13 | ผู้กองหญิง​ (หน่วยสืบสวนกลาง)​

2260 Words
เวนิตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เพื่อออกมาสูดอากาศเย็นสดชื่นที่สนามหญ้าริมน้ำเหมือนเช่นทุกครั้ง ดวงตาเรียวหวานเหลือบไปเห็นผู้หมวดธีรดนย์ที่เดินสำรวจรอบๆ บริเวณอยู่ไม่ไกลนัก อยากที่จะคุยด้วยจึงเดินเข้าไปทักทาย “อรุณสวัสดิ์ค่ะ ผู้หมวด” เธอยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “อ้าว...คุณเว วันนี้ตื่นเช้าจังเลยนะครับ” ร่างสูงเพรียวทักกลับ แล้วยิ้มตอบกลับไปด้วยความเป็นกันเอง “หมวดเองก็ได้นอนบ้างแล้วหรือยังคะ” “ผมพึ่งจะมาเปลี่ยนผลัด เมื่อคืนก็นอนมาเต็มที่เลยครับ” “จริงสิ เมื่อวานเวไม่เห็นคุณเลย แล้วนี่รับประทานอะไรมาหรือยังคะ” “เรียบร้อยมาแล้วครับ” ทั้งคู่เดินพลางพูดคุยไปด้วย ซึ่งก็ไม่พลาดไปจากสายตาของคนที่กำลังยืนเฝ้ามองมาจากทางชั้นสองของเซฟเฮ้าส์ ดวงตาคมกริบของผู้กองฐานัตถ์ที่ไวราวดุจสายตาของเหยี่ยว กำลังยืนมองคนทั้งคู่อยู่ไกลๆ จากระเบียงขณะที่เดินออกมาจิบกาแฟเข้มๆ รับลมเย็นๆ ของอากาศยามเช้า โดยมีผู้หมวดนลินที่เข้ามาเปลี่ยนผลัดเดินออกมาสบทบ “ขอถามอะไรหน่อย ได้ไหมคะหมวด” เวนิตาหันมาถาม คนที่เดินอยู่ข้างๆ สายลมโชยอ่อนๆ ทำผมปลิวสลวยปกคลุมแก้มใสภายใต้รอยยิ้มหวานๆ “ได้สิครับ คุณเวอยากรู้อะไรถามมาได้เลย” คนตัวสูงหันมาสบตาพลางยิ้มหวาน เธอเองก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน “คือเวอยากทราบว่า ผู้กองรฉัตรนี่เธอดูแลคดีของคุณลดา ว่าที่คู่หมั้นของผู้กองฐานัตถ์อยู่ใช่ไหมคะ” เขาพยักหน้าพลางตอบ “ใช่ครับ ผู้กำกับเศรษฐพงศ์ให้ผู้กองรฉัตร รับหน้าที่ดูแลคดีนี้แทนหัวหน้า ว่าแต่คุณเวอยากรู้ไปทำไมเหรอครับ” “เอ่อคือ...เวได้ยินมาว่าผู้กองเธอเก่งมากๆ แถมยังชอบลุยเดี่ยวอีก แล้วก็ยังดูแลคดีนี้ด้วย ก็เลยอยากทราบว่า คดีนี้ไปถึงไหนแล้วน่ะค่ะ” “ถ้าเป็นเรื่องรูปคดี ผมเองก็ไม่สามารถเล่าได้ทั้งหมดหรอกนะครับ จริงๆ ทีมที่ดูคดีนี้อยู่ ก็จะมีหมวดภัทร หมวดนลิน แล้วก็หมู่จินอีกคน” “อ้าว! แล้วหมวดธีร์ไม่ใช่ชุดสืบสวนที่ร่วมอยู่ในคดีนี้ด้วยเหรอคะ” เวนิตาเอ่ยถามอย่างสงสัย ร่างสูงของคนที่ถูกถาม หันกลับมาแล้วตอบ “ความจริงจะว่าไม่อยู่ซะทีเดียว ก็ไม่เชิงหรอกนะครับ เพราะว่าผมจะดูแลในส่วนของเอกสารข้อมูล หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คอยช่วยประสานงานในด้านต่างๆ ส่วนการสืบสวนสอบสวนเป็นทีมของผู้กองรฉัตร หมวดภัทร และหมวดนลินครับ” “อ๋อ...แบบนี้เองเหรอคะ ถึงว่า เวไม่ค่อยเห็นผู้กองรฉัตรสักเท่าไหร่เลย คงจะยุ่งๆ ตามเรื่องคดีใช่ไหมคะ” ทั้งคู่ยังคงเดินพลางพูดคุยกันไปเรื่อยๆ “จริงๆ ผู้กองรฉัตร เธอมีงานค่อนข้างเยอะนะครับ ส่วนมากก็จะเป็นงานระดับบิ๊กๆ นอกจากหัวหน้า ก็มีผู้กองรฉัตรนี่แหละครับที่คอยตามสืบคดีใหญ่ๆ” “แล้วผลเป็นยังไงบ้างคะ” เวนิตาถามอย่างสนอกสนใจ หมวดธีร์หยุดเดินแล้วหันกลับมาตอบ “ผู้ร้ายหลายๆ รายก็จะสู้ ไม่ยอมให้จับกุมง่ายๆ หรอกครับ ส่วนใหญ่ถ้าต่อสู้ก็จะถูกวิสามัญทั้งนั้น” “วิสามัญ! ซะส่วนใหญ่เลยเหรอคะ แบบนี้ก็ไม่ได้ข้อมูลจากพวกของคนร้ายเลยน่ะสิคะ” เรียวขาเล็กของเวนิตา หยุดกึ่ก! ระหว่างที่ถามด้วยความสงสัย “ก็ไม่ถึงกับไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยหรอกนะครับ ผู้กองรฉัตรเธอเก่ง มีหลักฐานที่จะเอาผิดคนพวกนี้อยู่ในมือ เธอถึงได้กล้าจับตายคนร้าย เรียกได้ว่าขาโหดพอๆ พวกมือปราบในหนังเลยนะครับ” เวนิตาฟังอย่างตั้งใจ หมวดธีร์พูดต่อ “ต่างจากหัวหน้าที่จะค่อยๆ เจรจา แล้วก็เข้าจับกุม เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคนร้ายให้ได้มากที่สุด จะได้สาวไปถึงตัวผู้บงการใหญ่ พึ่งจะจับตายก็ในคดีของนายกิตติที่สู้ไม่ถอย แถมยังเป็นคดีที่ร้ายแรงมากๆ จนไม่สามารถปล่อยไว้ได้” ใบหน้าเรียวสวยพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ อย่างเข้าใจในคำตอบ พลางถามต่อไปด้วยว่า “หมวดทำงานกับผู้กองรฉัตรมานานแล้วเหรอคะ” “ก็พอๆ กับที่ผมทำงานกับหัวหน้านะครับ ดูคุณเวจะสนใจเรื่องของผู้กองรฉัตรมากเลยนะครับ” หมวดธีร์ถามกลับ แล้วจ้องหน้าของคนที่ตัวเล็กกว่า อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มแล้วตอบกลับไปตรงๆ อย่างไม่ปิดบัง “อ๋อ...คือเวชอบผู้หญิงเก่งค่ะ เห็นเธอเป็นถึงผู้กอง แถมยังชอบลุยเดี่ยวซะด้วย ก็เลยชื่นชม ผู้กองรฉัตรนี่เธอเก่งนะคะ” “ใช่ครับ ผมเองก็รู้สึกว่าเธอเก่งมากๆ เหมือนกัน” หมวดธีร์ตอบรับอย่างเห็นด้วย แล้วหยุดเดินทันที เมื่อเห็นว่าเริ่มจะเดินออกมาไกลจากตัวของเซฟเฮ้าส์แล้ว “รู้สึกว่าแดดจะเริ่มแรงแล้ว คุณเวกลับเข้าไปข้างในก่อนดีกว่าไหมครับ อีกอย่างเราก็เดินออกมาค่อนข้างไกลแล้วด้วย คุณเองก็พึ่งถอดผ้าพันแผลที่ศีรษะไปเมื่อวันก่อนเองด้วยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวอาการจะกำเริบนะครับ” หมวดธีร์บอกอย่างเป็นห่วง เธอยิ้มออกมาบางๆ ก่อนตอบ “ถ้างั้น...ขอบคุณที่เดินเล่นแล้วก็พูดคุยเป็นเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ” “ยินดีครับ” ร่างบางจับศีรษะที่เริ่มรู้สึกปวดขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในตามที่เขาแนะนำ เวนิตาเดินกลับเข้ามา ผ่านโต๊ะทำงานชั้นล่างเห็นผู้กองฐานัตถ์ และผู้หมวดนลินกำลังดูแบบชุดที่จะสั่งตัดเพื่อใส่ไปงานเลี้ยงที่จะถึงนี้อยู่ ก็รีบจ้ำเท้าเดินผ่านไปอย่างเงียบๆ ก่อนที่ผู้หมวดหน้าหวานจะหันมาเห็น และเดินเข้ามาทักทาย “อ้าวคุณเว สวัสดีค่ะ...อาการเป็นยังไงบ้างคะ” “สวัสดีค่ะผู้หมวด อาการก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ” เวนิตาหันกลับมาตอบ ขณะที่เท้าเล็กกำลังจะก้าวขึ้นไปที่บันไดชั้นสอง “แต่หน้ายังดูซีดๆ อยู่เลยนะคะ วันงานลินคงต้องหาช่างฝีมือดีมาแต่งหน้าทำผมให้คุณแล้วล่ะค่ะ” “ทำไมคะ” เวนิตาถามอย่างงงๆ “ก็ลินไม่อยากให้หน้าของคุณดูจืดชืดน่ะสิคะ แถมคุณเองก็พึ่งจะหายป่วยด้วย” “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ” เวนิตาตอบออกไป พลางปรายตามองไปยังคนร่างสูงที่นั่งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่เธอจะเดินเข้ามา เขายังพูดคุยกับหมวดนลินอย่างออกรสออกชาติอยู่เลย “จำเป็นสิคะ งานนี้คุณเวทำเพื่อหน่วยของเราทั้งที แล้วคุณเองก็ยังไปในฐานะตัวแทนของ...หน่วยแถมยังควงไปกับหัวหน้า จะให้ดูด้อยไปกว่ากันคงจะไม่ได้” เวนิตาได้ฟังแบบนั้นก็คิดว่าฐานะตัวแทนที่หมวดนลินพูด คงจะหมายถึงตัวแทนของตัวเธอเองซะมากกว่า ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลง เพื่อมองตรงไปหาคนร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ยอมหันหน้ามามองแบบชัดๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า “ถ้าผู้หมวดคิดว่าเวจะดูไม่สมน้ำสมเนื้อ หรือดูไม่เหมาะสมที่จะเดินเคียงข้างกับหัวหน้าของคุณ ผู้หมวดจะไปงานเลี้ยงแทนเวก็ได้นะคะ” เวนิตาหลุดพูดความรู้สึกที่อั้ดอั้นออกมาแบบไม่ทันได้คิด แต่ในเมื่อพูดไปแล้วคงจะร้องเรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ เธอจึงเดินเลี่ยงขึ้นไปบนห้องเสียเฉยๆ ทิ้งให้นลินมองคล้อยตามไปด้วยสีหน้าเจื่อนๆ คนตัวสูงที่นั่งฟังอยู่ด้วยมองตาม และคิดว่าสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่ ดูไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่นัก จึงวางแบบชุดที่ถืออยู่ในมือ แล้วฝากให้หมวดนลินจัดการต่อ ก่อนที่ตัวเองจะเดินตามเด็กดื้อขึ้นไปที่ชั้นสอง ร่างสูงของผู้กองฐานัตถ์ เคาะประตูเรียกเธอเบาๆ ที่หน้าห้อง ก่อนที่ร่างบางระหงของเวนิตาจะเดินมาเปิดประตูให้ สายตาหวานมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะคิดอยู่แล้วว่า คำพูดของตัวเองเมื่อครู่นั้น คงจะทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่พอใจอยู่ไม่น้อย “มีอะไรคะ” เธอถามเสียงห้วน ขณะที่ยืนกอดอกหันข้างให้กับเขา ร่างสูงเห็นท่าทีของคนตรงหน้าก็รู้สึกไม่พอใจ จับไหล่มนทั้งสองข้างของเธอให้พลิกกลับมามองหน้าเขาตรงๆ ก่อนจะดันร่างบอบบางของเธอให้ถอยกลับเข้ามาข้างในพร้อมๆ กับเขา “นี่คุณทำอะไรคะ!” “พูดดีๆ เด็กดื้ออย่างคุณคงไม่ฟัง ผมก็เลยต้องลงมือ” มือแกร่งเอื้อมไปล็อกประตูแล้วเดินเข้ามาจนเกือบจะชิดกับคนตรงหน้า “นี่มันอะไรกันคะ” เธอถาม พลางจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่ดึงดูดสายตาของเธอจนตาไม่กะพริบ “คุณไม่ควรพูดจาแบบนั้นกับลูกทีมของผม” “ทำไมคะ ฉันพูดอะไร” ริมฝีปากเรียวสีชมพูระเรื่อ ถามกลับไปดื้อๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก “ผมคิดว่าคุณรู้นะ ว่าผมหมายถึงอะไร” จมูกโด่งเป็นสันของเขายื่นเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าเนียนใสของเธออย่างฉวยโอกาส จนร่างบางถึงกับต้องขยับหนี เพราะกลัวใจของตัวเองเป็นที่สุด “หมายถึงอะไรคะ” เธอยอกย้อน “คุณ...ไม่ควรที่จะยั่วอารมณ์ผมนะเวนิตา” เขาบอกก่อนจะถอนหายใจออกมาบางๆ ที่ได้เห็นเธอคอยแต่จะพูดจายอกย้อนเขาอยู่แบบนั้น “ฉันยั่วอะไรคุณคะ” เวนิตาย้อนกลับไปข้างๆ คูๆ ราวกับเด็กๆ “คุณ...