บทนำ

2262 Words
“ย่าจ๋าปลาวาฬไปทำงานก่อนนะจ๊ะ” หลังจากเรียนจบมาได้เข้าปีที่สามปลาวาฬก็เปลี่ยนงานครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วเช่นกัน ไม่ใช่ว่างานสองครั้งแรกของเธอไม่ดี แต่เธอดันได้เพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี และบางทีก็ได้เจ้านายที่ไม่ดีทำให้เธออึดอัดใจเกินกว่าที่จะอยู่ต่อเลยต้องลาออกจากงานที่แสนจะหายากเย็นในยุคสมัยนี้ โชคดีที่เธอมีเพื่อนสนิทอยู่สองคน ทั้งสองคนได้ทำงานที่สำนักงานทนายความชื่อดังซึ่งเป็นที่ที่เธอสัมภาษณ์งานไม่ผ่านในครั้งแรก แต่เพราะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสาวที่เป็นเพื่อนกันมาถึงเจ็ดปีแล้วในครั้งนี้เธอเลยสัมภาษณ์ได้ผ่านฉลุย และวันนี้ก็เป็นวันที่เธอได้เริ่มงานวันแรก เธอค่อนข้างตื่นเต้นจนทำตัวไม่ค่อยถูกเลยล่ะ “อือ ตั้งใจทำงานนะยัยหนูของย่า” ฐานะทางบ้านของเธอค่อนข้างมีน้อย โชคดีที่ครอบครัวเธอไม่มีหนี้สิน แม่เธอไม่อยู่ในโลกใบนี้แล้ว ส่วนพ่อของเธอไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งเธอไว้กับย่าตั้งแต่เธอเพิ่งอายุได้เพียงแค่สามขวบ หลังจากที่แม่จากไป ย่าเป็นคนเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่ตอนนั้น ย่าของเธอทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณ ต้องคอยออกไปนวดตามบ้านในหมู่บ้านต่าง ๆ เพราะอายุมากแล้วร้านนวดไม่ค่อยเปิดรับคนอายุมากเท่าไหร่อาจจะกลัวว่าคนอายุมากไม่ค่อยมีแรงล่ะมั้ง โชคดีที่ฝีมือของย่าเธอค่อนข้างดีเพราะเรียนจบมาจากวัดโพธิ์ในศาสตร์ทุกแขนงเพียงแต่ไม่มีทุนมากพอที่จะเปิดร้านนวดได้ ท่านจึงอาศัยไปนวดเอาตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งก็มีลูกค้าประจำอยู่มากมาย และเพราะอาชีพนี้ของย่าสามารถส่งเธอเรียนได้จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อเธอขึ้นมหาวิทยาลัยเธอก็ตั้งใจเรียนให้ดีเพื่อขอทุนการศึกษา และทำงานพิเศษช่วยย่าเธออีกแรงจนเธอเรียนจบปริญญาตรี และมีโอกาสได้ทำงานถึงสองที่ โดยที่ล่าสุดที่เธอกำลังจะไปเริ่มงานวันนี้เป็นวันแรกเป็นที่ที่สามที่เธอใฝ่ฝัน “ค่า~ ย่าก็พักได้แล้ว ไม่ต้องออกไปนวดหรอก” “ไม่ได้หรอก อย่างน้อยออกไปนวดสองชั่วโมงก็ได้ตั้งห้าร้อยแล้ว” “ปลาวาฬจะตั้งใจทำงานนะ จะได้มีเงินเปิดร้านนวดให้ย่า” “ขอบใจนะหลาน ไปเถอะเดี๋ยวสายตั้งแต่วันแรก” ปลาวาฬอดไม่ได้เดินไปหอมแก้มย่าของเธอทั้งสองข้างแล้วกอดแน่น ๆ อีกหนึ่งทีก่อนเดินออกจากบ้านเช่าในซอย บ้านที่เธอกับย่าเช่าอยู่เป็นบ้านไม้สองชั้นโดยที่ชั้นบนมีห้องนอนเพียงแค่ห้องเดียว ที่บ้านนี้มีห้องน้ำห้องเดียวอยู่ข้างล่าง ส่วนย่าก็จะกางมุ้งนอนกลางบ้านชั้นล่างหน้าโทรทัศน์เพราะขึ้นชั้นบนไม่ไหว ปลาวาฬเดินออกมาจากบ้านเช่าขนาดเล็ก ถึงจะเป็นบ้านเช่าแต่ก็ยังมีรั้วรอบขอบชิดให้ความเป็นส่วนตัวที่ดี และปลอดภัยเพราะบ้านเธอไม่ได้อยู่ท้ายซอย