ทันใดนั้น แผ่นโบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศถูกวางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะทับแผ่นกระดาษที่เขาพึ่งวางลงไปเมื่อครู่ ก่อนมือแกร่งจะลดแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือลงเล็กน้อยแล้วเพ่งสายตาคมกริบมองไปยังผู้น้อย รูปร่างสันทัดหน้าตาซื่อๆ ที่กำลังจัดวางโปรแกรมการท่องเที่ยวอย่างตั้งอกตั้งใจจนล้นโต๊ะ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย หมู่!!” ผู้กองหนุ่มไม่สบอารมณ์นักกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าถามเสียงเข้ม
“ก็โปรแกรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับปีนี้ไงครับหัวหน้า”
“โปรแกรมท่องเที่ยว!!” ฝ่ามือเรียวแกร่งยกขึ้นกุมขมับพยายามควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ให้พลุ่งพล่าน
“ครับหัวหน้า...สวิส! หรือว่าอิตาลีครับ ช่วงนี้กระทรวงการท่องเที่ยวเน้นย้ำให้สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ เปลี่ยนเป็นอยุธยา กระบี่ หรือ ภูเก็ตก็น่าสนใจดีนะครับ” ลูกทีมคนสนิทกำลังทำหน้าที่เป็นไกด์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ให้กับหัวหน้าที่เคารพของตัวเองอย่างกระตือรือร้น
“หมู่!! ถ้ารักกันจริง อย่าพูดเล่นกับผมแบบนี้อีกนะ” ผู้กองหนุ่มไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลูกทีมบอกออกไปเสียงแข็ง
“หัวหน้าครับ...แทนที่จะมานั่งเครียด น่าจะดีใจที่ได้ลาพักร้อนก่อนคนอื่น ในขณะที่พวกผมอยากจะลาบ้างแต่ยังไม่มีโอกาส หัวหน้าชิงไปพักผ่อนก่อนคนอื่นๆ ก็ดีแล้วนะครับ” สิบตำรวจเอก จินนะ ชัยมานะ หรือ หมู่จิน ลูกน้องคนสนิทที่อายุแก่กว่าเขาเกือบๆ ห้าปี แสดงความคิดเห็นดีเห็นชอบกับการกระทำของผู้กำกับเศรษฐพงศ์อีกเสียง
“พักร้อนเหรอหมู่! แบบนี้มันต่างอะไรกับการถูกพักงาน พูดมาได้ลาพักร้อน นี้เขาให้ผมพักงานชัดๆ” ผู้กองฐานัตถ์ปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นออกมาจากปากเพื่อคลายความกดดันให้ลูกทีมคนสนิทซึ่งสนิทสนมและรู้ใจเขาแทบทุกเรื่องได้ฟัง
“หัวหน้าก็คิดมากไป ถือว่าไปพักผ่อนให้สมองปลอดโปร่ง แล้วค่อยกลับมาทำงานที่รักก็ได้นี่ครับ” หมู่จินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นี่นอกจากผู้กำกับ หมู่ แล้วยังมีใครอีก ที่รู้ว่าผมได้รับเกียรติให้ลาพักร้อนในช่วงต้นปีแบบนี้เป็นคนแรกเนี่ย” ฐานัตถ์พูดเชิงถามน้ำเสียงหยัน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้โชคร้ายที่อยู่ๆ ก็ถูกพักงานทั้งๆ ที่พึ่งจะเริ่มการทำงานต้นปีมาแท้ๆ
