12 | ช่วยเป็นมืออาชีพด้วย

2029 Words
“ก็อย่างที่ผมเล่าแผนการไปทั้งหมด” เขาตอบเสียงเรียบ “แต่ว่าฉันไม่เห็นด้วย” เธอตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ ขณะที่อีกฝ่ายก็คิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องไม่เห็นด้วยอย่่างแน่นอน “ความจริง ผมเองก็ไม่อยากที่จะเห็นด้วยหรอกนะ แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ถึงได้ระบุว่าต้องเป็นคุณ” เขาตอบ พร้อมกับจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง “ถ้างั้น ฉันขอพูดกับผู้กำกับของคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ” “คุณว่าไงนะ” “ฉัน ต้อง การ พูด กับ ผู้ กำ กับ เศรษฐพงศ์ ค่ะ” คำพูดเน้นย้ำกึ่งบอกกึ่งสั่งของเธอ ทำให้เขายอมที่จะต่อสายให้เธอได้พูดคุยกับผู้บังคับบัญชา ซึ่งฐานัตถ์เองก็ไม่รู้ว่าเธอกับผู้กำกับคุยอะไรกันบ้าง เพราะเวนิตาเดินเลี่ยงออกไปคุยที่อื่นโดยไม่ยอมให้เขารับฟัง จากนั้นไม่นานนัก เธอก็เดินกลับเข้ามาที่โต๊ะทำงาน “อื้อ!” มือบางยื่นโทรศัพท์คืนให้แก่เขา โดยที่หญิงสาวเหลือบมองบนหน้าจอมือถือเห็นเป็นรูปของเขากับลดา และอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า ผู้กองฐานัตถ์ยังตัดใจไปจากเธอไม่ได้ ส่วนหมวดนลินก็ยังไม่ยอมเปิดใจให้ซักที ‘ทำตัวเป็นผู้ชายโลเลไปได้’ เธอได้แต่คิด “สรุปว่าคุณโอเคใช่ไหม” เขาถาม เธอพยักหน้า ยอมตกลงอย่างง่ายดายหลังจากที่ได้พูดคุยกับผู้บังคับบัญชาการของเขาเพียงไม่กี่นาที ร่างสูงแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ติดใจที่จะถามเอาความ “ฉันทำเพื่อคดี แล้วก็เพื่อความถูกต้อง” เธอตอบก่อนจะเดินกลับไปที่ห้อง เขาเดินตาม “เดี๋ยวก่อน!” “มีอะไรคะ” เธอหันกลับมาจ้องหน้าเขา อีกฝ่ายจ้องตอบ “เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” “เรื่องอะไรมิทราบ” ร่างบางมองอย่างสงสัย คนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้ๆ พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “คุณคงไม่อยากให้ใครได้ยินหรอก เข้าไปคุยในห้อง” เขาบอก เธอลังเล แต่ก็ยอมเข้าไปง่ายๆ เวนิตาเดินตามเข้ามาในห้องของเธอ โดยเว้นระยะห่างจากเขาค่อนข้างมาก เพราะเธอไม่อยากให้เขาคิดว่าตัวเอง อยากที่จะเข้าใกล้เขาซะจนตัวสั่น “มีเรื่องอะไรสำคัญงั้นเหรอคะ” เธอถาม เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ร่างบางขยับถอยหนี อีกฝ่ายเริ่มรู้แปลกใจเล็กๆ กับท่าทีของเธอ จึงหยุดเพื่อเว้นระยะห่างไว้เท่าเดิมตามที่เธอต้องการ โดยไม่เดินเข้าไปใกล้เธอมากไปกว่านี้ “งานเลี้ยงที่จะถึง เราต้องไปในฐานะคู่รัก” “ห๊ะ! ว่าไงนะ” เธอตกใจ ถามเสียงหลง “คุณได้ยินไม่ผิดหรอก แค่อยากให้มันดูแนบเนียน โดยที่คุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ ก็เท่านั้น” เวนิตายิ้มเยาะ เพราะเขากำลังคิดว่าเธอรู้สึกกับเขามากมาย จนอยากที่จะเล่นบทคู่รักแบบอินซะจนไม่ลืมหูลืมตาสินะ “คุณอย่าห่วงเลยค่ะ เพราะว่าฉันเป็นมืออาชีพพอ” เธอบอกอย่างหนักแน่น เขายักไหล่แล้วว่า “ก็ดีครับ...