แต่อยู่ต้นซอยเลยต่างหาก มองมาจากถนนใหญ่ตรงป้ายรถประจำทางก็เห็นบ้านเธอได้ไม่ยากเลย หญิงสาวเดินออกไปรอรถประจำทางแต่เธอต้องขึ้นรถตู้ไปแล้วไปต่อรถประจำทางอีกประมาณสี่ป้ายก็ถึง และเมื่อมาถึงก็สามารถเดินเข้าไปที่อาคารสำนักงานทนายความแห่งนี้ได้เลยเพราะที่ทำงานของเธอเป็นตึกสูงใหญ่อยู่ริมทางเท้าสะดวกมากเลยทีเดียว อืด~ อืด~ อืด~ เสียงระบบสั่นจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น ปลาวาฬรีบล้วงมือลงไปหยิบเอาโทรศัพท์ของเธอขึ้นมากดรับสายส่งน้ำเสียงหวาน ๆ ออกไปต้อนรับปลายสายที่โทรเข้ามา “ฟา~” (นี่ จะมาถึงกี่โมง รอกินน้ำเต้าหู้อยู่นะ) “อีกประมาณสองป้ายก็ถึงแล้ว” (งั้นเดี๋ยวฉันกับใจ๋ไปรอที่ป้ายนะ) “ได้ ๆ” หลังจากวางสายไปแล้วปลาวาฬก็รอไปอีกสองป้ายรถ เมื่อถึงที่หมายเธอก็เดินมาที่หน้าประตูกดกริ่งเพื่อให้รถประจำทางหยุดเมื่อจอดสนิทแล้วเธอถึงได้ลงมาจากรถเบนซ์ขนาดยี่สิบหน้าต่าง “ในที่สุด พวกเราก็ได้ทำงานที่เดียวกันจนได้ ดีใจมากเลยอ่า~” เมื่อฟาฟาเห็นหน้าของปลาวาฬก็ยิ้มดีใจแล้วกระโดดกอดเหมือนตอนที่ยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยด้วยกัน ในการทำงานที่นี่ฟาฟาถือเป็นพี่ใหญ่เพราะทำงานมาตั้งแต่เพิ่งเรียนจบมาจนถึงตอนนี้ ในปีต่อมาก็เป็นม่วนใจ๋เพื่อนอีกคนที่ตามมาทำงานด้วย และในปีนี้เป็นเธอเองที่ตามเพื่อนมาทำงานด้วย “ฉันสั่งน้ำเต้าหู้ไว้ให้แล้ว ไปกินกันเร็วเดี๋ยวต้องเข้างานแล้วนะ” ในวันนี้ปลาวาฬจะได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขา ของคุณการันต์ผู้ก่อตั้งสำนักงานทนายความแห่งนี้เพราะว่าคุณเลขาคู่ใจของนายใหญ่แห่งนี้กำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ เลยเปิดรับสมัครผู้ช่วยเลขามา “อือ ที่นี่เรียกคุณการันต์ว่า ‘นาย’ และยังมีคุณกันต์ธีลูกชายของนายพวกเราจะเรียกกันว่า ‘นายน้อย’ นายมีลูกสาวอีกคนพวกเราจะเรียกกันว่าคุณกัสปกติ เพราะคุณกัสจะไม่ได้มาเป็นเจ้านายพวกเราในอนาคต” “ฉันเป็นประชาสัมพันธ์คอยต้อนรับ และรับเรื่องต่าง ๆ ส่งให้แผนกต่าง ๆ ประสานงานภายในด้วย” ม่วนใจ๋อธิบายงานของตัวเองให้เพื่อนฟัง “ส่วนฉันเป็นผู้ช่วยของฝ่ายจัดซื้อ” ฟาฟาอธิบายเพิ่มอีกคน ซึ่งคนที่โชคดีที่สุดในบรรดาพวกเธอก็คงเป็นปลาวาฬนี่แหละเพราะว่ามาถึงก็ได้เป็นถึงผู้ช่วยเลขาเลย แม้งานจะหนักกว่าหลายเท่าตัวแต่เงินเดือนก็สูงตามงานที่ต้องรับผิดชอบไปด้วย ฟาฟากับม่วนใจ๋หยุดวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่หน้าที่ของปลาวาฬนั้นแม้จะมีวันหยุดระบุไว้ว่าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ นักขัตฤกษ์แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้หยุดอย่างที่ลงไว้เพราะงานเลขาแม้จะเป็นผู้ช่วยในตอนนี้ก็ค่อนข้างรัดตัวมากเลยทีเดียว “ฉันไม่สนหรอกว่าจะมีวันหยุดรึเปล่า ฉันสนแค่เงินเท่านั้น เคยได้ยินไหม เงินเท่านั้นที่ knock everything ธนบัตรเท่านั้น