เมื่อหางตาเหลือบเห็น นายพลกฤษณ์ที่เดินออกไปแล้ว จึงลอบยิ้มที่มุมปากออกมาเล็กน้อย แต่ร่างสูงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะผละออกจากเรียวปากบางหวานนุ่มของคนตรงหน้านี้ไปอย่างง่ายดาย สัมผัสระหว่างเขาและเธอ ยังคงติดตรึงอยู่เนิ่นนาน จนยากที่จะไถ่ถอน แต่เพราะร่างบอบบางขอเวนิตาที่ซวนเซจวนจะล้ม ทำให้ลำแขนอันแข็งแกร่งต้องคอยประคับประคอง ก่อนจะค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า เพราะดูท่าเธอจะไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าเขายืดเยื้อเวลาออกไปมากกว่านี้ ทั้งคู่ลืมตาประสานกันอย่างช้าๆ ด้วยความวาบหวามราวกับต้องมนต์สะกด ร่างบางระหงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ใจเต้นโครมคราม รู้สึกร้อนผ่าวไปทัวทั้งตัว ราวกับคนจะเป็นไข้ มือบอบบางค่อยๆ ยกหลังมือขาวนุ่มทั้งสองข้างขึ้นแตะที่เรียวปาก ทำท่าจะเช็ดรอยจูบของคนตรงหน้าออก แต่ก็ทำได้แค่ยกมือขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ ร่างสูงจ้องไปที่ใบหน้าเนียนที่แดงระเรื่อของเวนิตา ที่สีปากเริ่มเจือจาง เพราะลิปสติก