“ก็มีหมวดภัทร แล้วก็ยังมีหมวดนลินคนสวยอีกคนนึงครับ” หมู่จินตอบ มือแกร่งตบลงที่โต๊ะแล้วหันมาเหวี่ยงสายตาใส่ลูกทีมอย่างเคืองๆ
“อะไรนะ! นี่รู้กันหมดเลยเหรอ เห็นผมเป็นอะไรกัน แบบนี้มันไม่แฟร์กับผมเลย เข้าใจไหมว่าผมอยากทำงาน ผมอยากตามคดี ผมอยาก” ผู้กองฐานัตถ์เริ่มโวย หมู่จินรีบเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของหัวหน้าทีมแล้วนั่งลงตรงหน้า
“ผมทราบครับ ทุกคนทราบดี ว่าหัวหน้าอยากปิดคดีนี้ แต่ตอนนี้พวกเราอยากให้หัวหน้าได้พัก ก่อนที่จะลุยงานอื่นๆ ต่อไป หัวหน้าไปพักผ่อนให้สบายใจก่อนเถอะครับ เชื่อเถอะว่ากลับมาอะไรๆ มันจะดีขึ้น” หมู่จินพยายามโน้มน้าวให้หัวหน้าของเขายอมพาตัวเองออกไปจากหน้าที่ที่ดูจะเครียดเกินกว่าที่เขาจะควบคุมมันได้ ในขณะที่ฐานัตถ์ยังคงไม่เห็นด้วย แต่ก็เริ่มที่จะอ่อนลง
“อย่าหาว่าผมสะเหล่อมาสอนเลยนะครับ ถือซะว่าหาเวลาให้ตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ยังไม่เคยได้ทำ พักในสิ่งที่ไม่เคยได้พัก...นะครับ ช่วงนี้หัวหน้าเองก็ดูเครียดๆ ทางนี้มีพวกผมอยู่ ถ้าเป็นเรื่องคดีหัวหน้าอย่าห่วงเลยครับ” หมู่จินที่ปกติเป็นคนติดตลก พูดด้วยสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ดูจะจริงจังไปกว่าครั้งนี้อีกแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาก้มหน้าลงอย่างใช้ความคิด จากที่ฟังดูก็เป็นความคิดที่ไม่ได้เลวร้ายอะไรสักเท่าไหร่ แม้ตัวเขาจะไม่ได้ติดตามงาน แต่ก็ยังสามารถที่จะให้คนของตัวเองช่วยติดตามสืบคดีต่อไปได้ เพราะเขายังมีลูกทีมคนสนิทอย่างหมู่จิน หมวดภัทร และผู้หมวดนลินที่ไว้ใจได้ ร่วมตามสืบในคดีของเรืองลดา ว่าที่คู่หมั้นของเขาอีกด้วย
“นะครับหัวหน้า ทางนี้ผมจะช่วยดูให้ ยังมีหมวดภัทรและหมวดนลินอีกคน” หมู่จินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังแกมขอร้อง
“ก็ดีเหมือนกันนะหมู่” ผู้กองหนุ่มตอบรับ หมู่จินดีใจรีบคุ้ยหาใบลาแล้วยื่นให้
“ถ้างั้นเซ็นลาพักร้อนตรงนี้ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะรีบนำไปส่งให้” หมู่จินยิ้มพลางพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่า เพราะตั้งแต่ที่ได้ร่วมงานกับหัวหน้าของตัวเองมายังไม่เคยเห็นเขาลาป่วย ลากิจ หรือลาพักร้อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว และนี่ก็ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้
“เออหมู่ เดี๋ยวบ่ายนี้ผมเลี้ยงกาแฟนะ” ผู้กองฐานัตถ์พูดขณะที่ก้มหน้าลงลายเซ็นในใบลาพักร้อน หมู่จินยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนเริ่มที่จะผ่อนคลายตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว มือหนายกขึ้นลูบที่ปากพลางยิ้มกว้างแล้วว่า
“โหว...ลาภปากผมเลยนะครับเนี่ย เดี๋ยวผมโทรสั่งเลยดีกว่า” หมู่จินล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทว่าฝ่ามือแกร่งกลับยกมือขึ้นปราม
“ไม่ต้องสั่งเข้ามาหรอก ผมจะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก เดี๋ยวหมู่ตามหมวดภัทรกับหมวดนลินไปด้วยนะ” ผู้กองฐานัตถ์ยื่นเอกสารใบลาให้ลูกทีมคนสนิทพลางบอก แต่หมู่จินกลับส่ายหน้าไปมาแล้วตอบกลับไปทันทีว่า
“คงไม่ได้หรอกครับ หมวดสองคนออกไปหาข่าว...ไม่เข้ามาแล้วล่ะครับ”
“อ้าวเหรอ...ถ้างั้นเราก็ต้องไปกันสองคนสิ หมู่ไม่ถือใช่ไหม” ผู้กองฐานัตถ์ติดตลกถามออกไปแบบขำๆ
“โอ้ย...ผมไม่ถือหรอกครับ ของฟรีเนี่ยผมยิ่งชอบเลย” หมู่จินหัวเราะ
“ถ้างั้นไปหมู่!!” ผู้กองฐานัตถ์ยิ้มพร้อมลุกจากเก้าอี้เดินไปตบบ่าลูกทีมคนสนิทดังอั่กหนึ่งที แบบแมนๆ แล้วเดินนำหน้าไปที่รถ หมู่จินตัวงอกับน้ำหนักมือรีบนำเอกสารไปเก็บก่อนจะรีบแจ้นตามออกไป
รถสปอร์ตสีขาวดีไซน์หรู ตราธงรัฐบาวาเรียของเยอรมนี ถูกจอดติดเครื่องรอไว้ ระหว่างผู้กองฐานัตถ์ประจำอยู่ที่เบาะคนขับนั่งมองผ่านกระจกมองข้างเห็น 'ผู้กองรฉัตร' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ในหน่วยงาน และสังกัดเดียวกัน เดินขึ้นบันไดไปที่กองบัญชาการก็หันไปถามหมู่จินทันที เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามานั่งภายในรถ
“เออนี่หมู่ ผู้กองรฉัตรนี่ไม่ได้ออกไปตามคดีกับหมวดสองคนเหรอ” ผู้กองฐานัตถ์คาดเข็มขัดก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากลานจอดขณะที่ซักถาม
“อืม...ก็ไม่นี่ครับ ปกติเวลาแกไปสืบคดี หรือ อะไรเนี่ย ก็จะเอาคนของแกไปด้วย หมวดต้อง หรือไม่ก็ดาบสมควร หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ” หมู่จินถามงงๆ ด้วยว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ผู้กองรฉัตรจะฉายเดี่ยว เพราะเธอเป็นประเภทที่ชอบโชว์แมนกว่าหนุ่มๆ เจ้าหน้าที่ในหน่วยฯ หลายๆ คน และไม่คิดแปลกใจที่มักจะเห็นเธอไปไหนมาไหนเพียงลำพัง
“ผมก็ถามไปงั้นแหละหมู่ เห็นหมวดสองคนไปหาข่าว นึกว่าจะไปตามเรื่องคดี ก็คิดว่าผู้กองน่าจะไปด้วย”
“อ๋อ ไม่หรอกครับ ปกติของรายนี้เขาอยู่แล้ว” หมู่จินตอบพลางเอนหลังนอนราบไปที่เบาะอย่างสบายใจ โดยมีสารถีเป็นถึงหัวหน้างานของตัวเอง 'ไม่ธรรมดาจริงๆ '
ผู้กองฐานัตถ์ขับรถพาลูกน้องคนสนิทไปที่ร้านกาแฟอย่างเต็มใจ ซึ่งร้านกาแฟที่ว่านี้ อยู่ไม่ไกลจากกองบัญชาการมากนัก ขับรถยูเทิร์นมาเพียงแค่ไม่ถึงสิบกว่านาทีก็ถึงร้านคอฟฟี่ช็อป คอฟฟี่ คาเฟ่ แล้ว
ที่ร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ เวนิตา ทำงานเป็น 'บาริสต้า' มือใหม่ ของที่นี่มาได้เกือบๆ เดือน ถึงเธอจะไม่ได้เรียนจบมาด้านนี้โดยตรง แต่เพราะพรสวรรค์เล็กๆ ที่ชื่นชอบการชงกาแฟและหลงใหลกลิ่นหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟคั่วบด ก็ทำให้เธอรู้สึกสนใจงานด้านนี้ จนอยากจะลองเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเองดูบ้าง
“อ้าวเฮ้ย! ยัยเว...วันนี้มาทำโอทีเหรอ” หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มประจำร้านสีขาว ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายทางหันมาถาม ขณะที่เอวคอดบางเดินเข้ามาหลังร้านพลางสวมผ้ากันเปื้อนในแบบเดียวกัน
“ค่ะพี่แป้ง มาทำโอทีแทนพี่พลอยค่ะ” มือบางเดินไปเปิดก๊อกที่อ่างล้างมือแล้วหันกลับมาตอบ
“อืม จริงสิเมื่อเช้ายัยพลอย โทรมาลางาน บอกจะพาหมาไปหาหมอ เห็นว่าเจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถ่ายหนักไม่ยอมหยุด ไง...แทนที่จะได้พักผ่อน เลยต้องมาทำงานแทนยัยพลอย แม่คนรักสัตว์เลยสิเรา” เวนิตาส่ายหน้าไปมาเล็กๆ พลางตอบอย่างเต็มใจ
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ คิดซะว่ารับจ๊อบพิเศษ ได้เงิน แล้วก็ได้เพื่อนคุยด้วย วันหยุดเวเองก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน สู้มาทำงานเจอพี่แป้ง เจอยัยรินสนุกกว่าเยอะค่ะ” พูดจบก็หันมายิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ทั้งคู่ยิ้มตอบกันไปมาก่อนที่สาวร่างเล็กผมบ๊อบในชุดยูนิฟอร์มประจำร้านอกีคนจะเดินตามเข้ามาสมทบ
“คิดแบบนี้ก็ดีนะ เดี๋ยวคราวหน้า ถ้าฉันต้องมาทำโอทีบ้าง จะลองคิดแบบแกดู ไม่งั้นนะฉันคงขี้เกียจตายเลย งานแบบเรานานๆ ทีจะได้หยุด พอหยุดก็ไม่ตรงกับชาวบ้านชาวช่องเขาอีก พูดแล้วก็อยากลาออกจากงานซะจริงๆ แต่ทำไงได้ ไอ้เรามันเป็นมนุษย์ ก็ต้องกินต้องใช้เนอะ” รินเห็นด้วยกับเวนิตา รีบเอ่ยคำสนับสนุน ใบหน้าเนียนหันไปหาเพื่อนร่วมงานที่กุลีกุจอเข้ามาร่วมเสนอความคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจจะต่อความกับเธอ ยิงคำถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น
“สวัสดีจ้ะริน ข้างนอกเรียบร้อยดีไหม มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” เวนิตาชะเง้อคอมองออกไปยังโซนหน้าร้านที่ถูกจัดเป็นสวนร่มรื่น เหมาะกับลูกค้าที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติ มีต้นไม้เรียงรายเป็นป่าทึบๆ อยู่ด้านนอก ส่วนด้านในถูกตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ แต่เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ
“ทุกอย่างสมบูรณ์เพอร์เฟ็กต์ ฉันพึ่งยกอเมริกาโน่ไปเสิร์ฟตะกี้ เห็นลูกค้าคุยโทรศัพท์อยู่คงไม่ต้องการอะไรเพิ่มหรอก ฉันว่าพวกเรามาเม้าท์มอยเรื่องนักร้อง กอไก่ ที่กำลังติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันดีกว่านะ กำลังแซ่บเลย!!!” รินสาวขาเม้าท์ รีบอ้อมเคาน์เตอร์มาที่หลังร้าน ท่าทางคันปากอยากจะคุยเต็มที่ เวนิตาอมยิ้มอดขำออกมาเล็กๆ ไม่ได้กับนิสัยของเพื่อนร่วมงานคนนี้
ริน บาริสต้าสาวสวยวัย 27 ปี ซึ่งอายุมากกว่าเวนิตาเพียงแค่ปีเดียว แต่เธอก็มักจะทำตัวเป็นเด็กๆ ขี้เล่น ชอบพูด ชอบเม้าท์ทั้งในและนอกเวลาทำงาน บางครั้งก็ชอบทำตัวเป็นเจ้าแม่ขาเม้าท์ซุบซิบดาราในแวดวงบันเทิง รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งเธอก็ไม่เคยพลาดที่จะเก็บมาเม้าท์แม้แต่เรื่องเดียว
สักพัก รถของผู้กองฐานัตถ์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านที่ติดป้ายตัวหนังสือขนาดใหญ่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า 'คอฟฟี่ คาเฟ่ ยินดีต้อนรับ'
“ที่นี่ ใช่ไหมหมู่” ฝ่ามือแกร่งค่อยๆ คลายมือที่กำพวงมาลัยรถยนต์ แล้วลดมือลงมาปลดสายนิรภัยออกจากที่นั่ง
“ร้านนี้แหละครับหัวหน้า รสชาติกาแฟเข้มข้น นุ่มละมุนลิ้น” หมู่จินเริ่มเอ่ยปากชมถึงร้านกาแฟที่ตัวเองใฝ่ฝันหา
“แสดงว่าหมู่มาบ่อย นัดสาวๆ มาสิท่า” ร่างสูงหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“อย่าแซ็วกันเล่นแบบนี้สิครับ หัวหน้าก็รู้ว่าผมไม่มีสาวที่ไหน”
“นี่หมู่ยังไม่จีบใครใหม่อีกเหรอ ตั้งแต่อกหักเพราะหลงรักนักร้องคาเฟ่สาวสวยคนนั้น” ผู้กองฐานัถต์เปิดประตูก้าวขาเรียวยาวราวกับนายแบบลงจากรถยนต์คันหรู พร้อมกับหมู่จิน ก่อนที่ทั้งคู่เดินมาสบทบกันที่หน้าร้าน
“จะมีผู้หญิงคนไหนมาสนใจหมู่จนๆ อย่างผมกันล่ะครับ” หมู่จินทำสีหน้าเศร้าๆ เจ้าของเรียวปากชมพูเรื่อยกมือขึ้นตบที่บ่าลูกทีมหน้าซื่อ พลางปลอบใจ
“เอาน่าหมู่! จริงใจเข้าไว้ ผู้หญิงน่ะเขาชอบผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่ มีเวลาให้ไม่ใช่แค่มีเงินหรอกนะ อย่าเหมือนผม!” พูดจบผู้กองฐานัตถ์ก็เดินนำหน้าเข้าไปในบริเวณร้าน
“บรรยากาศที่นี่ดูร่มรื่นดีนะ ผมเองก็ยังไม่เคยแวะเข้ามาในร้านนี้เลย ปกติก็จะสั่งๆ กับพวกหมู่ เห็นเขามีบริการส่งด้วยใช่ไหม” ร่างสูงหันมาถามลูกทีมคนสนิทที่สาวเท้าฉับๆ เดินไล่หลังตามเข้ามาอย่างมึนๆ งงๆ
“เอ่อ...จริงๆ แล้วร้านนี้ไม่มีบริการส่งนะครับ ที่สั่งปกติก็จะเป็นอีกสาขานึงอยู่ไกลจากนี้ไปอีกเกือบๆ สองกิโลฯ แต่ก็ได้ยินมาว่าเร็วๆ นี้ที่นี่ก็จะมีบริการส่งด้วยเหมือนกันครับ”
“อือหือ...หมู่นี่ก็รู้เยอะเหมือนกันนะ” ร่างสูงหัวเราะออกมาเล็กๆ
“ธรรมดาแหละครับ ไอ้ผมมันคนกว้างขวาง” ยอตัวเองเสร็จ หมู่จินก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่
“เออหมู่ ผมจะถามตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว ว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันและปราบปรามพวกค้ามนุษย์ที่จะมาร่วมทีมสืบสวนกับเรา ถูกส่งตัวมาแล้วหรือยัง ผมยังไม่เห็นใครเลยนะ” ผู้กองฐานัตถ์เดินเข้ามาใกล้พูดให้ได้ยินแค่สองคน
“อืม...ก็นั่นน่ะสิครับ ผมเองก็ยังรู้สึกว่าเงียบๆ เพราะว่ากำหนดจริงๆ ก็น่าจะเป็นช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นใครเข้ามารายงานตัวกับผู้กำกับเลยซักคน”
“งั้นผมฝากดูๆ หน่อยนะหมู่ ไม่อยากให้คนที่มา เป็นพวกเหยาะแหยะมาเป็นภาระทีมเราเปล่าๆ”
“รับทราบครับ!” หมู่จินพยักหน้าแล้วเดินนำลิ่วเข้าไปในร้าน
“สวัสดีค่ะ คอฟฟี่คาเฟ่ ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้าจะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” รินพนักงานสาวขาเม้าท์ประจำร้านเอ่ยทักทายลูกค้าสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์
“ของผมคาปูชิโน่ พิเศษวิปครีมครับ” หมู่จินสั่งพนักงานสาวผมบ๊อบ ขณะเธอมัวแต่จ้องมองมาที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยที่ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด หมู่จินย้ำคำสั่งเดิมอีกครั้งแต่คราวนี้เพิ่มโทนเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง ได้สติแล้วหันกลับมามอง
“เอ่อขอโทษค่ะๆ รบกวนทวนเมนูที่สั่งอีกครั้งค่ะ” รินตอบอย่างเขินๆ เมื่อผู้กองหนุ่มหันหน้ามาสบตากับเธอ จมูกโด่งเป็นสันได้รูปสวยรับกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา ทำเอาพนักงานสาวแทบละลายลงไปกองกับพื้น
“เพื่อนผมเขาสั่งคาปูชิโน่ พิเศษวิปครีม ส่วนผมขอเป็นอเมริกาโน่ที่นึงครับ” ผู้กองฐานัตถ์เผยยิ้มออกมาเล็กๆ
“ได้ค่ะๆ รอสักครู่นะคะ” รินพูดน้ำเสียงหวานหยดเยิ้มกลับไป หมู่จินเงยหน้ามองผู้กองฐานัตถ์ที่สูงกว่าเขาราว 15 เซนติเมตร แล้วยิ้มเหยาะๆ เพราะเห็นอากัปกริยาของพนักงานสาวแล้ว ก็พอจะเดาออก เพราะเป็นปกติอยู่แล้วที่เวลาเขาไปไหนมาไหนกับหัวหน้าก็มักจะเห็นสาวๆ มองตาเป็นมัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน
คนตัวสูงกว่า รีบเบนสายตาและหันหน้าของตัวเองออกไปทางอื่น ก่อนที่ใบหน้าและสายตาเจ้าปัญหาของเขาจะทำให้พนักงานร้านไม่เป็นอันทำงาน
“อ๊ายๆ หล่อโฮกๆ ใจบางหมดแล้ว ต้องเป็นดาราแน่ๆ” รินขบคิดอยู่ในหัว
“สวัสดีค่ะ คอฟฟี่ คาเฟ่ ยินดีต้อนรับค่ะ” ใบหน้าเนียนเอ่ยทักทายลูกค้า ขณะที่ก้มผูกสายผ้ากันเปื้อน หลังจากพักทานข้าว แล้วเดินกลับออกมาจากหลังร้านเงยหน้าขึ้นเห็นลูกค้า
“เฮ้ย!! นั่นมั่น!!!”