ที่ทำให้เราได้โบยบิน” ฟาฟากับม่วนใจ๋ต่อเนื้อหาที่ปลาวาฬพูดออกมาเป็นเนื้อเพลงดังแล้วพากันหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พวกเธอนั่งคุยกันไปอีกเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็พากันเดินเข้ามาในสำนักงาน ม่วนใจ๋ไปประจำที่ของตัวเองที่ด้านหน้า เพราะเป็นคนที่หน้าตาดี ดูสะอาด และมากความสามารถ ส่วนปลาวาฬกับฟาฟาเดินขึ้นมาที่ชั้นสอง และขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นห้าฟาฟาเดินออกมาก่อน ส่วนชั้นเป้าหมายของปลาวาฬก็คือชั้นสิบสองซึ่งเป็นชั้นของผู้บริหาร จะมีเพียงแค่ผู้บริหาร และเลขาส่วนตัวเท่านั้นถึงจะเข้ามาที่ชั้นนี้ได้ ถัดลงมาเป็นชั้นสิบเอ็ด และชั้นสิบ สองชั้นนี้มีไว้ให้พนักงานทุกคนได้ผ่อนคลายเพราะเป็นชั้นที่มีกิจกรรมมากสุด มีทั้งห้องสมุด ห้องฟิตเนส เซานา โต๊ะปิงปอง ห้องตีเทนนิส ห้องแบตมินตัน ห้องดูหนัง ห้องนอนพักกลางวัน ห้องจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ร้านกาแฟที่มีพนักงานคอยบริการอยู่ด้วย ซึ่งร้านกาแฟแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในสาขาของ ‘คาเฟไฮโซ’ ของเมียเพื่อนสนิทของการันต์ และสถานที่ยอดฮิตก็คือสระว่ายน้ำที่เจ้าของตึกอย่างการันต์ใส่ใจเป็นพิเศษเพราะต้องการให้พนักงานผ่อนคลายจากความตึงเครียด แถมที่นี่ยังมีชั้นโรงอาหารอยู่ที่ชั้นหกอีกด้วย เรียกได้ว่าพนักงานแทบไม่ต้องออกไปไหนเลยทีเดียว ติ๊ง~ ปลาวาฬพ่นลมหายใจออกจากปากเมื่อถึงชั้นสิบสองเป็นชั้นที่เธอต้องมาทำงานทุกวันหลังจากนี้ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกหญิงสาวก็ก้าวขาออกมาจากลิฟต์ เดินตรงไปยังห้องริมสุดด้านในเพราะก่อนที่จะมาเจ้าหน้าที่ได้อธิบายทางบอกปลาวาฬเอาไว้หมดแล้ว กึก! “สวัสดีค่ะ ดิฉัน…” “น้องปลาวาฬที่มาเริ่มงานผู้ช่วยเลขาวันนี้วันแรกใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” “พี่ชื่อมธุรสนะ เรียกว่าพี่ธุก็ได้เป็นเลขาของนาย และเป็นคนสอนงานน้องปลาวาฬด้วย” มธุรสเป็นคนรูปร่างอวบแต่เป็นคนที่ยิ้มแล้วมีเสน่ห์มาก น้ำเสียงหวานฟังแล้วรื่นหูจนอดนึกไม่ได้เลยว่าเวลาพี่เขาโมโหขึ้นมาจะน่ากลัวหรือเปล่า ได้ฟังน้ำเสียงพี่เขาแล้วก็อดนึกถึงนักแสดงมากฝีมือที่เป็นภรรยาของนักร้องดังคนหนึ่งไม่ได้ ดูท่าแล้วนิสัยน่าจะใกล้เคียงกันเลยทีเดียว “สวัสดีค่ะพี่ธุ” “งั้นเดี๋ยวพี่พาชมออฟฟิศก่อนนะ แล้วจะพาไปแนะนำกับนาย พอดีเลยวันนี้นายน้อยก็อยู่ด้วยจะได้แนะนำทีเดียวเพราะนายน้อยจะมารับช่วงต่อจากนายอีกที ถ้าน้องปลาวาฬทำงานที่นี่ได้นานหลังจากพี่คลอดกลับมาแล้วน้องปลาวาฬน่าจะได้ไปเป็นเลขาหน้าห้องนายน้อยนั่นแหละ” ปลาวาฬตื่นเต้นมากเพราะตอนแรกเธอก็คิดอยู่ว่าหากมธุรสกลับมาจากลาคลอดแล้วเธอจะได้ไปอยู่ที่ตรงไหน พอรู้ว่าจะมีที่ให้เธอลงแบบนี้เธอค่อยเบาใจขึ้นมาหน่อย มธุรสพาเธอไปแนะนำกับแผนกต่าง ๆ ตั้งแต่ชั้นหนึ่งที่ม่วนใจ๋เพื่อนเธออยู่ ไปจนถึงชั้นสิบเอ็ด แนะนำเธอทุกที่ทุกจุดให้เธอไม่หลงทางเพราะที่นี่แม้จะไม่ใช่ตึกสูงระฟ้า แต่เรียกได้ว่ากว้างขวางมากเลยทีเดียว “ไม่หลงนะ แต่ถ้าหลงก็ถามได้ เพราะทุกสองชั้นจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่หนึ่งคน งั้นเดี๋ยวพี่พาปลาวาฬไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองก่อน แล้วจะพาไปแนะนำกับนายนะ” “ค่ะ พี่ธุ” โต๊ะของปลาวาฬไม่ได้อยู่ไกลมาก ก็คือหน้าห้องของห้องห้องหนึ่งที่กำลังต่อเติมคาดว่าน่าจะเป็นห้องของนายน้อยที่มธุรสพูดถึง “ปะ พร้อมไหม ไม่ต้องกลัวนะนายการันต์ไม่ดุเลย” “ค่ะ” ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ มธุรสเคาะประตูกระจกเพื่อให้การันต์รู้ตัวแต่เธอยังไม่ทันได้ยินเสียงอะไรก็เปิดประตูเข้าไปก่อนด้วยความตื่นเต้นที่จะมีคนมาช่วยงานเธอแล้ว ในจังหวะนั้นเองที่เธอไม่คาดคิดก็มีแฟ้มหนึ่งลอยลิ่วผ่านหน้าเธอไปกระทบกับหน้าผากหนาของชายหนุ่มรูปร่างสูงประมาณ 190 เซนติเมตร ปัก! “เฮือก!” “ป๋าบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกคบไอ้เพื่อนเวรพวกนั้น!” เสียงเกรี้ยวกราดของการันต์ดังขึ้นจนปลาวาฬสะดุ้งตกใจจนตัวโยนขณะที่ชายหนุ่มรูปร่างกำยำยังก้มหน้าปล่อยให้คนเป็นพ่อต่อว่าเขาต่อไป “ทำไมป๋าบอกแล้วแกไม่เคยฟังเลยฮะ! จะเดือดร้อนเพราะเพื่อเวรนั่นไปอีกกี่ครั้ง!” ชายหนุ่มในชุดนักศึกษายืนก้มหน้ายังไม่ยอมปริปาก ปลาวาฬเดาเอาเองในใจว่าคนคนนี้ต้องเป็นนายน้อยแน่ ๆ เพราะฟังจากน้ำเสียงที่นายของเธอเรียกแทนตัวเองว่า ‘ป๋า’ “ผมไม่ได้ยุ่งแล้วครับปะป๋า” โอ้~ เรียกพ่อน่ารักเชียว จะว่าไปนายน้อยคนนี้ก็ค่อนข้างดูดีเลยนะ หรือเพราะเป็นคนรวยหรือเปล่าออร่าเลยจับมากเป็นพิเศษ “ไม่ได้ยุ่ง แล้วไอ้บิลเรียกเก็บพวกนี้มันคืออะไร!” พูดแล้วปาบิลเรียกเก็บเงินใส่หน้าลูกชายที่ทำให้เขาอารมณ์ขึ้นเพราะเพื่อนกลุ่มนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ที่เขาต้องทำอย่างนี้เพราะถ้าเรื่องนี้ถึงหูแม่ของกันต์ธีขึ้นมา คนที่หนาวที่สุดต้องเป็นเขาแน่ “ถ้ามี๊แกรู้นะ แกจะทำยังไงยอดเที่ยวคืนเดียวล้านกว่าบาท! ไอ้จ่ายน่ะป๋าจ่ายให้ได้ไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าแกทำให้เมียป๋าเสียน้ำตาเมื่อไหร่ รู้เรื่องแน่!” ก็คิดว่าเสียดายเงินที่ไหนได้ กลัวเมียร้องไห้ เจ้านายหนอเจ้านายยังคงรัก เคารพ บูชา เทิดทูนภรรยาเหมือนเดิมเลยมธุรสคิดในใจอย่างปลื้มในความรักภรรยาของเจ้านายที่ตัวเองรับใช้มาหลายปี “ขอโทษครับปะป๋า ผมจะจัดการเรื่องนี้เองครับ” “ดี! ถ้ามีปัญหาเสี่ยงคุกตาราง ให้มาบอกป๋า เดี๋ยวป๋าจะจัดการให้” สุดท้ายก็ให้ท้ายลูกชายเหมือนเดิม ทำราวกับดุลูกนักหนาแต่ก็รักลูกมากเลยนี่ “ว่าแต่ คุณธุมีอะไร” น้ำเสียงยังคงเจือความไม่พอใจ “นายคะ ธุพาผู้ช่วยเลขาคนใหม่มาแนะนำให้รู้จักค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD