเมตรขึ้นไป เธอที่สูงเพียงแค่ 159 เซนติเมตรก็เหมือนหลักกิโลที่อยู่ในดงเสาไฟแหละนะ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนส่งยิ้มให้กับทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผู้ชายพวกนี้ทั้งสูง และดูดีมากจริง ๆ บางคนก็ผิวขาว บางคนก็ผิวแทน ให้อารมณ์หลากหลายความรู้สึก ทว่าสายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่ตรงใบหน้าหล่อของหนุ่มตี๋ตาชั้นเดียว ผิวขาวซีด อ่า... หล่อดูดีมากจริง ๆ ยิ่งตอนยิ้มยิ่งดูอบอุ่น ไม่เหมือนใครบางคนที่ตอนยิ้มเหมือนกับวายร้าย
“จำได้ค่ะ แต่ว่านี่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินเลยนะคะ จะมาชำระก่อนเหรอ” คำพูดอันไร้เดียงสาของปลาวาฬทำให้หนุ่ม ๆ ที่อยู่ในห้องพักต่างก็นิ่งเงียบไปราวกับมีนกกาบินผ่านศีรษะของแต่ละคน ด้วยดวงตาใสแป๋วที่มองพวกเขาอยู่นั้นทำให้เชนหลุดขำออกมา
“ฮ่า ๆ น่ารักจริง ๆ เลย” นะ น่ารัก อะไรน่ารัก เธอเหรอ? ปลาวาฬชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างใสซื่อ ก่อนจะหันไปมองทางประตูเมื่อคุณหมอเดินเข้ามาพร้อมกับคุณพยาบาล ทุกคนต่างก็เคารพสถานที่กันทั้งนั้นถึงได้ถอยหลังไปรอที่โซนรับแขก เหลือเพียงแค่คุณหมอ คุณพยาบาล คนเจ็บ และคนที่เฝ้าคนเจ็บมาตลอดคืน
“ผู้หญิงคนนั้นเหรอที่มึงบอก” หันไปถามเชน เพราะเชนเป็นคนบอกเรื่องของปลาวาฬให้แพกซ์รู้
“อือ เป็นไง”
“จุ๊ ๆ ๆ ถูกใจฉันวะ” มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว มีใครบ้างที่เห็นผู้หญิงคนนี้แล้วไม่รู้สึกอะไรเลยบ้าง เธอเป็นผู้หญิงที่รูปร่างดีบ่งบอกว่าเธอเป็นคนมีวินัยในการดูแลตัวเองมากแค่ไหน แถมน้ำเสียงยังไพเราะจนแพกซ์อยากจะฟังเสียงเธอในอิริยาบถอื่น เช่น การนอนครางอยู่ใต้ร่างของเขา แพกซ์มองไปทางปลาวาฬอย่างไม่ปิดบังสายตาของเขาแสดงออกถึงความพอใจจริง ๆ ยิ่งเห็นตอนที่เธอถามคุณหมออย่างละเอียดยิบมันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเธอน่าสนใจ
“แล้ว เธอเป็นอะไรกับมัน”
“ตอนนี้ก็ยังเช็กอยู่ มึงใจเย็นหน่อยกูเพิ่งให้คนเช็กเมื่อวาน”
“แต่ก็... ไม่ว่าจะเป็นอะไรกับมัน กูก็จะเอาเธอมาอยู่กับกูให้ได้” นุนิวมองเพื่อนที่เป็นหัวโจกก่อนจะเลื่อนสายตาลงมามองเพื่อนสนิทของแพกซ์ ราวกับว่าเชนเป็นมือขวาของแพกซ์ ตัวเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการกระทำของสองคนนี้ เพียงแต่ตั้งแต่แยกมาอยู่กลุ่มนี้เขาก็รู้สึกถึงความแปลกซึ่งต่างจากข้อมูลที่เขาเคยได้รับมาก่อนตัดสินใจแยกกลุ่ม
“นิว มาหากูหน่อยดิ” เขาก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ ทำไมต้องให้เขาเดินไปด้วย แต่เพราะไม่อยากให้แพกซ์รู้สึกโมโหในโรงพยาบาลที่ต้องการความสงบ นุนิวเลยก้าวขาขึ้นไปหนึ่งก้าวแพกซ์ก็พาดแขนแกร่งของเขาที่บ่าของนุนิวทันที
“มีอะไร”
“ไม่มีอะไร กูแค่ไม่มีที่วางแขน” หน้าไม่อายจริง ๆ เลย ไอ้หมอนี่ ทั้ง ๆ ที่เชนกับ ภิภูก็ยืนอยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ แต่ไม่ยอมคล้องคอใครนอกจากเขาเลย แพกซ์เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมอปลายด้วยกันแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงชอบคล้องคอเขานักหนา!
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ” ปลาวาฬโค้งตัวขอบคุณคุณหมอที่เหนื่อยมาอย่างหนัก และแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ หลังจากที่เธอได้รับคำแนะนำการดูแลว่าที่เจ้านายจากคุณหมอแล้ว
“นี่พี่ครับ ผมพักอีกแค่สองอาทิตย์ก็กลับบ้านได้แล้ว ผมไม่เป็นอะไรแล้วพี่ก็เลิกร้องไห้เถอะนะครับ” ตอนที่เห็นเธอตั้งใจฟังหมออย่างตั้งใจก็ทำให้เขาอดอมยิ้มไม่ได้เลยจริง ๆ เธอดูน่าเอ็นดูมาก ๆ
“ฉันรู้แล้วค่ะ แต่มันก็อดห่วงไม่ได้นี่นา”
“โอ้~ พี่คนสวยคนนี้ สนใจมาอยู่กับผมไหมครับ”
แพกซ์เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนคนอื่น แขนของเขายังคล้องลำคอของนุนิวสายตามองไปทางปลาวาฬที่ตอนนี้ขอบดวงตาของเธอกำลังแดงเรื่อเป็นภาพที่น่ามองสำหรับแพกซ์ในตอนนี้
“เอ่อ…” ปลาวาฬกำลังงง เธอยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลย เธอรู้จักแต่สามคนข้างหลังที่ถูกกลุ่มของกันต์ธีลากไปที่โรงยิมร้างในวันนั้น
“อ่า ยังไม่รู้จักใช่ไหมครับ ผมชื่อแพกซ์ครับ เป็นเพื่อนสนิทซี๊ปึกของไอ้กันต์เลย” แพกซ์แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่กันต์ธียังคงนอนมองการกระทำของแพกซ์อย่างไม่ยอมลดละไปไหน ทำให้แพกซ์ที่คอยสังเกตท่าทีของกันต์ธีอยู่ตลอดยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ สงสัยว่าผู้หญิงคนนี้คงจะเป็นคนที่ไอ้หมอนั่นกำลังเล็งอยู่สินะ
“อ่า สวัสดีค่ะ”
“แล้วก็ ผมจะใช้หนี้ให้เพื่อนสามคนที่ก่อเรื่องเอาไว้ วันนี้น่ะครับ” หา วะ วันนี้เหรอ?
“วะ วันนี้เหรอคะ แต่ว่าวันนี้ฉัน...” พอจะรู้แล้ว ดูจากที่ผู้หญิงคนนี้เป็นแบบนี้ น่าจะเป็นผู้ช่วย หรือไม่ก็อาจจะเป็นหนึ่งในคู่นอนที่กันต์ธีพอใจสินะ แบบนี้ก็น่าสนุกน่ะสิ
“คือ ถ้าจะให้เรียบร้อยวันนี้เลย ฉันอาจจะต้องไปเอาเอกสารมาก่อนค่ะ จะรอได้ไหมคะ”
“สำหรับพี่ ผมรอได้อยู่แล้วครับ” แพกซ์ยิ้มให้ แล้วเลื่อนสายตาหันไปมองคนเจ็บซึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากได้แค่มองเขาเล่นกับของเล่นของตัวเอง
“แต่ว่า ฉันไม่ไว้ใจพวกคุณให้อยู่กับคุณกันต์โดยไม่มีฉัน” เธอพูดขึ้นขัดความมั่นใจของแพกซ์ ชายหนุ่มตาชั้นเดียวหันมองคนตัวเล็กที่มีสีหน้ายุ่งเหยิงอย่างใช้ความคิด ภายในห้องพักคนไข้ตกอยู่ในความเงียบราวกับว่าที่ห้องนี้ไม่มีใครอยู่ กระทั่งหญิงสาวร่างเล็กดีดนิ้ว
“ถ้านัดเป็นตอนเย็นของวันนี้ได้ไหมคะ เดี๋ยวคุณเตยหอมกำลังมาฉันจะรีบไปที่ สำนักงานแล้วกลับมาพร้อมสัญญา”
“เฮอะ อะ เอางั้นก็ได้ครับพี่ เอาที่พี่สะดวกเลยพวกผมไม่หนีอยู่แล้ว แต่เราจะไปเจอกันที่ไหนดีครับ”
“เป็นคาเฟ...”
“ที่นี่!” เสียงของกันต์ธีดังขึ้นมาทำให้คนที่เคยสนิทกับเขารับรู้ได้ถึงความร้อนใจ แต่เพราะร่างกายของกันต์ธีขยับตัวลำบากเลยทำให้แพกซ์ได้ใจ
“แต่เดี๋ยวคุณป้าก็จะมาแล้วนี่ จะเป็นการรบกวนแกเปล่า ๆ นะกันต์”
“อย่ามาสอด!” สายตาดุดันของกันต์ธีมองไปที่แพกซ์อย่างไม่ชอบใจ อาจจะเพราะเคยเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันมาก่อนเลยทำให้กันต์ธีรู้ดีว่าแพกซ์กำลังคิดอะไรอยู่
“จุ๊ ๆ ๆ เฮ้ย ไอ้กันต์ แกแน่ใจเหรอวะว่าถ้าแม่แกอยู่ด้วยแกจะไม่ซวยเอาน่ะ” เพราะที่บ้านของกันต์ธีก็คงจะไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาแยกตัวกันออกมาแล้ว แล้วหากต้องเซ็นสัญญาการคืนเงิน แม่ของเขาก็คงสงสัยว่าพวกเขามีปัญหาอะไรกัน
กันต์ธีมองไปที่คนตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแม้แต่น้อยว่าในตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น เขาได้แต่ถอนหายใจแล้วตอบออกไปด้วยน้ำเสียงจำต้องยอม
“ก็ได้ แต่พี่ครับ พี่ต้องคาสายผมไว้ด้วยนะ ผมไม่ไว้ใจมัน”
“ได้ค่ะ คุณกันต์ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันเรียนเทควันโดมาค่ะ” พูดแล้วทำท่าเตะกลับหลังโชว์ให้ดูเป็นขวัญตาทำเอาทั้งห้องอึ้งตาม ๆ กันไปโดยเฉพาะกันต์ธีที่ตอนนี้คิดไปแล้วว่าเขาจะเข้าหานักเทควันโดสาวคนนี้ยังไงดีไม่ให้โดนเตะกลับหลัง
“งั้นพวกผมกลับก่อนนะครับ เพราะต้องไปเตรียมเศษเงินมาคืนคนขี้งก”
“จะจ่ายเป็นเช็คก็ได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเงินสดก็จะดีมากเลยค่ะ งั้นก็ เดินทางปลอดภัยนะคะ” ปลาวาฬกล่าวลาให้อย่างสุภาพ ก่อนหันมาดูแลกันต์ธีต่อโดยไม่ได้สนใจเพื่อนในคราบศัตรูของว่าที่เจ้านายอีก
“พี่ครับ ผมหิวน้ำอีกแล้ว”
“ได้ค่ะ” เธอเอี้ยวตัวไปรินน้ำใส่แก้วแล้วหันมาจ่อหลอดที่ปากเขาอีกครั้ง สายตาของเธอมองเขาด้วยความห่วงใยขณะที่คนเจ็บกำลังใช้หัวสมองอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรดี ถึงจะได้เธอสักครั้ง
“เหมือนปากผมจะแห้งเลย พี่มีลิปมันไหมครับ”
“มีค่ะ เดี๋ยวฉันหยิบให้นะคะ”
ถ้าใช้วิธีที่เขาเจ็บตัวแทนจนเกือบตายแบบนี้มันจะเป็นการข่มขู่ หรือขู่เข็ญเธอหรือเปล่านะ แล้วเขาควรทำยังไงดีให้เธอไม่รู้สึกว่าถูกคุกคาม
“นี่ค่ะ ตะ แต่ว่าฉันใช้ไปบ้างแล้วถ้าคุณกันต์ไม่ถือก็ใช้ต่อได้เลยค่ะ”
“ผมยกแขนไม่ขึ้นเลยครับ พี่ครับ พี่ช่วยทาให้ผมหน่อยได้ไหม” ขั้นตอนนี้ปลาวาฬค่อนข้างลำบากใจ แต่พอเหลือบสายตามองเห็นเขามันก็ทำให้เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพราะอย่างน้อยเขาก็ช่วยชีวิตเธอไว้นะ!
“ได้ค่ะ” ปลาวาฬหยัดกายลุกขึ้นยืน เธอใช้นิ้วชี้แตะไปที่ลิปมันแบบแท่งถูวนมันเบา ๆ ก่อนใช้นิ้วเดียวกันแตะที่กลีบปากของเขา ทันทีที่ท้องนิ้วแตะถูกปากเขาเธอสะดุ้งนิดหน่อยเพราะไม่ค่อยชินที่มีปากของใครมาสัมผัสตัวเธอแบบนี้ขณะที่กำลังใช้นิ้วของเธอแตะที่ปากเขา สายตาของเขากลับจ้องมองมาที่เธอจนรู้สึกวูบวาบแปลก ๆ
นี่เธอเป็นอะไรเนี่ย ทะ ทำไมหัวใจมัน...
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
“เสียงหัวใจพี่ มันดังออกมาข้างนอกเลยนะครับ” ท้องนิ้วยังแตะที่ปากเขา พอเขาขยับปากมันยิ่งคล้ายกับว่าตอนนี้กันต์ธีกำลังเลียปลายนิ้วของเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น
“กะ ก็ฉัน...” ยังไม่ทันได้เถียงก็ได้ยินเสียง ‘หึ’ ดังออกมาจากคนเจ็บที่อยู่บนเตียง เขาเม้มปากแน่นหลังจากที่ปลาวาฬชักนิ้วกลับมาแล้ว
“พี่ต้องดูแลผมนะครับ ผมเจ็บขนาดนี้คงทำอะไรเองไม่ได้”
“ได้ค่ะ ฉันจะดูแลคุณกันต์เป็นอย่างดีแน่นอน”
“ดีครับ ถ้าผมต้องการอะไรพี่ก็ต้องทำให้ผมนะครับ”
“ดะ ได้ค่ะ ฉันต้องทำให้คุณกันต์อยู่แล้วสิคะ” เพราะเขาเจ็บตัวแทนเธอ เรื่องแค่นี้ที่เขาร้องขอมาใช่ว่าเธอจะทำไม่ได้เสียหน่อย
“ดีครับ ตอนนี้ผมอยากนอนแล้ว พี่ช่วยปิดม่านให้ผมหน่อยนะครับ”
“รับทราบค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปปิดผ้าม่านเพื่อบดบังแสงสว่างให้กับชายหนุ่มที่บอกว่าง่วงแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้สายตาของชายหนุ่มจดจ้องอยู่ที่สะโพกสวยของเธออย่างไม่วางตา