ไม่ควรพูดว่า จะให้หมวดนลินไปงานเลี้ยงแทนคุณ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้” เขาบอกอย่างหนักแน่น พลางจ้องหน้าเธออย่างไม่วางตา “อ๋อ แล้วทำไมคะ” คนตัวสูงชักจะหมดความอดทน เดินมาคว้าเข้าที่ไหล่บางทั้งสองของคนตรงหน้า เธอจ้องหน้าเขาอย่างหวั่นๆ เขาเองก็จ้องตอบเช่นกัน “ถ้าคุณไม่พอใจผม ก็มาลงที่ผม หมวดนลินไม่เกี่ยว อย่าเอาเธอเข้ามาวุ่นวาย เพราะความรู้สึกของคุณ” คนตัวสูงพูดออกมาตรงๆ โดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวหวานเบือนหน้าหนี เพราะคำพูดของเขาที่บีบคั้นให้เธอต้องหลบเลี่ยงสายตาไปจากคนตรงหน้า กลัวว่าบ่อน้ำตาตื้นๆ ของตัวเองมันจะเอ่อล้นออกมาให้เขาได้เห็น หลังมือขาวบางเนียนนุ่มของเธอยกขึ้นมาพร้อมกับปาดน้ำที่ไหลรินโดยไม่รู้ตัว จนคนตัวสูงเริ่มสังเกตเห็น เธอผละร่างของตัวเองให้ห่างจากคนตัวสูงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วหันหลังให้ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เอาเป็นว่าฉันขอโทษค่ะ” เธอบอกก่อนจะนิ่งเงียบไปสักพัก คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังได้แค่ยืนมอง แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา ในขณะที่ความจริงนั้น เขาอยากที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่เพราะคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ยังไม่ยอมหันกลับมาเขา จึงไม่มีโอกาสที่จะพูดปรับความเข้าใจ “คุณออกไปเถอะค่ะ ฉันอยากพักผ่อน” “เวนิตา ผม” เขาอ้ำอึ้ง มือบางยกขึ้นมาซับน้ำตาของตัวเองอีกครั้ง “กรุณาออกไปด้วยค่ะ” คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเห็นและได้ยินแบบนั้นก็ไม่คิดที่จะขัดใจเธอได้อีก ร่างสูงของผู้กองฐานัตถ์หันหลังให้ แล้วเดินกลับออกไปที่ประตูแต่โดยดี เวนิตาหันกลับมามอง หลังจากที่ได้ยินเสียงของประตูถูกปิดอย่างแผ่วเขา ร่างระหงจึงค่อยๆ เดินไปนั่งที่ปลายเตียง และอดที่จะน้อยใจขึ้นมาไม่ได้ ที่เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อยนิด “คนอย่างเวนิตา จะรู้สึกยังไงก็ได้สินะ จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ได้สำหรับคุณ แต่ไม่ใช่หมวดนลิน คุณคงจะชอบเธอมาก ถึงได้ไม่เคยเหลียวแล หรือ สนใจความรู้สึกของฉันบ้างเลย” ใบหน้าเนียนพึมพำกับตัวเอง ขณะที่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาซับน้ำตาที่ไหลอาบลงมาที่แก้มใส เปลือกตาทั้งสองข้างขยับลงอย่างช้าๆ บังคับน้ำตาไม่ยอมให้รินไหล เธอลุกขึ้นจะเดินไปล้างหน้าล้างตา แต่แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัว เหมือนจะวูบลง รีบยกแขนเรียวขึ้นเท้ากับกำแพงที่อยู่ติดกับผนังห้องน้ำไว้ชั่วขณะ ก่อนที่จะพยุงร่างของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่หมดสติล้มลงไปนอนที่พื้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD