7 | คำสั่ง (คุ้มครองพยาน)​

2319 Words
“ข้าชักจะหมดความอดทนกับนังนี่แล้วสิ อยากกลายเป็นศพก่อนที่จะได้เป็นเมียพี่ใช่ไหม นังหน้าสวย!” คนหุ่นล่ำๆ ที่ตอนนี้กลายเป็นคนหน้าบ่างเห็นว่าเพื่อนเสียท่า เดินเข้ามาฟาดหลังมือเข้าที่แก้มขวาของเธออย่างหนักหน่วงจนเลือดกบปาก ผัวะ! "โอ๊ะ...โอ๊ย! " "อยากตายแบบศพไม่สวยใช่ไหมนังนี่ มาเป็นเมียข้าก่อนเถอะวะ! " ไอ้คนหน้าบ่างหมดความอดทน บอกอย่างเด็ดขาด “ฝันไปเถอะไอ้ชั่ว!” เวนิตาไม่รอให้ตัวเองถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว รีบหมุนตัวกลับหลังหันอย่างยากลำบาก เพราะแขนที่ถูกตรึงไว้ แล้วหันหน้ามองผ่านไหล่บางของตัวเอง จากนั้นยกเท้าขึ้นเล็งไปที่เป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะถีบเท้าออกไปอย่างรวดเร็วเข้าที่ยอดอกล่ำของมันแบบเต็มๆ เท้าจนหงายท้องล้มตึงไปอีกคน คนผิวคล้ำที่นอนหงายท้องดูเหตุการณ์อยู่เห็นว่าแขนของเธอติดพันอยู่กับสายคล้องกุญแจมือ ก็ลุกขึ้นปรี่เข้ามากระชากที่แขนของเธอ จนร่างบางเซถลาเสียหลักล้มลงไปที่พื้น ก่อนที่มันจะลากคอเสื้อของเธอขึ้น แล้วจับศีรษะกระแทกเข้ากับฝาผนังอีกครั้ง คราวนี้เธอแทบยืนไม่อยู่ ทันใดนั้น เสียงหวอจากรถตำรวจดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่พังประตูเข้ามาจากทางด้านนอก ซึ่งทะลุมาจากทางหนีไฟของชั้น 18 เห็นเวนิตาที่พึ่งจะโดนจับหัวโขลกเข้ากับผนังห้องรีบเข้าไปช่วย มือแกร่งเข้าไปคว้าคอคนร้ายเหวี่ยงร่างของมันลงไปกองที่พื้น ก่อนจะคร่อมไปที่ร่างแล้วรัวหมัดเข้าที่ใบหน้าของมันแบบซ้ำๆ ร่างบางในสภาพที่ยืนไม่อยู่เห็นคนตัวสูงกลับเข้ามาก็ยิ้มออกมาเล็กๆ ด้วยความดีใจ "คุณ! " เวนิตาเอ่ยเสียงแผ่ว เขาหันไปเห็นเธอในสภาพที่ไม่น่ามองนัก ทั้งเนื้อตัวสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณศีรษะ รวมทั้งบนเรียวปากบางของเธอก่อนจะผละออกจากคนร้าย หวอออ... เสียงหวอจากรถของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายรู้ตัว แล้วรีบช่วยกันพยุงร่างของพวกมันเองที่สะบักสะบอมไม่แพ้กัน วิ่งหนีออกไปจากห้องด้วยประตูหนีไฟที่ผู้กองฐานัตถ์พึ่งพังเข้ามา มือแกร่งวิ่งไปคว้าปืนพกสั้นของเขาที่ตกอยู่ กะว่าจะตามพวกมันไป แต่เหลียวไปเห็นร่างบางที่ค่อยๆ ล้มตัวลงเพราะยืนไม่อยู่ ร่างสูงจึงปรี่เข้าไปประคองร่างของเธอก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น “คุณ...ผมขอโทษ!” ร่างบอบบางหมดสติไปพร้อมกับคำพูดของเขา มือแกร่งไขกุญแจมือออกให้ก่อนจะจัดแจงช้อนร่างเธอมาอุ้มไว้แล้วพาลงไปที่ชั้นล่าง หมวดภัทร หมวดนลิน หมวดธีร์ และหมู่จิน ที่มาถึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกกว่าสิบนาย รีบเข้ามาเคลียร์พื้นที่อย่างรวดเร็ว “พวกมันหนีออกไปทางประตูหนีไฟชั้น18” ร่างสูงอุ้มร่างที่บอบช้ำจากการถูกทำร้ายแนบชิดกับอกหนาพลางบอก หมวดภัทรหันไปสั่งหมู่จินกับเจ้าหน้าที่ห้านาย ให้รีบตามไปสกัดกั้นคนร้าย “หัวหน้ารีบพาคนเจ็บไปหาหมอก่อนเถอะครับ” หมวดธีร์หนึ่งในเจ้าหน้าที่หน่วยพูดขึ้น “ลิฟต์ข้างล่างใช้การได้แล้วเหรอหมวด” ผู้กองฐานัตถ์เอ่ยถามลูกทีม “ใช้งานได้ปกติไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะครับ” หมวดธีร์แจ้ง ผู้กองฐานัตถ์พยักหน้ารับทราบ “คุณเวนิตา!” หมวดนลินเรียกชื่อของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่งของคนเป็นหัวหน้า พลางเอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดๆ “หมวดรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ” ร่างสูงหันไปถาม ผู้หมวดหน้าหวานพยักหน้า ก่อนที่หมวดภัทรจะรีบแจ้ง “เธอเป็นพยานในคดีของคุณลดา ที่ผมเคยส่งสำนวนการสอบสวนจากการให้ปากคำกับรูปถ่ายของเธอแนบไปด้วย หัวหน้าจำไม่ได้เหรอครับ” หมวดภัทรถาม ผู้กองฐานัตถ์ครุ่นคิดก่อนจะบอกออกมาว่า “จริงสิ! ผมเองก็รู้สึกคุ้นๆ หน้าเธออยู่เหมือนกัน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก จนหมวดพูดขึ้นมานี่แหละ” “แล้วไม่ทราบว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” หมวดภัทรและหมวดนลินจ้องหน้ากันไปมาถามอย่างงุนงง “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ผมฝากหมวดกับทีมช่วยเคลียร์พื้นที่ที่นี่ด้วยนะ เสร็จแล้วรีบตามผมไปที่โรงพยาบาลด่วนเลย” “รับทราบครับ" "รับทราบค่ะ” ว่าแล้วผู้กองฐานัตถ์ก็รีบพาร่างที่หมดสติของเวนิตาไปส่งที่โรงพยาบาลในทันที ณ โรงพยาบาล “คนไข้มีรอยฟกช้ำ และเกิดบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งเป็นผลจากการถูกทำร้าย ส่วนแผลที่ศีรษะซึ่งได้รับการกระทบกระเทือนอาจจะส่งผลกระทบไปยังประสาทและสมอง ผลของการเอ็กซ์เรย์เบื้องต้น ผมดูแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาแล้วดูอาการอีกครั้ง ระหว่างนี้ให้คนไข้ได้พักรักษาตัวก่อน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ” นายแพทย์สมิทธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาทเเละสมอง กล่าววินิจฉัยหลังจากทำการรักษาเวนิตา ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนกลางได้ฟัง โดยมีผู้กำกับเศรษฐพงศ์ ผู้กองฐานัตถ์ หมวดภัทร และหมวดนลิน ยืนฟังคำชี้แจงอยู่ด้วย “ขอบคุณมากครับ” เศรษฐพงศ์กล่าว “ถ้ายังไงหมอขอตัวไปดูคนไข้รายอื่นต่อก่อนนะครับ” นายแพทย์สมิทธ์กล่าวจบก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกับพยาบาลอีกสองคน เศรษฐพงศ์หันมาหาผู้ใต้บังคับบัญชา หลังจากที่หมู่จินกลับมารายงานว่า คนร้ายที่เข้ามาทำร้ายเวนิตานั้นหลบหนีไปได้ และเชื่อว่าคนพวกนั้นเป็นมืออาชีพมากกว่ามือปืนรับจ้างทั่วไป การที่เข้ามาแล้วไม่พบตัวของผู้กองฐานัตถ์อาจจะทำให้มันกลับมาเล่นงานทั้งเขาและเธออีกก็เป็นได้ “งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลย” ผู้กำกับเศรษฐพงศ์ไม่รอช้า กล่าวเข้าประเด็นสำคัญเมื่อลูกน้องมากันพร้อมหน้า “ผมต้องขอโทษด้วยที่ตามผู้กองมาด่วน ในขณะที่ผู้กองยังลาพักร้อนอยู่” “ยินดีครับ” ผู้กองฐานัตถ์กล่าวรับคำด้วยสีหน้าเต็มใจอย่างยิ่ง “ที่ผมแจ้งให้หมู่จินตามผู้กองกลับมา ก็เพื่อที่จะขอให้คุณยกเลิกวันลาที่เหลือไปก่อน ตอนนี้มีคำสั่งด่วนให้แต่งตั้งชุดคุ้มครองพยาน” เศรษฐพงศ์กล่าวพลางหันไปสบตากับผู้กองฐานัตถ์ “ก็อย่างที่ผมแจ้งคุณไปแล้วนะผู้กองว่าคุณเวนิตา เธอคือพยานคนสำคัญของคดีที่เรากำลังตามอยู่ และเธอก็กำลังตกอยู่ในอันตราย รวมถึงตัวคุณเองด้วย” ผู้กำกับกล่าว พลางหันไปมองดูร่างบางที่นอนไม่ได้สติอยู่ที่เตียงแล้วหันมาพูดต่อ “มีหนังสือแต่งตั้งผู้กองฐานัตถ์เป็นหัวหน้าชุดคุ้มครองพยาน โดยมีหมวดภัทร หมวดนลิน หมวดธีร์ จ่าเทพ และหมู่จินคอยเป็นลูกทีมและกองกำลังเสริม” เศรษฐพงศ์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ลูกทีมตั้งหน้าตั้งตาฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ในคืนนี้เราจะเคลื่อนย้ายพยาน ไปพักรักษาตัวต่อในที่ที่ปลอดภัยสำหรับเธอ โดยมีผู้กอง หมวดภัทร และหมู่จินติดตามไปในชุดแรก” “ผมเหรอครับ” ผู้กองฐานัตถ์ถามย้ำ “คุณนั่นแหละผู้กอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เศรษฐพงศ์หันมาถาม “ไม่มีครับ!” ผู้กองฐานัตถ์ตอบกลับอย่างไม่ลังเล “เรายังไม่รู้ว่าคนที่สะกดรอยตามคุณเวนิตา กับที่ตามทำร้ายผู้กองนั้นเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า แต่ผมสงสัยว่าอาจจะเป็นฝีมือคนของนายพลกฤษณ์ ซึ่งผมได้ให้ผู้กองรฉัตรตามประกบนายพลกฤษณ์ไว้แล้ว และถ้าได้เรื่องยังไง น่าจะได้รับการรายงานจากผู้กองรฉัตรเร็วๆ นี้ ส่วนตอนนี้เราคงต้องคอยดูแลความปลอดภัยกันเองไปก่อน” “รับทราบครับ” ผู้กองฐานัตถ์ตอบรับ “ถ้างั้นผมจะทำหนังสือเพื่อนำตัวคุณเวนิตาออกจากที่นี่ ส่วนเรื่องงานของคุณเวนิตา หมวดนลินรับหน้าที่ไปลางานที่ร้านคอฟฟี่คาเฟ่ให้เธอ อ้างว่าอะไรก็ได้ อย่าให้มีคนสงสัยแล้วกลับมารายงานผม” “รับทราบค่ะ!” นลินรับคำสั่ง “ส่วนคุณผู้กองฐานัตถ์ พาพยานไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย คุณรู้ดีว่าควรพาเธอไปที่ไหน แล้วค่อยแจ้งกลับมาที่ผม หมวดภัทรและหมู่จินคอยตามสบทบ” “รับทราบครับ” ทั้งหมดรับคำสั่งอย่างหนักแน่น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการตามแผน คำสั่งคุ้มครองพยานแจ้งให้ผู้กองฐานัตถ์นำทีมหมวดภัทร และหมู่จิน พาร่างของเวนิตาที่ยังนอนไม่ได้สติมายังเซฟเฮ้าส์ เป็นบ้านพักขนาดใหญ่สองชั้นล้อมรอบด้วยภูเขา มีกระจกกันกระสุนคุ้มกันอย่างแน่นหนา และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางตามมาคุ้มกันอีกสี่ถึงห้านาย ร่างบอบบางของเวนิตาถูกนำมาพักรักษาตัว ซึ่งทางหน่วยฯ จะนำทีมแพทย์เข้ามาตรวจดูอาการตามเห็นสมควรเป็นระยะๆ สีหน้าของคนที่ทำให้เธอต้องมารับเคราะห์แทนตน ไม่ค่อยสู้ดีนัก หมู่จินลูกน้องคนสนิทพอจะดูออกจึงเดินเข้ามาคุยด้วย “อย่าคิดมากเลยครับหัวหน้า คุณเวนิตาเธอไม่เป็นอะไรหรอกครับ เธอดวงแข็งจะตาย” หมู่จินพูดทีเล่นทีจริง แต่ก็ทำให้คนที่นั่งเครียดตรงหน้า เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง “ถึงยังไงผมก็ยังห่วงอยู่ดี ผมไม่น่าปล่อยเธอทิ้งไว้ที่คอนโดเลย” “เรื่องมันแล้วไปแล้วนะครับหัวหน้า คุณเวเองเธอก็ปลอดภัยแล้ว หัวหน้ายังโชคดีนะครับที่ผู้กำกับเศรษฐพงศ์ช่วยห้ามไม่ให้เขียนเรื่องนี้ลงไปในรายงานด้วย” “ก็เพราะว่าผมไม่ถูกเล่นงานนี่สิหมู่ ผมถึงได้มานั่งโทษตัวเองอยู่แบบนี้” ใบหน้าอันหล่อเหลาก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิดจับใจ “ผมว่าคุณเวเอง เธอคงไม่ได้โกรธหัวหน้าหรอกครับ เธอน่าเข้าใจหัวหน้าด้วยซ้ำ” “หมู่หมายความว่าไง” ผู้กองฐานัตถ์ถามอย่างสงสัย ว่าทำไมเวนิตาถึงจะไม่โกรธ ที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องถูกทำร้ายร่างกาย “ผมคิดว่าคุณเวนิตา เธอน่าจะเป็นคนที่จิตใจดี ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น มองว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยมากกว่า ผมว่าเรามาลุ้นให้เธอฟื้นขึ้นมาเร็วๆ ดีกว่านะครับ อีกอย่างหัวหน้าเองก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าสรุปแล้วเธอตามถ่ายรูปหัวหน้าทำไม” หมู่จินกล่าวเปลี่ยนประเด็น หลังจากที่รู้เรื่องราวทั้งหมดระหว่างหัวหน้าทีมกับพยานในคดี อย่างเวนิตา จากคำบอกเล่าของเจ้าตัวพร้อมกับทุกคนในทีมที่ห้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น “ปากแข็งออกอย่างงั้น เขาคงจะยอมบอกง่ายๆ หรอกนะหมู่” ผู้กองฐานัตถ์บ่น แต่ก็ยังคงมีความหวัง “ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกมั้งครับ ผมว่า...หัวหน้าน่าจะมีวิธีนะ” หมู่จินมั่นใจในตัวหัวหน้าทีม รีบให้กำลังใจ ผู้กองฐานัตถ์พยักหน้ารับพลางระบายยิ้มออกมาเล็กๆ แต่ยังคงรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ร่างบางยังนอนไม่ได้สติอยู่ที่ชั้นสองของเซฟเฮ้าส์ เป็นห้องชุดซึ่งติดกับระเบียงยาวมีประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนอนและลานระเบียง สามารถเดินออกมาพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างสบาย โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานั้น ผู้กองฐานัตถ์ต้องคอยเข้ามาดูแลและเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพื่อไม่ให้คนป่วยมีไข้สูงจนเกิดอาการช็อก เขาทำหน้าที่อารักขาแถมยังเป็นเจ้าหน้าที่คอยพยาบาลเธอ ในขณะที่เธอยังคงนอนไม่ได้สติตั้งแต่กลางดึกจนเวลาล่วงเลยมาเกือบๆ จะสิบโมงเช้าของวันต่อมา ใบหน้าหล่อเหลาของคนที่นั่งเฝ้าเธอทั้งคืนจนไม่ได้นอนอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง ดวงตาเริ่มอิดโรยอย่างคนอดนอน เขาเผยยิ้มออกมาเล็กๆ ด้วยความดีใจเมื่อเห็นมือบางค่อยๆ ขยับเขยื่อนรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย แววตาของคนที่นอนอยู่ตรงหน้าค่อยๆ ฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ “คุณ...” เวนิตาเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา เพราะขาดน้ำไปหลายชั่วโมง มือแกร่งรินน้ำใส่แก้วแล้วเข้ามาพยุงร่างของเธอให้ลุกขึ้นดื่มน้ำจากหลอด “ดื่มช้า ๆ นะครับ ไม่ต้องรีบ” ร่างสูงบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล คนตัวบางได้ฟังค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจ ที่ท่าทีของเขาไม่เหมือนก่อนหน้านี้ แต่ก็พยายามเก็บอาการไม่แสดงออกมาให้เขารับรู้ “ขอบคุณค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ พลางเอนตัวลงไปนอนต่อ อย่างช้าๆ “คุณสลบไปคืนนึงเต็ม ๆ เลย แต่โชคดีนะที่อาการของคุณไม่ค่อยน่าเป็นห่วง” นัยน์ตาคมกริบพยายามหลบซ่อนการจับจ้องของใบหน้าสวยที่ดูไร้เรี่ยวแรงของคนป่วย ถึงแม้ว่าอาการของเธอจะไม่ได้ดูแย่อย่างที่คิด แต่เขาก็ยังคงรู้สึกผิดต่อเธออยู่ดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD