ลาพักร้อน
ข่าว! นายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ มาเฟียและพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขัดขวางการจับกุมและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนเกิดวิสามัญไปเมื่อสองเดือนก่อน ยังคงเป็นข่าวดังระดับประเทศ โดยเฉพาะทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ หรือ แม้แต่บนโลกสังคมออนไลน์
เสียงรายงานข่าวจากวิทยุ ถูกเปิดคลอเบาๆ รายงานว่า 'นายพลกฤษณ์ ธำรงศิริพิพัฒน์' ลูกชายของนายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด แต่ในสังคมยังคงตั้งข้อสังเกตและถกเถียงกันในวงกว้างว่าเหตุใดลูกชายแท้ๆ จึงไม่มีส่วนรู้เห็นซึ่งการกระทำความผิดของผู้เป็นพ่อ
ภายในห้องเช่าขนาดเล็กชั้นบนสุดของตึกแถวเก่าแก่ทรุดโทรมด้วยราคาไม่กี่พันบาท แต่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ห้องพักดูสะอาดสะอ้านเกินราคาค่างวดที่ต้องจ่าย สายลมโชยอ่อนจากนอกหน้าต่างกระทบชายผ้าม่านสีขาวโปร่งแสงทำให้อากาศภายในห้องไม่ร้อนอบอ้าว
ร่างบางระหงทรงผมเกล้ามวยสูง ปอยผมทั้งสองข้างถูกปล่อยสลวยลู่สายลมอ่อนๆ กระทบแก้มเนียนใสของผู้เป็นเจ้าของห้อง เดินถือถ้วยโกโก้ร้อนที่พึ่งชงมาสดๆ ร้อนๆ จากเคาน์เตอร์เครื่องดื่มขนาดย่อมภายในห้องส่งกลิ่นหอมกรุ่น ด้วยฝีมือการชงไม่แพ้บาริสต้าร้านดังจากแห่งไหนเลย
เอวบางคอดกิ่วเดินประคองถ้วยโกโก้อุ่นๆ อย่างระมัดระวัง มาวางลงบนโต๊ะทำงานด้านซ้ายของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดวิทยุตัวจิ๋วรุ่นเก่ายุค 90 ที่อยู่ถัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่พึ่งจบการรายงานข่าวต้นชั่วโมงไปเมื่อครู่
“เอ๊ะ! รูปนี้...คุณยิ้มเหรอ” มือบอบบางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาแล้วนั่งลงดูภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่พึ่งจะอัพโหลดมาไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหรูพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นภาพถ่ายในนั้น
“ไม่ได้เห็นคุณยิ้มแบบนี้ มาเป็นเดือนแล้วนะ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเป็นประกายหลังจากที่เห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มในภาพ เรียวปากบางชมพูระเรื่อเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนดูภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มคนเดียวกัน
ผู้ชายผิวขาว ใบหน้าเนียนใสคล้ายกับผู้หญิง ทว่าคิ้วหนาคมเข้มดูหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า โดยรวมแล้วอาจจะบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีถึงขั้นหล่อเหลาเอามากๆ เรียวปากชมพูอมส้มนิดๆ ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยสีจากลิปสติก แต่เปล่า! ความสูง ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร ทำให้เขาดูหุ่นดีราวกับนายแบบ แต่ทว่าไม่ใช่!
'ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา'
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนดูภาพอื่นๆ เป็นภาพในลักษณะที่ไม่ใช่ภาพถ่ายใบหน้าตรง ซึ่งจริงๆ มันคือรูปที่เธอแอบถ่าย ถึงบางรูปจะดูเบลอๆ ไม่ค่อยชัด แต่ถ้าเทียบกับรัศมีความหล่อเหลาของบุคคลในภาพแล้วกลับชัดเจนมาก
เวนิตา แอบตามถ่ายรูปของผู้ชายคนนี้เป็นระยะเวลาเกือบๆ สามเดือน เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมถึงต้องตามเก็บภาพของผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ดารา ถึงหน้าตาของเขาจะดูไม่ได้ด้อยไปกว่าบุคคลเหล่านั้น แต่ทุกครั้งที่ได้มองภาพจากรูปถ่ายของผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขากลับทำให้ 'หัวใจพองโต' ขึ้นมาได้ทุกครั้ง
“คุณช่วยกลับมายิ้มแบบในรูปนี้อีกเร็วๆ นะ ฉันจะรอค่ะ” มือบางกดเซฟรูปที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา ก่อนจะถ่ายโอนมายังโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่พึ่งจะถอยมาใหม่แทนเครื่องเก่าที่ทำหายไป
โอนไฟล์ข้อมูลสำเร็จ!
มือบางขยับแว่นสายตาที่กรอบแว่นด้านซ้ายมีรอยร้าวบางๆ แต่ยังคงสภาพดีสวมใส่ได้ตามปกติ พลางกดดูที่ภาพถ่ายก่อนจัดแจงตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือ แล้วเพ่งดูรูปนั้นอย่างชื่นชมอีกครั้ง
ติ๊ด! เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เธอละสายตาจากภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
“เว...บ่ายนี้ว่างไหม ช่วยมาทำโอทีแทนพี่หน่อย น้องหมาป่วยพี่ต้องพาไปหาหมอ ตั้งแต่เช้ายังถ่ายไม่ยอมหยุดเลย เดี๋ยวสิ้นเดือนพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนนะ” 'พี่พลอย'
ใบหน้าเนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่เหลือบมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาสิบโมงครึ่ง
'ให้ตายสิ วันหยุดของเธอหลังจากที่ทำงานยาวมาเกือบๆ จะสองอาทิตย์ มันพังทลายไปหมดแล้ว เมื่อคำว่าโอทีมาจ่ออยู่ตรงหน้า'
มือบางละจากโทรศัพท์มือถือ รีบถอดแว่นแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาพอดีตัวตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อพาตัวเองไปให้ทันเวลาก่อนบ่ายโมงตรง
ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันและปราบปราม 'พันตำรวจเอก เศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์' ตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม ในชุดนอกเครื่องแบบ นั่งถือเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนหลังโต๊ะทำงานภายในห้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น
“เข้ามาได้” เสียงเข้มทรงพลังกล่าว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนเดียวกับที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเวนิตาเดินเข้ามายืนตรงทำความเคารพผู้บังคับบัญชาพร้อมกล่าวคำทักทาย
“สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ” เสียงทุ้มเอ่ย
“นั่งก่อนสิผู้กอง” เศรษฐพงศ์กล่าวเสียงเรียบ
“ครับ” ผู้กองฐานัตถ์รับคำแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งยืดอกผายตรง ภายนอกที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอวีสบายๆ สีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีเทา ด้านหน้ามีปอยผมบางๆ ยาวเลยติ่งหูปลิวกระทบแก้มใส หากมองเผินๆ แล้วไม่มีใครคิดว่า 'ฐานัตถ์' คือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
ทว่า...ด้วยทรงผมที่ยาวบระบ่า บุคลิก ท่าทาง และการแต่งตัว รวมถึงฝ่ามือเรียวๆ ที่คล้ายกับมือของสุภาพสตรี และยังมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา หน้าออกไปทางศิลปินดารา หรือ นักร้องนักแสดงมากกว่า แต่ทว่าความจริงแล้วเขาคือ 'ร้อยตำรวจเอก ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม กรมตำรวจสืบสวนกลาง วัย 29 ปี สูง 185 เซนติเมตร ดูแล้วเหมาะที่จะเป็นพระเอกละครหลังข่าวเสียมากกว่าที่จะมาเป็นตำรวจ 'นอกจากเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีแล้ว ยังถนัดด้านการต่อสู้ และยิงปืนได้แม่นยำอีกด้วย'
“ไม่ทราบว่าผู้กำกับเรียกตัวผมมา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเรื่องคดี” ฐานัตถ์เริ่มซักถามผู้บังคับบัญชาออกไปอย่างไม่รีรอ ตามสไตล์ของคนที่ทุกเวลามีค่าไม่อยากให้สูญเปล่า เศรษฐพงศ์ส่ายหน้า แล้วรีบแย้ง
“ไม่ใช่เรื่องคดีหรอกผู้กอง แต่เป็นเรื่องของผู้กองนั่นแหละ”
“เรื่องของผม เรื่องอะไรเหรอครับ” ผู้กองฐานัตถ์ถามออกไปตรงๆ แววตาจับจ้องไปที่เรียวปากของคนกำลังจะตอบ
“ผมว่าปีสองปีมานี้ ผู้กองดูเครียดๆ ไปนะ ผมอยากให้ผู้กองหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง” ฐานัตถ์ขมวดคิ้วให้กับคำพูดของเศรษฐพงศ์แล้วถามออกไปตรงๆ อีกครั้ง
“ผู้กำกับ ต้องการให้ผมทำอะไรครับ”
“นี่ใบลา! ผมเซ็นไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว แค่ผู้กองเซ็นแล้วเอากลับมายื่น” ฐานัตถ์รับเอกสารฉบับนั้นมาจากมือของผู้บังคับบัญชา 'อนุมัติลาพักร้อน! '
“ผู้กำกับจะให้ผมลาพักร้อน เกือบสัปดาห์ ทั้งๆ ที่ผมมีคดีที่ต้องสะสางอยู่ในมือเหรอครับ” เจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้บังคับบัญชา ท้วงออกไปอย่างทันควัน
“ผมทิ้งงานไปไม่ได้จริงๆ ถ้าหมดเรื่องแล้วผมขออนุญาตครับ พอดีมีงานต้องรีบกลับไปเคลียร์” ผู้กองฐานัตถ์วางเอกสารลงที่โต๊ะ แล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เศรษฐพงศ์รีบท้วงก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนสิผู้กอง ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องงานน่ะ ผมว่าคุณอย่ากังวลไปเลย เรื่องคดีผมโอนให้ผู้กองรฉัตรเป็นคนดูแลแทนแล้ว” คำพูดนี้ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับชะงักงัน แล้วหันกลับไปมองหน้าเศรษฐพงศ์อย่างไม่เชื่อสายตา
“ท่านผู้กำกับ โอนคดีที่ผมดูอยู่ตอนนี้ให้ผู้กองรฉัตรไปแล้วเหรอครับ” ผู้กองหนุ่มย้ำถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าตนไม่ได้หูฝาด
“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละผู้กอง ส่วนคุณก็ไปพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วค่อยกลับมาเริ่มงานใหม่ หลังจากสมองปลอดโปร่งแล้ว ผมว่าจะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้นะ เชื่อผมสิ” เศรษฐพงศ์เสนอ แต่ฐานัตถ์ยังคงไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขาเท่าไหร่นัก
ทั้งๆ ที่คดีนี้สำคัญกับตัวเขาเป็นอย่างมากและผู้บังคับบัญชาอย่างเศรษฐพงศ์ก็น่าจะรู้ดีว่าเขาไม่มีทางทิ้ง 'คดีของเรืองลดา' ว่าที่คู่หมั้นของตัวเองที่พึ่งจะถูกคนร้ายฆ่าตายไปเมื่อเดือนก่อน แล้วหนีไปพักผ่อนตามที่เขาบอกได้อย่างมีความสุขแน่นอน
“กลับไปคิดดูก่อนผู้กอง” เศรษฐพงศ์ย้ำพร้อมกับหยิบเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะลุกเดินไปยื่นให้กับมือของลูกน้องคนสนิท แล้วตบที่ไหล่กว้างเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ฐานัตถ์ได้ทบทวนความคิดของตัวเองเสียใหม่เพียงลำพัง
ร่างสูงถือเอกสารลางานผ่านโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน กลับเข้ามาที่ห้องของตัวเอง โดยมีลูกทีมคนสนิทของเขาเดินตามเข้ามาด้วย
ใบหน้าหล่อเหลานั่งลงที่โต๊ะทำงานนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ ใช้สมาธิกับตัวเอง วางใบลาลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนควานหาแฟ้มรายงานที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาบังหน้าอย่างใช้ความคิด