เพราะผมจะได้ไม่อึดอัด หรือ ลำบากใจ เวลาที่เข้าใกล้คุณ” ร่างบางได้ยินคำพูดอย่างนั้นจากปากของเขาก็ยิ่งรู้สึกลำบากใจ และเป็นเธอเองเสียมากกว่าที่จะต้องมาทนเล่นบทคู่รัก ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าคนตรงหน้าพูดอยู่ปาวๆ ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ซะอีก เวนิตาลอบถอนหายใจออกมาบางเบา “ตัวคุณเองนั่นแหละ ช่วยเป็นมืออาชีพด้วยนะคะ” เขาพยักหน้า เธอปรายตามองอย่างหมั่นไส้ คงคิดว่าเธอจะหลงเขาเสียเต็มประดา ถึงมันจะใช่ก็เถอะ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็...เชิญออกไปจากห้องด้วยค่ะ” เธอบอกพลางเดินออกไปแง้มประตู ร่างสูงทำหน้านิ่งๆ ก่อนจะเดินกลับออกไป มือบางรีบงับประตู ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ยัยเวเอ๊ย! ท้าอะไรเขาออกไปเนี่ย รู้ทั้งรู้ก็ยังไปเล่นกับไฟ ถ้าเกิดเผลอไผลจนเขาจับได้ ต้องหน้าแตกแน่ๆ” เวนิตาเริ่มคิดหนัก กับการที่จะต้องรับบทคนรัก มันทั้งยากแสนยาก ที่ต้องมาเล่นกับคนที่พึ่งจะปฏิเสธคำสารภาพของเธอไปหยกๆ เวนิตาออกมาเดินเล่นที่ริมน้ำ ช่วงพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ก่อนที่เธอจะเหลือบไปเห็นหมวดภัทร ที่กำลังเดินสำรวจอยู่บริเวณโดยรอบเซฟเฮ้าส์ ร่างบางระหงจึงเดินเข้าไปทักทายตามประสาคนต้องการเพื่อนคุย “สวัสดีค่ะหมวดภัทร เปลี่ยนผลัดแล้วเหรอคะ” เธอถาม แล้วยิ้มให้อย่่างเป็นกันเอง หมวดภัทรหันมาแล้วยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ครับคุณเว นี่ออกมาเดินเล่นเหรอครับ” “ค่ะ ดูคุณเครียดๆ นะคะ” “ก็นิดหน่อยครับ ช่วงนี้เจอคดียากๆ ก็มีเครียดบ้างเป็นธรรมดา แต่ได้ทำงานที่รักก็รู้สึกสนุกมากกว่าเครียดครับ” เขาตอบพลางยิ้มแห้งๆ “หมวดนี่ดูเป็นคนสนุกกับงานดีนะคะ พึ่งจะเห็นหน้าเครียดๆ ก็แค่วันนี้เท่านั้นแหละค่ะ” เธอพูดพลางยิ้มออกมาเล็กๆ “เหรอครับ ความจริง คนที่เครียดกว่าผมน่าจะเป็นคุณเวมากกว่านะครับ ดูสิคิ้วผูกกันเป็นโบว์เลย” “เอ๊ะ! จริงเหรอคะ” เธอถามพลางยกมือขึ้นจับที่คิ้วย่นๆ ของตัวเอง “แต่คุณก็ยังดูสวยอยู่นะ” เขายอ เธอยิ้มอย่างอายๆ “หมวดก็ปากหวานเหมือนกันนะคะ ไม่เหมือน” เวนิตาหยุดเอาไว้แค่นั้นไม่อยากพูดต่อ เพราะมันจะเป็นการพูดนินทาหัวหน้าทีมของคนที่กำลังคุยอยู่ด้วย ทำให้เธอเลือกที่จะเว้นไว้แค่นั้น “เหมือนใครเหรอครับ” หมวดภัทรถาม แต่ในใจก็พอจะเดาๆ ออก “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” เวนิตาเลี่ยงที่จะไม่ตอบ “ความจริง ถ้ามีอะไรที่เล่าได้ ก็เล่านะครับจะได้ไม่เครียด พอเครียดมากๆ ก็จะแก่ไว” หมวดภัทรพูดขำๆ เวนิตาเผยยิ้มออกมารีบยกมือบางขึ้นมาปิดปาก เพราะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ กลัวว่าจะเสียมารยาท “จริงๆ ก็อยากเล่านะคะ แต่มันน่ารันทด จนไม่อยากที่จะพูดถึงมันเลยค่ะ” เธอตอบกลับไป “คงไม่ได้หมายถึง เรื่องที่สารภาพความรู้สึกกับหัวหน้าหรอกใช่ไหมครับ” หมวดภัทรถามออกไปตรงๆ เวนิตาหัวเราะกลบเกลื่อนพูดทีเล่นทีจริง “ก็เรื่องนั้นนั่นแหละค่ะ” “ทำไมล่ะครับ ผมว่าดีออกนะครับ คุณเวเนี่ยไอดอลผมเลย เท่มากๆ ที่กล้าสารภาพความรู้สึกของตัวเองออกไปแบบนั้น ถ้าเป็นผมๆ คงไม่กล้า” “หมวด...คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ เวคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอาย ที่ตัวเองเป็นฝ่ายพูดก่อน ผู้หญิงมันดูไม่ดีไม่ใช่เหรอคะ” เธอถาม “ไม่หรอกครับคุณเว นี่มันสมัยไหนแล้ว ผู้หญิงยุคนี้ต้องตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแบบคุณเวนี่แหละครับ ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็ไม่ต้องมาคบ ดูจริงใจดีนะครับ” “หมวดพูดเหมือนกับว่าหมวดเจอใครที่ไม่เหมือนเว แล้วอยากให้เธอชัดเจนแบบนั้นหรือเปล่าคะ” เธอถามอย่างสงสัย หมวดภัทรลอบถอนหายใจบางๆ ก่อนจะหันกลับมาตอบ “ไม่หรอกครับ ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อย อยากให้กำลังใจคุณเว ก็แค่นั้นเอง จริงๆ หัวหน้าก็ไม่ใช่คนที่จีบยากจีบเย็นซะขนาดนั้นหรอกนะครับ คุณเวต้องลองรุกอีกซักหน่อย เดี๋ยวคงก็ใจอ่อนเองล่ะครับ” “ทำไมคุณถึงมาบอกเวล่ะคะ” “เอ่อคือ...คือ” หมวดภัทรถูกยิงคำถามแบบนั้นก็อ้ำอึ้งถึงกับไปไม่ถูก “หมวดคงไม่ได้ใช้เว ให้กันผู้กองออกมาจากหมวดนลินหรอกใช่ไหมคะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เวคงไม่ร่วมมือด้วยหรอกนะคะ” “คุณเวเอ่อ...คือผม” หมวดภัทรพูดจาตะกุกตะกัก ไม่กล้าตอบออกไปตรงๆ “ถ้าชอบคุณนลิน คุณควรจะเป็นฝ่ายสารภาพกับเธอ อย่ารอให้เธอไปสารภาพกับคนอื่น เชื่อเวเถอะค่ะ ส่วนเรื่องเวกับหัวหน้าของคุณ บางทีมันอาจจะเป็นไปได้ยาก หรือ อาจจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าเขาปฏิเสธเวไปแล้ว” “อะไรนะครับ!” หมวดภัทรแสดงสีหน้าตกอกตกใจ “บางที หัวหน้าของหมวดอาจจะชอบหมวดนลินอยู่ก็ได้ แล้วถ้าคุณไม่ไปสารภาพกับเธอ สองคนนั้นเขาอาจจะชิงสารภาพก่อน คุณมานั่งทานแห้ว เวไม่รู้ด้วยนะคะ” เวนิตาหวังดีบอกออกไปตรงๆ “ผมควรจะบอกหมวดนลินไปเลยใช่ไหมครับ” หมวดภัทรถามอย่างจริงจัง “ก็ใช่น่ะสิคะ ถ้าชอบก็บอกไปเลยค่ะ ผลลัพธ์จะยังไงช่างมันค่ะ ถือซะว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว” เธอตอบ “ครับ งั้นผมจะลองดู ขอบคุณมากนะครับ แทนที่จะได้ให้คำปรึกษาคุณเว กลับต้องมารับคำปรึกษาซะเอง น่าอายจังเลยนะครับ” “ไม่เป็นไรเลยค่ะ เวยินดี” ทั้งคู่เผยยิ้มให้กันอย่างเปิดเผย ร่างบอบบางของเวนิตาเดินกลับเข้ามาด้านใน หลังจากที่เดินเล่นต่อจนค่ำ เห็นร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าบันใดทางขึ้น ก็ไม่อยากที่จะเดินผ่าน เธอจึงวกกลับออกไปที่หน้าประตู แต่เจอเสียงเขาดักไว้เสียก่อน “เดี๋ยว!” “มีอะไรคะ” เธอหันกลับมาถาม เขาเดินเข้ามาแล้วหยุดอยู่ตรงหน้า พลางจ้องเธอตาเขม็ง “คุณไม่ควรออกไป และกลับมาจนมืดค่ำป่านนี้” “อะไรคะ นี่พึ่งจะทุ่มครึ่ง” เธอบอก แล้วจ้องหน้าเขาอย่างฉงน “คุณอย่าลืมนะ ว่าอยู่ที่นี่ในฐานะพยาน ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานของผม แล้วเวลาแบบนี้ ในสถานที่แบบนี้ คุณควรจะอยู่แต่ภายในนี้ ไม่ใช่ออกไปเดินเล่นกับเจ้าหน้าที่หน่วยจนค่ำมืด” “อะไรนะ นี่คุณแอบไปดูเหรอ ว่าฉันออกไปทำอะไรมาบ้าง” “ผมไม่ต้องออกไป คนของผมก็มารายงานว่าคุณทำอะไรที่ไหนบ้าง” เขาตอบเสียงเข้ม “แต่ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว” เวนิตาตอบกลับไปเสียงกร้าว “ถ้างั้นก็เชิญคุณกลับขึ้นไปบนห้อง” เขาพูดเสียงแข็ง “นี่คุณ! ฉันก็อยู่ในสถานที่ และบริเวณที่คุณเตรียมไว้ให้ ฉันไม่ได้ออกไปไหนเลย คุณจะมาตำหนิฉันแบบนี้ มันไม่ถูกต้องนะคะ” เธอบอก เพราะเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการถูกควบคุมเต็มที “ในเมื่อคุณอยู่ภายใต้ความดูแลของผม ผมบอกอะไรคุณก็ต้องฟัง!” ร่างสูงบอกเสียงเข้ม ร่างบางหมดคำที่จะต้องอธิบาย ได้แต่ถอนหายใจออกมาบางๆ แล้วเดินกลับขึ้นไปบนห้อง ร่างเล็กของเวนิตา หยุดกึก! ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเขา เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูด เดินหันหลังแล้วกลับขึ้นไปบนห้อง ปล่อยให้เขามองตามด้วยความสงสัย เวนิตากลับเข้ามาภายในห้อง ก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า ทำไมตัวเองต้องน้อยใจเขาถึงขนาดนี้ด้วย เธออยากจะพูด อยากที่จะบอกเขาว่าไม่มีสิทธิ์มาห้ามเธอจนเกินไป เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ และเธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด และเธอก็เลือกที่จะไม่พูด เพราะพูดไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขึ้นมา อีกอย่างเธอเองก็อยู่ภายใต้การดูแลของเขา ซึ่งก็ควรที่จะเชื่อฟังตามอย่างที่เขาบอกจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD